ยอดใช้น้ำมันวูบต่อ หลังโควิดระลอกใหม่พ่นพิษ

วันที่ 30 มี.ค. 2564 เวลา 15:30 น.
ยอดใช้น้ำมันวูบต่อ หลังโควิดระลอกใหม่พ่นพิษ
คนไทยลดเดินทางช่วงโควิดรอบ2 กดการใช้น้ำมัน 2 เดือนแรกวูบ 12.7 % ส่งผลกระทบธุรกิจท่องเที่ยวหยุดชะงัก ชี้น้ำมันเครื่องบินลดลงมากสุด 79%

น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยถึงภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่อวันรอบ 2 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.พ.)ลดลง 12.7 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มเบนซินลดลง 6.7%  กลุ่มดีเซลลดลง 3.7%  น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) ลดลง 79.8%

ส่วนน้ำมันเตาเพิ่มขึ้น 34 %  น้ำมันก๊าดลดลง 9.9% ก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) เพิ่มขึ้น 1.3 % และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(เอ็นจีวี) ลดลง 42 % เนื่องจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้การใช้ในเดือนม.ค.2564 ต่ำกว่าปกติ

การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเดือนม.ค.-ก.พ. 2564 เฉลี่ยอยู่ที่ 29.6 ล้านลิตร/วัน ลดลง 6.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการใช้น้ำมันเบนซินอยู่ที่ 0.7 ล้านลิตร/วัน ลดลง 11.8 %

สำหรับกลุ่มแก๊สโซฮอล์ปริมาณการใช้ลดลงมาอยู่ที่ 28.9 ล้านลิตร/วัน ลดลง 6.6 %  เมื่อพิจารณาแยกชนิดน้ำมัน พบว่า แก๊สโซฮอล์ อี85 ปริมาณการใช้ลดลงมากที่สุดโดยลดลงมาอยู่ที่ 0.7 ล้านลิตร/วัน ลดลง 39.4 %  รองลงมาเป็นแก๊สโซฮอล์ 91 ปริมาณการใช้อยู่ที่ 7.2 ล้านลิตร/วัน ลดลง 20.5%  และแก๊สโซฮอล์ อี 20 ปริมาณการใช้อยู่ที่ 6.0 ล้านลิตร/วัน ลดลง10.2 %

ขณะที่แก๊สโซฮอล์ 95 ปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 15.0 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้น 6.8% ความต้องการใช้กลุ่มเบนซินที่ลดลงเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งในช่วงต้นปี 2564 ส่งผลให้ภาครัฐต้องออกมาตรการควบคุมพื้นที่ในเดือนม.ค.2564

ด้านการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลเดือนม.ค.-ก.พ. 2564 เฉลี่ยอยู่ที่ 65.2 ล้านลิตร/วัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลง 3.7 % เช่นเดียวกับกลุ่มเบนซินที่ปริมาณการใช้ในเดือนม.ค.2564 อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ

สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี7 มีปริมาณการใช้ลดลงมาอยู่ที่ 39.2 ล้านลิตร/วัน ลดลง 26.6%  น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ซึ่งเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนพ.ค. 2562 มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 22.9 ล้านลิตร/วัน และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 มีปริมาณการใช้อยู่ที่ 1.0 ล้านลิตร/วัน

ส่วนการใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เฉลี่ยอยู่ที่ 4.2 ล้านลิตร/วัน ลดลง 79.8 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  เนื่องจากสถานการณ์โควิด -19 ส่งผลให้ธุรกิจการท่องเที่ยวและการโดยสารเครื่องบินได้รับผลกระทบหนักอย่างต่อเนื่อง

การใช้แอลพีจีเฉลี่ยอยู่ที่ 16.0 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้น 1.3 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณการใช้ในภาคปิโตรเคมีมีการใช้มากที่สุดอยู่ที่ 6.5 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้น 18.5 % เนื่องจากการขยาย Line ผลิตปิโตรเคมี ถัดมาเป็นภาคอุตสาหกรรมมีการใช้อยู่ที่ 1.9 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้น 2.5 %

ขณะที่ภาคขนส่งมีการใช้ลดลงมากที่สุดอยู่ที่ 1.8 ล้านกก./วัน ลดลง 30.9 %  รองลงมาเป็นภาคครัวเรือนมีปริมาณการใช้อยู่ที่ 5.8 ล้านกก./วัน ลดลง 1.2%

การใช้เอ็นจีวีเฉลี่ยอยู่ที่ 2.9 ล้านกก./วัน ลดลง 42% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  เป็นผลต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับจำนวนสถานีบริการและรถเอ็นจีวีที่ยังคงลดลง

การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 เฉลี่ยอยู่ที่ 915,751 บาร์เรล/วัน ลดลง 4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  โดยการนำเข้าน้ำมันดิบลดลง 3.3 % อยู่ที่ 890,885 บาร์เรล/วันในขณะที่มูลค่าการนำเข้าลดลงมาอยู่ที่ 45,598 ล้านบาท/เดือน  เนื่องจากปริมาณนำเข้าและราคาน้ำมันดิบที่ลดลง

สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน  น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และแอลพีจี ลดลงมาอยู่ที่ 24,866 บาร์เรล/วัน หรือลดลง 36.2 %  คิดเป็นมูลค่านำเข้ารวมอยู่ที่ 1,428 ล้านบาท/เดือนหรือลดลง 37.1 %

การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเดือนม.ค.-ก.พ. 2564 เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน น้ำมันก๊าด และ แอลพีจี โดยปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 175,871 บาร์เรล/วัน คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 9,799 ล้านบาท/เดือน