เกษตรฯชี้ปีหน้าไข่เต็มตลาดหลังเปิดเสรีแม่ไก่

วันที่ 16 ธ.ค. 2553 เวลา 19:43 น.
ธีระ ระบุปีหน้าปริมาณไข่เต็มตลาดหลังเปิดเสรีนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ ส่วนเรื่องชั่งไข่ขายสามารถทำได้แต่ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้บริโภค

นายธีระ วงศ์สมุทร  รมว.กระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์(เอ้กบอร์ด) ว่า ผลจากการเปิดนำเข้าเสรีแม่พันธุ์ไก่ไข่ล่าสุดมีผู้ขอนำเข้า 14ราย โดยนำเข้าในปี 2553 จำนวน 9.7 หมื่นตัว และในปี 2554 จะนำเข้าอีก 2.8 หมื่นตัน  ซึ่งบอร์ดไข่ไก่ได้ให้เอกชนที่นำเข้าไปทำแผนว่าจะนำเข้าช่วงเวลาไหนเท่าไหร่เพื่อจะได้พิจารณาดูแลผลกระทบ 

ผลตัวเลขนำเข้าทั้งหมดจะทำให้มีปริมาณแม่ไก่ไข่จำนวน   4.9 แสนตัว เกินกว่าเป้าที่เคยวางไว้ที่ 4.07 แสนตัว ฉะนั้นคาดว่ากลางปี 2554 จะมีปริมาณไข่ไก่ออกสู่ตลาดวันละประมาณ 33-34 ล้านฟองต่อวันจากที่ปัจจุบันอยู่ที่ 29 ล้านฟองต่อวันจากแม่ไก่ยืนกรง 36 ล้านตัว   ซึ่งหากมีปัญหาไข่ล้นตลาดจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มีการอนุญาตส่งออก

ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการแผนประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมให้มีการบริโภคไข่เพิ่มขึ้นได้ให้ปีละ 200 ฟองต่อคนต่อปีตามแผนยุทธ์ศาสตร์พัฒนาไก่ไข่โดยใช้งบประมาณใน 2554 วงเงิน 25 ล้านบาทในการรณรงค์โดยให้ประสานกับกระทรวงสาธารณสุขในการให้ความรู้เชิงการแพทย์ว่าไข่มีประโยชน์อย่างไร  

ระบุ ชั่งไข่ขายทำได้หากผู้ซื้อ-ขายพอใจ

นายธีระกล่าววว่า ส่วนแนวทางการชั่งไข่ขายเป็นกิโลกรัม ไม่ได้มีการหารือในที่ประชุม เนื่องจากฝ่ายเลขาคือกรมปศุสัตว์ไม่ได้มีการเสนอขึ้นมา ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าเรื่องนี้หากผู้ซื้อผู้ขายมีความพอใจก็ทำได้ ไม่ต้องเป็นเรื่องนโยบาย  แต่จากปริมาณไข่ที่จะออกมามากในกลางปีหน้า ทางบอร์ดไข่ต้องมีการวางแผนรองรับ

ด้าน นายณรงค์ เจียมใจบรรจง ตัวแทนบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในเอ้กบอร์ดกล่าวถึง แนวคิดที่จะให้ชั่งไข่ขายเป็นกิโลกรัมว่า การชั่งกิโลขายอาจจะลดความเหลื่อมล้ำในการขายให้กับเกษตกรรายย่อยในเบื้องต้น  เพราะผลผลิตไข่ 50%  วางจำหน่ายในตลาดสด  หากขายเป็นกิโลกรัม เกษตรกรได้  เพราะไม่ต้องเสียค่าคัดไข่  แต่จะมาเป็นภาระที่ผู้ซื้อที่จะต้องมาคัดแยกกันเอง  ซึ่งปัจจุบันก็รับซื้อเป็นไข่คละจากหน้าฟาร์ม  แล้วมาจัดการกันเองอยู่แล้ว

ท้ายสุดเรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของ ผู้บริโภคจะเป็นผู้กำหนดเอง  ว่าจะเลือกซื้อในตลาด หรือสะดวกซื้อ เพราะบางกลุ่ม   ต้องการไข่ที่มีการจัดการดีสะอาด  สวยงาม  สะดวก  ไม่ได้สนใจเรื่องราคา ในขณะที่อีกกลุ่มลือกซื้อไข่ในตลาด  ซึ่งก็มีการคัดขนาดอยู่แล้ว หากจะขายเป็นกิโลก็สามารถคำนวนเป็นน้ำหนักต่อฟอง ราคาต่อฟอง ออกมาเป็นราคาต่อกิโลกรัม  ทำได้หมด ไม่มีปัญหา 

แต่ระยะยาวการชั่งน้ำหนักขายจะเป็นปัญหากับเกษตรกรเอง เพราะตลาดต้องการไข่ต่างขนาดกัน จะกระทบต่อ เกษตรกรรายย่อยที่มีการเลี้ยงจำกัดเพราะจะมีปัญหาได้ในช่วงการเปลี่ยนรุ่นของไก่ที่ไก่สาวไข่จะฟองเล็กตลาดต้องการน้อย ซึ่งจะทำให้การขายหน้าฟาร์มไม่ค่อยได้ราคา