กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เตรียมพร้อมพัฒนาทักษะร้านค้าของฝากชุมชน หวังรับอนาคตท่องเที่ยวฟื้น

วันที่ 13 เม.ย. 2564 เวลา 11:50 น.
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เตรียมพร้อมพัฒนาทักษะร้านค้าของฝากชุมชน หวังรับอนาคตท่องเที่ยวฟื้น
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เดินหน้า ‘โครงการพัฒนาของฝากของที่ระลึกเพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในพื้นที่’ รองรับการท่องเที่ยวในอนาคต สร้างมูลค่าหมุนเวียนทางเศรษฐกิจภาคเหนือตอนล่างกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ดีพร้อม (DIPROM) เริ่มขับเคลื่อนการพัฒนาสินค้าชุมชนประเภทของฝากของที่ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในอนาคตที่กำลังจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งผ่าน “โครงการพัฒนาของฝากของที่ระลึกเพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในพื้นที่” โดยการฝึกทักษะการเข้าใจในผลิตภัณฑ์ของตนเอง การเข้าถึงความต้องการของลูกค้า การเรียนรู้กระบวนการออกแบบเชิงบริการ ตลอดจนออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้ไปต่อยอดให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ 

โดยในระยะนำร่องได้ดำเนินการแล้วในพื้นที่จังหวัดชัยนาท และขยายผลต่อเนื่องที่จังหวัดสุโขทัย สร้างรายได้จากการจำหน่ายสินค้าของฝากในจังหวัดเพิ่มขึ้นกว่า 10 ล้านบาท ตลอดจนมีเป้าหมายที่จะขยายผลโครงการฯ ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภายในปี 2564 เพื่อส่งเสริมให้คนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายสินค้าของฝากของที่ระลึกกว่า 50 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งยังจะช่วยกระตุ้นมูลค่าหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในส่วนภูมิภาคกว่า 15,000 ล้านบาทต่อปี

สำหรับรายละเอียดการดำเนินงานที่จังหวัดสุโขทัย ดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินการส่งเสริมผ่านการถอดอัตลักษณ์วิถีถิ่นสุโขทัย ผ่านกระบวนการสร้างมาสคอตของชุมชนจากจุดเด่นที่มี และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เดิมให้มีความทันสมัย โดยการนำผลิตภัณฑ์เดิมซึ่งเป็นงานหัตถศิลป์ที่มีความละเอียดและเข้าถึงได้ยาก มาปรับลดลายเส้นต่าง ๆ ให้มีความเรียบง่าย หรือที่เรียกว่า มินิมอลสไตล์ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน 

“คาดว่าจะเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของการต่อยอดและพัฒนาสินค้าชุมชนให้เกิดธุรกิจในเชิงพาณิชย์ ทั้งยังมีส่วนช่วยกระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยเข้าร่วมโครงการจำนวน 20 กลุ่ม และมีเป้าหมายพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าของฝากของที่ระลึก จำนวน 20 ผลิตภัณฑ์ โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนเพิ่มขึ้นกว่า 10 ล้านบาทต่อปี” นายณัฐพล กล่าว

นอกจากมิติของการกระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยวแล้ว โครงการดังกล่าวยังสามารถทำให้เกิดการจ้างงานกว่า 200 คน ในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอคีรีมาศ อำเภอศรีสัชนาลัย และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งหากการท่องเที่ยวกลับสู่ภาวะปกติ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่ประมาณ 600,000 คนต่อปี ก่อให้เกิดการใช้จ่ายสินค้าและบริการเป็นมูลค่าหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในจังหวัดกว่า 1,800 ล้านบาท