เวทีประชาพิจารณ์โรงไฟฟ้าน้ำพองฯขอนแก่น รอบที่ 2 ผ่านฉลุย

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 15:19 น.
เวทีประชาพิจารณ์โรงไฟฟ้าน้ำพองฯขอนแก่น รอบที่ 2 ผ่านฉลุย
กฟผ.เปิดรับฟังความเห็นครั้งที่ 2 โครงการโรงไฟฟ้าน้ำพองทดแทน 830 เมกะวัตต์ ก่อนชงเรื่องขอ EIA การันตีดูแลสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน กำหนดเป้าหมายจ่ายไฟฟ้าได้ปี ‘68

นางศรีวรรณ บูรณโชคไพศาล ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  เปิดเผยว่า กฟผ.และบริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 โครงการโรงไฟฟ้าน้ำพองทดแทน จ.ขอนแก่น เพื่อนำความคิดเห็นที่ได้ไปจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้ครบถ้วนครอบคลุมทุกมิติ

ทั้งเวทีดังกล่าว มี นายปานทอง สระคูพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายศุภชัย ลีเขาสูง นายอำเภอน้ำพอง จ.ขอนแก่น รวมถึงประชาชนในพื้นที่ หน่วยงานราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน สถานศึกษา ผู้นำศาสนา องค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม สื่อมวลชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป สนใจเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นจำนวน 708 คน มีผู้แสดงความคิดเห็นด้วยวาจา จำนวน 30 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากประชาชนในพื้นที่ อ.น้ำพอง 4 ตำบล ได้แก่ ต.ม่วงหวาน ต.กุดน้ำใส ต.สะอาด ต.น้ำพอง และชาว อ.อุบลรัตน์ 2 ตำบล ได้แก่ ต.โคกสูง    ต.บ้านดง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงและประชาชนทั่วไป

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าน้ำพองทดแทน มีขนาดกำลังผลิตติดตั้งสูงสุด 830 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่    ในบริเวณพื้นที่โรงไฟฟ้าน้ำพองปัจจุบัน ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมทั้งด้านระบบส่งไฟฟ้าและเชื้อเพลิง ก่อสร้างทดแทนโรงไฟฟ้าน้ำพอง ชุดที่ 1 - 2 ในปัจจุบัน ซึ่งจะถูกปลดออกจากระบบในปี 2568 เนื่องจากหมดอายุการใช้งาน เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ      ที่ขาดหายไป และรักษาเสถียรภาพระบบไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2561-2580 (พีดีพี2018) โดยโรงไฟฟ้าน้ำพองทดแทน มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในปี 2568

นายปานทอง  สระคูพันธ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ปัจจุบันไฟฟ้าเป็นพลังงานที่สำคัญกับชีวิตของมนุษย์ หากไม่มีไฟฟ้าใช้จะทำให้มนุษย์ขาดแสงสว่างรวมถึงไม่สามารถใช้เครื่องอำนวยความสะดวกต่าง  ๆ ได้ โรงไฟฟ้าน้ำพองเดิมจะหมดอายุการใช้งานจึงต้องถูกปลดออกจากระบบในปี 2568 กฟผ. จึงได้เตรียมก่อสร้างโครงการเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าน้ำพองเดิม ในพื้นที่โรงไฟฟ้าปัจจุบัน ซึ่งใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ทำให้ประชาชนได้มีไฟฟ้าใช้เพื่อประโยชน์ในด้านต่างๆ

รวมถึงการพัฒนาประเทศ ช่วยลดการนำเข้าพลังงานไฟฟ้าจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ขอขอบคุณ กฟผ. ที่ได้เปิดเวทีรับฟังเสียงประชาชนในพื้นที่และประชาชนที่สนใจได้มาร่วมแสดงความคิดเห็น และข้อห่วงกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หวังว่าประชาชนที่เข้ารับฟังการประชุมในครั้งนี้จะร่วมกันสะท้อนความคิดเห็นให้ครบถ้วนทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อชาวขอนแก่นมากที่สุด

น.ส.ดวงกมล พรหมสุวรรณ ผู้จัดการโครงการ บริษัท คอลซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด บริษัทที่ปรึกษา กล่าวว่า การจัดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้ให้ข้อมูลกับประชาชนและหน่วยงาน  ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับรายละเอียดการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ รวมถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดให้ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น องค์กรเอกชน สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการพัฒนาโครงการให้ครอบคลุมครบถ้วน เพิ่มเติมจากการจัดประชุม รับฟังความคิดเห็นในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่  29 กันยายน 2562

สำหรับสิ่งที่ประชาชนยังมีความกังวล อาทิ การควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ในการดูแลแหล่งน้ำ การใช้เชื้อเพลิง การให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม การจ้างงานท้องถิ่น การพัฒนาด้านสาธารณสุขและการศึกษาในชุมชน และการบริหารงบประมาณกองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะทั้ง 2 เวทีนี้ จะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการโรงไฟฟ้าน้ำพองทดแทนฉบับสมบูรณ์เพื่อนำเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาต่อไป