“เดอะมอลล์” เแนะแผนฟื้นเศรษฐกิจไทย เพิ่มมูลค่ากว่า แสนล้านบาท

วันที่ 15 พ.ค. 2563 เวลา 14:15 น.
“เดอะมอลล์” เแนะแผนฟื้นเศรษฐกิจไทย เพิ่มมูลค่ากว่า แสนล้านบาท
"ศุภลักษณ์ อัมพุช" แห่งอณาจักรเดอะมอลล์ หนึ่งในมหาเศรษฐีนีเมืองไทย ที่ได้รับจดหมายจากนายกฯ เสนอแผนแม่บท 10 ข้อ ฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมามีมูลค่าเพิ่มกว่า 100,000 ล้านบาท

นางศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีก ศูนย์การค้า เดอะมอลล์ เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทีย ฯลฯ และในฐานะนักธุรกิจหญิง วงการค้าปลีกไทย เพียงคนเดียว ที่ได้รับจดหมายจากนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อขอความร่วมสนับสนุนโครงการช่วยประเทศไทย ฝ่าวิกฤษเศรษฐกิจ จากผลกระทบโควิด-19 ไปเมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา

โดยในจดหมายของ นางศุภลักษณ์ อัมพุช มีเนื้อหาบางส่วนได้เสนอแผนแม่บท 10 ข้อในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ พร้อมแนวทางการสนับสนุนช่วยเหลือสังคม ในจดหมายมีใจความดังนี้

นอกเหนือจากโครงการการสนับสนุนช่วยเหลือต่างๆ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ดำเนินการเฉกเช่น ผู้นำภาคเอกชนต่างๆได้ให้การช่วยเหลือสังคมโดยรวมดิฉันในนามบริษัทเดอะมอลล์กรุ๊ป ใคร่ขอเรียนเสนอวิสัยทัศน์และกลยุทธ์แผนการฟื้นฟูและขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนของประเทศ โดยมีส่วนร่วมเป็นแกนกลางรวมพลังเพื่อบูรณาการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ด้วยยุทธศาสตร์ของการสร้างคุณภาพชีวิตของคนไทย การสร้างงานสร้างอาชีพ การสร้างรายได้ให้กับประชาชนและประเทศไทยภายใต้บรรทัดฐานใหม่ New Normal สำหรับคนทุกภาคส่วน ตั้งแต่ แรงงานขั้นพื้นฐาน เกษตรกร SME Entrepreneur White Collar เจ้าของธุรกิจ จนถึงองค์กรขนาดใหญ่ภายใต้กลยุทธ์ที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องให้ความสำคัญ คือ 3 หัวข้อหลัก

Globalization ทำให้ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ของ South East AsiaDigitalization การนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้สำหรับ New Normal ทั้งในแง่การทำธุรกิจ และการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ Tourism เป็น Spearhead หัวหอกหลักที่จะนำประเทศไทยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้เร็วที่สุด และมีผลต่อเนื่อง

Value Chain ไปยังธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย และเป็นส่วนที่ประเทศไทยสามารถใช้เป็นจุดแข็ง ในฐานะที่ประเทศไทยเป็น Tourist Destination of the World โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เป็น World Number 1 Tourist Destination ติดต่อกันถึง 4 ปี อีกทั้งภูเก็ตและพัทยาติดอันดับ Top 10 Tourist Destination in Asia

เดอะมอลล์กรุ๊ป ใคร่ขอเสนอ 10 แผนแม่บท 10 แผนยุทธศาสตร์ที่จะขอให้ทั้งทางภาครัฐบาล และภาคเอกชนร่วมมือกัน มี Commitment ร่วมกัน เพื่อยังผลให้โครงการเหล่านี้ประสบความสำเร็จยิ่ง

  1. THAILAND AS A WORLD CLASS SHOPPING PARADISE ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของการช้อปปิ้งระดับโลก
  2. THAILAND AS A WORLD FOOD DESTINATION ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมอาหารของโลก
  3. THAILAND AS A HUB OF WORLD CLASS ENTERTAINMENT AND ATTRACTIONS IN SEA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความบันเทิงและแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
  4. THAILAND AS A HUB OF MICE MARKET IN SEA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการประชุมสัมมนาและจัดแสดงสินค้าระดับโลกในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
  5. THAILAND AS A CULTURAL AND ART CENTER OF ASIA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่งศิลปวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย
  6. THAILAND AS A WORLD CLASS CENTER OF FESTIVAL, LEISURE & FUN ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการจัดเทศกาลแห่งความสุขและสนุกสนานระดับโลก
  7. THE GULF OF THAILAND AND THE ANDAMAN SEA TO BECOME THE RIVIERA OF THE EAST AND CRUISE LINE PLAYGROUND อ่าวไทยและคาบสมุทรอันดามัน เสมือนเป็นริเวียร่าแห่งโลกตะวันออกและเส้นทางเดินเรือสำราญที่สำคัญของเอเชีย
  8. THAILAND AS A MEDICAL HUB FOR HEALTH, WELLNESS & SPA RESORT IN ASIA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ สุขภาพ ความงาม และสปา ในภูมิภาคเอเชีย
  9. THAILAND AS THE ENTREPRENEUR,SME& STARTUP HUB OF SEA FORO2O SEAMLESSEXPERIENCE ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ในการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ สำหรับ ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ
  10. THAILAND AS A CENTER OF ECOTOURISM AND ENVIRONMENTAL SUSTAINABILITY ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ท้ายนี้ ดิฉันในนามบริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างจริงใจและจริงจัง ภายใต้กลยุทธ์และแผนยุทธศาสตร์ทั้ง 10 ข้อนี้จะทำให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จ นำมาซึ่งการสร้างคุณภาพชีวิตของคนไทย สร้างงาน สร้างอาชีพเพิ่มให้กับประชาชนหลายล้านคน

คาดว่าจะสร้างรายได้และทำรายได้เพิ่มขึ้นให้แก่ประเทศกว่า 100,000 ล้านบาท ยังผลให้ประเทศไทยฟื้นฟูและยืนหยัดด้วยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน