ไฟเขียวแผนฟื้นฟูขสมก.เปิดเอกชนเช่า-เดินรถแบบเบ็ดเสร็จ ลดต้นทุนระยะยาว

วันที่ 08 มิ.ย. 2563 เวลา 15:35 น.
ไฟเขียวแผนฟื้นฟูขสมก.เปิดเอกชนเช่า-เดินรถแบบเบ็ดเสร็จ ลดต้นทุนระยะยาว
“ศักดิ์สยาม”ลุยแผนฟื้นฟูขสมก.เร่งล้างหนี้เพิ่มรายได้ เปิดเช่ารถจ้างเอกชนเดินรถเมล์ ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ขอเวลา 7 ปี ต้องหยุดขาดทุนให้ได้

นายศักดิ์สยาม  ชิดชอบ  รมว.กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) มีมติเห็นชอบในหลักการการปรับปรุงแผนฟื้นฟูกิจการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำรายละเอียดก่อนเสนอเข้าที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)ต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเสนอได้ภายในเดือนมิ.ย.นี้

ทั้งนี้ในเบื้องต้นจะมีการเปิดประกวดราคา (ทีโออาร์) เพื่อจัดหารถโดยสารใหม่และบริหารการเดินรถ ในรูปแบบเช่าจ้างวิ่งตามระยะทาง เอกชนรายใดเสนอราคาดำเนินการต่ำสุด จะเป็นผู้ชนะการประมูล และได้สิทธิ์สัมปทานเดินรถระยะเวลา 7 ปี ซึ่ง ขสมก.จะให้ผลตอบแทนจ่ายค่าเช่าตามกิโลเมตรบริการ

อย่างไรก็ตามรูปแบบดังล่าวเอกชนจะมีบริการพร้อมทุกอย่าง ทั้งคนขับรถ และอุปกรณ์เก็บเงิน ตลอดจนเทคโนโลยีคำนวณการวิ่งให้บริการ เมื่อครบ7 ปี ก็เปิดประมูลใหม่   ขณะที่ ขสมก.จะไม่มีภาระบำรุงรักษา ไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าซ่อม ค่าเสื่อมสภาพของรถโดยสาร เมื่อเทียบกับแนวทางจัดซื้อรถโดยสารที่จะกลายเป็นทรัพย์สินของ ขสมก. แต่มีค่าซ่อม ค่าเสื่อม อย่างเช่นในปัจจุบันที่ ขสมก.มีรถโดยสารสภาพเก่า และกำลังจะไม่มีอะไหล่ในการซ่อมบำรุง

ทั้งนี้จะมีการจัดหารถโดยสารปรับอากาศ เช่ารถโดยสารไฟฟ้า( EV ) จำนวน 2,511 คัน โดยจ่ายต่าเช่าตามกิโลเมตลบริการ เมื่อบวกกับรถโดยสาร NGV ที่ ขสมก.ดำเนินการจัดซื้อมาก่อนหน้า 489 คัน รวมมีรถโดยสารให้บริการ 3,000 กว่าคัน โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุน

นอกจากนี้ตามแผนฟื้นฟูยังมีการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน  จัดเก็บค่าโดยสารเป็นขั้นบันไดตามระยะทาง คือ 1.จัดเก็บค่าโดยสาร 30 บาทต่อคนต่อวัน (ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว) จากเดิมรถใหม่ปัจจุบันจัดเก็บ 15-20-25 บาทต่อคนต่อเที่ยว

2.ออกบัตรอิเล็กทรอนิกส์ แบ่งเป็นบัตรเติมเงินปกติ 30 บาทต่อคนต่อวัน บัตรผู้สูงอายุ 15 บาทต่อคนต่อวัน (ลด 50%) บัตรรายเที่ยว 15 บาทต่อเที่ยว และบัตรรายเดือน สำหรับนักเรียนและนักศึกษา ราคา 630 บาทต่อเดือน เฉลี่ย 21 บาทต่อวัน และบัตรสำหรับบุคคลทั่วไป ราคา 720 บาทต่อเดือน หรือเฉลี่ย 24 บาทต่อวัน

สำหรับภาระหนี้สินของขสมก.ขณะนี้มีสถานะทางการเงินขาดทุนสะสม 2,519 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเดือนละ 300 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากดอกเบี้ย โดยหากรวมหนี้สินแล้ว 127,786 ล้านบาท ซึ่ง คนร.ได้มอบหมายให้ ขสมก.กระทรวงการคลัง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)ไปพิจารณาตัวเลขหนี้สิน จำนวน 127,786 ล้านบาท ให้ชัดเจน ก่อนเสนอครม.

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า  เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อภาครัฐขสมก. จะขอรับเงินสนับสนุน (PSO) ระยะเวลา 7 ปี ตั้งแต่ปี 2565 – 2571 รวมเป็นเงินประมาณ 9,674 ล้านบาท และตั้งแต่ปี 2572 จะมีผลการดำเนินงานเพียงพอกับรายจ่าย (EBITDA ไม่ติดลบ) ซึ่ง ขสมก. สามารถเลี้ยงตัวเองได้ไม่เป็นภาระต่อภาครัฐในอนาคต

“แผนฟื้นฟูฉบับใหม่จะหยุดขาดทุนใช้เวลา 7 ปี เนื่องจากรายได้จากการจัดเก็บค่าโดยสารจะน้อยลง เพราะมีการปรับเป็นรูปแบบเหมาจ่าย เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน ซึ่งเป็นประโยชน์โดยรวม”