ยันสหกรณ์ 82 แห่ง ลงทุนหุ้นบินไทยไม่กระทบ วอนอย่าตกใจแห่ถอนเงิน

วันที่ 15 พ.ค. 2563 เวลา 20:18 น.
ยันสหกรณ์ 82 แห่ง ลงทุนหุ้นบินไทยไม่กระทบ  วอนอย่าตกใจแห่ถอนเงิน
กรมส่งเสริมสหกรณ์ ออกโรงชี้แจง ฐานะสหกรณ์มั่นคง แม้ลงทุนซื้อหุ้นกู้-หุ้นสามัญบินไทย 4.2หมื่นล้านบาท แค่ 3.62%ของสินทรัพย์ เล็งผ่อนปรนเกณฑ์สงสัยหนี้จะสูญ รองรับหากบินไทยเบี้ยวไม่จ่ายคืน

นายพิเชษฐ์   วิริยะพาหะ   อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์  เปิดเผยถึงกรณี สหกรณ์ออมทรัพย์ที่นำเงินไปลงทุนในบริษัท การบินไทย จำกัด ทั้งหมด 82แห่ง แยกเป็นลงทุนในสัญญาถือหุ้นกู้ 82 แห่ง วง 42,229 ล้านบาท และถือหุ้นสามัญ 4 แห่ง วงเงิน 273ล้านบาท นั้น คิดเป็น 3.62% ของสินทรัพย์ทั้งหมด ที่มีรวมกันประมาณ 1.17 ล้านล้านบาทเทียบกับมูลค่าสินทรัพย์ของสหกรณ์ออมทรัพย์ทั้งประเทศ รวม 3.3  ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นยืนยันว่าสถานการณ์การบินไทย ที่อยู่ระหว่างการรอความชัดจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินของสหกรณ์ 82 แห่ง แต่อย่างใด

สำหรับหุ้นกู้ วงเงิน  42,229 ล้านบาท  มีกำหนดชำระคืนในระยะเวลาที่ต่างกันตั้งแต่ปี2563-2577 โดยใน ปี 2563 ครบชำระหนี้ ในเดือนส.ค.-ก.ย.จำนวน 20 สหกรณ์ มูลค่า1,108 ล้านบาท ในปี 2564 จำนวน 24 สหกรณ์ วงเงิน 3,224 ล้านบาท   ปี2565 จำนวน 35 สหกรณ์ 4,971ล้านบาท ปี 2566  จำนวน 30 สหกรณ์ 3,349 ล้านบาท  ปี2567 จำนวน 28 สหกรณ์ 3,455 ล้านบาท  ปี2568 จำนวน 32 สหกรณ์ 5,020ล้านบาท

ปี2569 จำนวน 26 แห่ง 2,070 ล้านบาท ปี2570 จำนวน 27แห่ง จำนวน 2,518ล้านบาท ปี2571จำนวน 41แห่ง มูลค่า 5,608 ล้านบาท   ปี2572  จำนวน 19 แห่ง 3,789 ล้านบาท ปี2573 จำนวน 10 แห่ง มูลค่า 956 ล้านบาท  ปี2575 จำนวน 18 แห่ง 1,479 ล้านบาท ปี2576 จำนวน 21 แห่ง จำนวน 1,170 ล้านบาท และปี2577 จำนวน 23 แห่ง มูลค่า 3,292 ล้านบาท

“สหกรณ์ 82 แห่งล้วนเป็นสหกรณ์ชั้น 1 มีฐานะการเงินที่ดีมาก ดังนั้นในกรณีการบินไทย ขอยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อ 82 แห่ง เพราะเป็นเงินลงทุนเพียงแค่ 3.62% ขอให้สมาชิกสหกรณ์มีความเชื่อมั่น อย่าแห่ถอนเงิน เพราะจะเป็นการทำร้ายสหกรณ์เอง ที่ต้องมีภาระในการหาเงินสดมาให้สมาชิกถอน ขณะนี้พบว่ามีความผิดปกติ ประมาณ 7สหกรณ์ มีการถอนประมาณ100-200 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งไม่กระทบสถานะทางการเงินกับสหกรณ์นั้นๆแต่ที่ห่วงก็คือสมาชิกไม่เข้าใจและแห่มาถอนยิ่งกลายเป็นซ้ำเติมสหกรณ์ตัวเองทั้งๆที่สถานะมั่นคง”นายพิเชษฐ์กล่าว

นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า กรมฯมีมาตรการที่จะดูแลสหกรณ์ทั้งหมด โดยได้ทำแบบจำลองสถานการณ์ไว้รองรับและแก้ไขทุกกรณี จนถึงระดับเลวร้ายที่สุด ก็จะกระทบเพียง 3.62%เท่านั้น ถือว่าน้อยมาก หากเทียบกับสินทรัพย์ที่สหกรณ์ที่มีอยู่ ซึ่งกรณีนี้ต่างกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น เพราะทั้ง 82 แห่งไม่มีเรื่องทุจริต

นอกจากนั้นยังได้วางมาตรการผ่อนปรน คลายข้อกังวล ของสมาชิก ที่กังวลการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ หากดูตารางการชำระหนี้ พบว่าปี2563 มี 20 แห่งวงเงิน 1,108ล้านบาท คาดว่าการบินไทย สามารถชำระได้ตามกำหนดแน่นอน แต่หากไม่สามารถชำระได้ กรมฯจะออกมาตรการผ่อนคลาย ในเรื่องเกณฑ์ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งปกติจะตั้งไว้ที่100% ดังนั้นเมื่อผ่อนผันเกณฑ์นี้ ไม่ต้องตั้งเงินสำรองหนี้ จะทำให้แต่ละสหกรณ์สามารถดำเนินธุรกรรมได้ตามปกติเพราะไม่มีภาระสำรองหนี้

อย่างไรก็ตามในปีนี้หากการบินไทย ไม่ชำระหนี้ จะใช้อำนาจนายทะเบียนสหกรณ์ สั่งผ่อนคลายให้สหกรณ์เจ้าหนี้ไม่ต้องตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ  โดยเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะต้องดูแลการบินไทยอย่างดีที่สุด

ด้านพล.ท.ดร.วีระ วงศ์สรรค์ ที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย(ชสอ.) และนายกสมาคมนักบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ กล่าวว่าพอใจกับมาตรการที่กรม ฯเตรียมไว้  โดยเฉพาะมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์เงินสำรองหนี้สงสัยจะสูญ เพราะจะทำให้เงินก้อนนี้จะไม่เป็นภาระของสหกรณ์นั้นๆ จะทำให้ธุรกรรรม ดำเนินได้ตามปกติไม่กระทบสิทธิของสมาชิก ซึ่งชสอ.ได้มีการส่งสัญญาณเรื่องนี้กับสมาชิก แต่คงห้ามคนตกใจและถอนเงินยาก

ทั้งนี้หากหายตกใจก็จะกลับมาฝากกันอีกและได้รับดอกเบี้ย เช่นกรณีที่ตกใจเรื่องสหกรณ์นำเงินไปลงทุนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ก็แห่ถอนกันพอหายตกใจกลับมาฝากเหมือนเดิม ยอมรับว่าเวลาช่วงตกใจ เป็นภาระที่สหกรณ์ วิ่งหาเงินมาให้ถอน ก็อาจส่งผลกระทบทางการเงินอย่างแรง จากสมาชิกด้วยกันเอง ที่แห่ถอน ทั้งนี้ชสอ.ได้นำไปลงทุนในการบินไทย 1,919  ล้านบาท หรือ 1.25% ของสินทรัพย์ของชสอ. ซึ่งเป็นบริษัทเกรดเอ ชสอ.ได้ทำความเข้าใจกับสมาชิก แล้วไม่พบการถอนเงินผิดปกติ