posttoday

บูมแคมเปญสินค้า Made in Thailand กระตุ้นเศรษฐกิจไทยกว่า 1 ล้านล.

17 มีนาคม 2564

รัฐบาลผนึกส.อ.ท. ชูนโยบาย Made in Thailand ผลักดันหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างสินค้าที่ผลิตในประเทศ 60% เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ  รมว.คลัง เปิดเผย ว่ารัฐบาลร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผลักดันนโยบาย “Made in Thailand” เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน หันมาใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศมากขึ้น โดยกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างต้องใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้น  ซึ่งมั่นใจ จะช่วยให้ผู้ประกอบการและห่วงโซ่เอสเอ็มอีเข้มแข็งขึ้น จากยอดการซื้อจากภาครัฐ ซึ่งในแต่ละปีหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศจะใช้งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 1.77 ล้านล้านบาท

นายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ  รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า  ปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรมที่จดทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมประมาณ 60,000 โรง รวมทั้งกลุ่มเอสเอ็มอีที่เป็นซัพพลายเชนอีกเป็นจำนวนมาก ตลอดจนเชื่อมโยงไปยังแรงงานอีกกว่า 5 ล้านคน  ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมสนับสนุนกระตุ้นผู้ประกอบการยกระดับสินค้าให้ได้มาตรฐาน เพื่อเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

ทั้งนี้จะประชาสัมพันธ์และเชิญชวนผู้ประกอบการให้มาขึ้นทะเบียนขอการรับรอง Made in Thailand รวมถึงร่วมมือกับทั้งกระทรวงการคลังและส.อ.ท. ในการผลักดันและส่งเสริมสินค้า Made in Thailand สู่การจัดซื้อจัดจ้างในภาคธุรกิจ และส่งเสริมการบริโภคในระยะยาวต่อไป

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากวิกฤตโควิด-19 และการแข่งขันทางการค้าในเวทีโลกที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการพึ่งพาตลาดส่งออกมากจนเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยได้ ทางส.อ.ท.ได้เห็นถึงปัญหาดังกล่าวและต้องการหันกลับมาสร้างความเข้มแข็งให้กับตลาดภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดโลกที่มีความผันผวนสูง รวมทั้งการส่งเสริมให้เพิ่มการใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศ

บูมแคมเปญสินค้า Made in Thailand กระตุ้นเศรษฐกิจไทยกว่า 1 ล้านล.

ทั้งนี้ได้ริเริ่มโครงการ Made in Thailand ขึ้น   เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าไทยได้มากขึ้น  โดยเฉพาะโอกาสในการเข้าถึงระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่จำนวนโครงการและมูลค่าค่อนข้างสูงในแต่ละปี  และช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทยเพิ่มขึ้น กว่า 1 ล้านล้านบาท และยังช่วยเพิ่มเม็ดเงินให้เกิดการหมุนเวียนภายในระบบเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท

น.ส.นิภา ลำเจียกเทศ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง กล่าวว่า สำหรับสาระสำคัญของกฎกระทรวงการคลัง กำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563 คือ การกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของพัสดุที่จะใช้ และในส่วนของงานก่อสร้างกำหนดให้ใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศก่อน โดยต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่า หรือปริมาณเหล็กหรือเหล็กกล้าที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดในครั้งนั้น

นางพิมพ์ใจ  ลี้อิสสระนุกูล ประธานสายงานมาตรฐานอุตสาหกรรม ส.อ.ท.  กล่าวว่า ขณะนี้ ส.อ.ท. ได้มีการเตรียมความพร้อมในการรับขึ้นทะเบียนสินค้า Made in Thailand (MiT)โดยได้เริ่มเปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยคุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนสินค้า Made in Thailand จะเป็นผู้ประกอบการไทยหรือต่างประเทศ ที่มีโรงงานผลิตในประเทศไทย มีใบอนุญาตประกอบกิจการ มีการจดทะเบียน มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรที่ถูกต้องในประเทศไทย และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด

สำหรับกลุ่มสินค้า Made in Thailand ที่มีโอกาสเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ อาทิ วัสดุครุภัณฑ์สำนักงาน, ครุภัณฑ์การศึกษา, จอมอนิเตอร์, เฟอร์นิเจอร์, ชุดยูนิฟอร์ม, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ, อุปกรณ์ไฟฟ้าและพลังงาน เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ คว้า CEO of the Year 2025 กาง 4 ยุทธศาสตร์ปั้นไทยฮับดิจิทัลอาเซียน