ดีเดย์ 17 พ.ค. “สยามพิวรรธน์” พร้อมเปิด 4 ศูนย์การค้า

วันที่ 13 พ.ค. 2563 เวลา 16:35 น.
ดีเดย์ 17 พ.ค. “สยามพิวรรธน์” พร้อมเปิด 4 ศูนย์การค้า
สแตนด์บาย เปิด “สยามพารากอน-สยามดิสคัฟเวอรี-สยามเซ็นเตอร์-ไอคอนสยาม” วันที่ 17 พ.ค. ตั้งการ์ดปลอดภัยขั้นสุด ใช้พื้นที่ 5 ตร.ม.ต่อลูกค้า 1 คน แนะเร่ง “รีแบรนดิง” ประเทศไทย ฟื้นเชื่อมั่นเศรษฐกิจ-อุตฯท่องเที่ยว

ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด

นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทย้ำความมั่นใจสูงสุดมาตรการสุขอนามัยและความปลอดภัย ด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์ครอบคลุม โดยนำร่องปฏิบัติเป็นศูนย์การค้าแรกนับตั้งแต่การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเปิดให้บริการศูนย์การค้าในกลุ่ม ตามมาตการผ่อนคลาย ล็อค ดาวน์ ประเทศไทย ในวันที่ 17 พ.ค. นี้

นอกจาก การปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยและสุขอนยามัยอย่างเคร่งครัดแล้ว ที่สอดคล้องกับมาตราการเว้นระยะห่างทางสังคม(Social Distancing) คือ นำหลักบริหารจัดการพื้นที่ กำหนดให้พื้นที่ 5 ตารางเมตร รองรับลูกค้าได้ 1 คน รวมทั้งกำหนดพื้นที่ระหว่างลูกค้าให้มีระยะห่าง 1.5 เมตร เป็นต้น

โดยในช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19 ศูนย์การค้า 4 แห่ง ของกลุ่มสยามพิวรรธน์ คือ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี และ ไอคอน สยาม มีปริมาณลูกค้าหมุนเวียนเฉลี่ยสูงสุดรวมกันอยู่ที่ 2.5-3 แสนรายต่อวัน แบ่งสัดส่วนเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ราว 30% และมีพันธมิตรร้านค้า ทั้งรายเล็ก กลาง ใหญ่ ไม่ต่ำกว่า 10,000 ร้านค้า ที่ต้องปิดให้บริการในช่วง ล็อค ดาวน์ ประเทศ

“ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกไทยปีที่แล้ว มีมูลค่าราว 3.5 ล้านล้านบาท ส่วนธุรกิจศูนย์การค้ามีมูลค่ารวมประมาณ 1.75 แสนล้านบาท และคาดว่าภาพรวมในปีนี้จะหดตัวราว  50% จากผลกระทบจาก โควิด-19 ที่เกิดขึ้น” นางชฎาทิพ กล่าว

พร้อมเสริมว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศไทยในภาพรวม ยังขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลกด้วยเช่นกัน ในกรณีที่มีการคิดค้นวัคซีน ป้องกันโควิด-19 ได้สำเร็จ ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 12 เดือนนับจากนี้ โดยในช่วงระหว่างนี้ เห็นควรให้มีการ รีแบรนดิง” (Rebranding) ประเทศไทย เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และ ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลับเข้าประเทศได้อย่างในปี 2564

ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมความพร้อมธุรกิจค้าปลีกของศูนย์การค้าในเครือ เพื่อรองรับพฤติกรรมใหม่ของลูกค้าที่เปลี่ยนไป (New Normal)  ผ่านวิสัยทัศน์ New Beginning-New Smile เพื่อตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตวิถีใหม่ของผู้ริโภคในแบบ New Normal Innovation Lifestyle ด้วยการสร้าง Retail Ecosystem ผ่าน Sustainable Living Community  ผสานกับ Omni Shopping Channel