เร่งสร้างรถต้นแบบอีวี กระตุ้นตลาดรถยนต์

วันที่ 02 เม.ย. 2564 เวลา 14:10 น.
เร่งสร้างรถต้นแบบอีวี กระตุ้นตลาดรถยนต์
หนุนแผนยุทธศาสตร์ EV พลิกอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เดินหน้าสร้างตลาด ไลน์การผลิตครบวงจร เร่งคลอด Product Champion ตัวใหม่ เจาะกลุ่มรถเล็ก-ปิคอัพ เอาใจตลาด Mass

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยล่าสุดที่คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติได้ประชุมและกำหนดเป้าหมายใหม่ออกมาเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2564 เพื่อเร่งผลักดันให้ไทยขึ้นเป็นฐานการผลิตรถยนต์ ZEV (Zero Emission Vehicle หรือรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์) ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยวางเป้าหมายที่ท้าทายให้ในปี 2573 หรืออีก 9 ปีข้างหน้าไทยจะสามารถผลิตรถยนต์ ZEV ได้ 50% ของกำลังการผลิตทั้งหมด และในปี 2578 หรืออีก 14 ปีข้างหน้า ไทยจะสามารถผลิตรถยนต์ ZEV ได้ 100% ของกำลังการผลิตทั้งหมดนั้น แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการช่วยผลักดันให้ไทยขึ้นเป็นหนึ่งในฐานการผลิตรถยนต์กลุ่ม ZEV ของโลกได้ในอนาคต 

การส่งสัญญาณที่ชัดเจนต่อการสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ ZEV ดังกล่าวของภาครัฐเกิดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงและมีรูปแบบที่แตกต่างจากเดิมมากขึ้นเรื่อยๆในอุตสาหกรรมรถยนต์โลก ทั้งจากการเข้ามารุกตลาดรถยนต์ ZEV ของค่ายรถหลากหลายสัญชาติ รวมถึงการเข้ามาแข่งขันมากขึ้นของผู้เล่นรายใหม่ที่อยู่นอกกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์เดิม เช่น บริษัทระดับโลกในอุตสาหกรรมไอทีและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

เมื่อผนวกกับข้อเท็จจริงที่ว่าห่วงโซ่อุปทานการผลิตรถยนต์ ZEV จะมีขนาดเล็กลงกว่าเดิมจากจำนวนชิ้นส่วนที่ลดลงมาก ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มความรุนแรงในการแข่งขันจากฟากประเทศที่เตรียมดึงดูดการลงทุนผลิตรถยนต์รูปแบบใหม่ที่จะมาเปลี่ยนโลกนี้เข้าประเทศด้วย ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซียหรือเวียดนาม เนื่องจากการเลือกที่ตั้งฐานการผลิตรถยนต์ ZEV ไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับการมีคลัสเตอร์ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ขนาดใหญ่มากเท่าที่ผ่านมาในอดีต

อย่างไรก็ตาม ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในอีกมุมหนึ่งแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวก็นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของไทยด้วยเช่นกัน ในการทำให้เป้าหมายดังกล่าวเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้ ซึ่งอาจต้องอาศัยองค์ประกอบที่ลงตัวในหลายด้าน ที่ภาครัฐและเอกชนในไทยอาจเข้าไปจัดการ 2 เรื่องหลัก คือ 1. การสร้างโอกาสให้ไทยมีฐานตลาดรถยนต์ ZEV ทั้งในและต่างประเทศที่ใหญ่มากพอ ซึ่งปัจจุบันตลาดรถยนต์ ZEV ในไทยและตลาดส่งออกยังมีขนาดที่เล็กมาก

ดังนั้นการผลิตเพื่อรองรับตลาดรถยนต์ในประเทศ 1 ล้านคันต่อปีอาจไม่เพียงพอต่อระดับการผลิตที่จะเกิด Economies of Scale หากจะผลักดันให้ไปถึงเป้าหมายที่ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ ZEV ในปี 2578 จำเป็นต้องสร้างฐานตลาดต่างประเทศคู่ขนานไปกับตลาดในประเทศด้วย

ทั้งนี้นอกจากปัจจัยเรื่องราคารถยนต์กลุ่ม ZEV ที่ต้องปรับลดลงมาใกล้เคียงกับราคารถยนต์ที่ใช้น้ำมันมากขึ้นแล้ว แนวทางกระตุ้นให้ตลาดขยายตัวได้อย่างดีอีกทาง คือ การสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ผ่านการขยายโครงข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่ประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางต่างจังหวัดนอกพื้นที่เขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งจะเข้าถึงผู้ซื้อส่วนใหญ่ของประเทศที่มีรถยนต์เพียง 1 คันต่อครอบครัวได้โดยตรง

ด้านตลาดส่งออกพบว่าประเทศส่งออกหลักของไทยปัจจุบันยังมีจำนวนไม่กี่ประเทศที่ตั้งเป้าหมายยกเลิกจำหน่ายรถยนต์ใช้น้ำมันในอนาคตแล้ว โดยส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในทวีปยุโรปและอมเริกาเหนือ ซึ่งไทยยังไม่มีการทำ FTA อาจเป็นจุดอ่อนเมื่อเทียบกับเวียดนามประเทศคู่แข่ง ขณะที่ในบางตลาดส่งออกอย่างบางประเทศในกลุ่มอาเซียน ตะวันออกกลางและแอฟริกายังมีความไม่พร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและมีแหล่งน้ำมันในประเทศ การใช้ ZEV จึงอาจต้องใช้เวลานานกว่า

นอกจากนี้จะต้องสร้าง Product Champion ตัวใหม่ โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็ก และรถปิกอัพ 1 ตัน เป็นต้น ซึ่งไทยมีคลัสเตอร์ผู้ผลิตชิ้นส่วนอื่นนอกเหนือจากระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่รองรับอยู่แล้ว ประกอบกับรถยนต์นั่งขนาดเล็กมักจะเป็นสินค้าที่นำไปบุกตลาดส่งออกใหม่ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นประเภทรถที่เข้าถึงกลุ่มคนในระดับ Mass ได้มากกว่ารถยนต์ประเภทอื่น

ขณะที่ฝั่งรถปิกอัพนั้น ปัจจุบันค่ายรถต่างๆอยู่ในช่วงการพัฒนารถปิกอัพกลุ่ม ZEV และยังไม่มีฐานผลิตที่ชัดเจนสำหรับรถกลุ่มดังกล่าว ดังนั้นหากไทยกลายมาเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆที่ผลิตรถประเภทดังกล่าวก็จะมีโอกาสในการส่งออกเพิ่มมากขึ้น

2.การสร้างโอกาสให้เกิดห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนรถยนต์ ZEV ที่ครบวงจรมากที่สุดในประเทศ ไทยยังจำเป็นต้องดึงดูดการลงทุนชิ้นส่วนในกลุ่มนี้เข้ามาในประเทศให้ได้มากที่สุด หากไทยไม่สามารถดึงการลงทุนในกลุ่มชิ้นส่วนใหม่นี้เข้ามาได้ สัดส่วนมูลค่าเพิ่มจากการผลิตรถยนต์ ZEV ในไทยอาจลดเหลือเพียง 35% ของมูลค่ารถยนต์ 1 คัน จากเดิมที่การผลิตรถยนต์ใช้น้ำมันในไทยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ได้ถึงมากกว่า 80%

อย่างไรก็ตามชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์ ZEV อย่างแบตเตอรี่ ไทยน่าจะมีโอกาสเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานได้เพียงขั้นตอนการประกอบแบตเตอรี่ให้อยู่ในรูปแพ็ก (Battery Pack) เพราะขาดปัจจัยสำคัญทั้งเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับผลิตเซลล์แบตเตอรี่และแร่สำคัญที่ใช้เป็นส่วนประกอบ แต่ไทยอาจเน้นการดึงดูดชิ้นส่วนสำคัญอื่นที่อยู่ในระบบขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ไฟฟ้าให้เข้ามาลงทุนในไทยได้ เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์ On Board Charger ชิ้นส่วนระบบไฟฟ้าอื่นๆและเซ็นเซอร์ต่างๆ

รวมไปถึงระบบเบรกแบบรีเจนเนอเรทีฟ เป็นต้น เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนด้านอื่นให้ครบวงจรในประเทศแทน ในขณะเดียวกัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานขึ้นในไทยอย่างยั่งยืน อาจจำเป็นต้องมีการสนับสนุนผู้ประกอบการในไทยให้สามารถพัฒนาขีดความสามารถขึ้นรองรับชิ้นส่วนใหม่เหล่านี้ที่มีการใช้ระดับเทคโนโลยีที่ซับซ้อนมากขึ้นด้วย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แผนยุทธศาสตร์ฯครั้งนี้ มีส่วนช่วยอย่างมากในการสร้างแนวทางในการดำเนินงานที่ชัดเจนให้กับภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง และอาจเกิดผลดีต่อการดึงดูดการลงทุนผลิตรถยนต์ ZEV เข้าประเทศในอนาคตไม่น้อย ในจังหวะที่หลายประเทศฐานการผลิตรถยนต์พยายามแข่งขันกันขึ้นเป็นผู้นำในการผลิตรถยนต์กลุ่มดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่คู่แข่งในอุตสาหกรรมรถยนต์โลกเปลี่ยนหน้าตาไปจากเดิมมาก หลังมีคู่แข่งรายใหม่ๆเข้ามาแข่งขันในตลาดรถยนต์ ZEV เพิ่มขึ้น ซึ่งกลุ่มที่น่าสนใจ คือ คู่แข่งที่มาจากอุตสาหกรรมไอทีและอิเล็กทรอนิกส์ที่ไทยไม่ควรมองข้าม แต่ควรแสวงหาโอกาสในการดึงดูดการลงทุนและสร้างพันธมิตรเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ ZEV ในประเทศเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงถึงเวลาแล้วที่อุตสาหกรรมรถยนต์ในไทยจะต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่รอดและสร้างโอกาสจากกระแสการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด