ผลไม้ไทย เข้าแถวรอวางตลาดกว่า 9.95 แสนตัน หนุนขายในประเทศหลังพิษโควิด-19ฉุดส่งออกสะดุด

วันที่ 06 เม.ย. 2563 เวลา 16:05 น.
ผลไม้ไทย เข้าแถวรอวางตลาดกว่า 9.95 แสนตัน หนุนขายในประเทศหลังพิษโควิด-19ฉุดส่งออกสะดุด
สศก.ประเมินผลผลิตทุเรียน- มังคุด-เงาะ-ลองกอง ปีนี้ กว่า 9.95 แสนตัน ออกสู่ตลาดเดือนเม.ย. ราคายังดี ล้งเลิกซื้อเหมาสวน หันตีราคาแบบเดือนต่อเดือน ยอมรับขนส่งต่างประเทศยังลำบาก เตรียมแผนรับมือเน้นขายบริโภคสดในไทย

นางอัญชนา  ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ผลไม้ภาคตะวันออก (จันทบุรี ระยอง ตราด) ปี 2563 (ข้อมูล ณ 26 มีนาคม 2563) ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง มีผลผลิตรวม จำนวน 995,501ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีจำนวน 886,959 ตัน (เพิ่มขึ้น 108,542 ตัน หรือร้อยละ12) โดย ทุเรียน ให้ผลผลิต 550,035 ตัน เงาะ 210,637 ตัน  มังคุด 212,345 ตันและลองกอง 22,484 ตัน ทั้งนี้ ผลผลิตจะออกมากช่วงปลายเดือนเม.ย. ต่อเนื่องถึงกลางเดือนพ.ค.2563

ทั้งนี้ พบว่า ทุเรียน เงาะ มังคุด ออกดอกแล้วร้อยละ100 ส่วนลองกองออกดอกร้อยละ 60 ในขณะที่ มังคุด ผลผลิตเพิ่มมากที่สุดร้อยละ18 ส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะเติบโต ผลผลิตรุ่นแรกเก็บได้ตั้งแต่กลางเดือนมี.ค.2563และจะออกชุกช่วงกลางเดือนพ.ค.ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมิ.ย.2563 รองลงมาได้แก่ ทุเรียน ผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวในช่วงแรกเป็นทุเรียนพันธุ์เบาและทุเรียนที่ใช้สารกระตุ้นการออกดอก โดยจะเป็นพันธุ์กระดุมและหมอนทอง ซึ่งทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่ปลายเดือนม.ค.แล้วไปสิ้นสุดฤดูต้นเดือนส.ค. 2563 ส่วนผลผลิตจะออกมากช่วงเดือนเม.ย.หลังสงกรานต์ ต่อเนื่องไปถึงกลางเดือนพ.ค. 2563 

ส่วนเงาะ ผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ10 ส่วนใหญ่อยู่ในระยะขึ้นลูกและเติบโตโดยเงาะพันธุ์สีทองซึ่งแหล่งผลิตอยู่ที่จ.ตราดจะออกสู่ตลาดตั้งแต่กลางเดือนมี.ค. 2563และเงาะพันธุ์โรงเรียนของภาคตะวันออกจะเก็บเกี่ยวมากในช่วงกลางเดือนพ.ค. 2563 ส่วน ลองกอง ผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ9 โดยคาดว่าจะมีผลผลิตออกมากในช่วงเดือนมิ.ย.

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ที่ยังยืดเยื้ออยู่ส่งผลให้ระบบขนส่งภายในประเทศมีความยากลำบากถึงแม้ตลาดปลายทางของจีนจะมีสัญญานความต้องการสินค้าจากไทยโดยเฉพาะทุเรียนและมังคุด

นอกจากนี้ยังพบว่าล้งปรับเปลี่ยนการรับซื้อผลผลิตทุเรียนแบบเหมาสวน เป็นการเหมาแบบตีราคากันเดือนต่อเดือน ซึ่งเดือนมี.ค. 2563 ราคาเหมาอยู่ที่130-155 บาท/ก.ก. ส่วนราคาเหมาล่วงหน้าเดือนเมษายน ถึงวันที่ 10 พ.ค. 2563 อยู่ที่ 115-130 บาท/ก.ก.ซึ่งราคาอยู่ในเกณฑ์สูงเกษตรกรพึงพอใจ ทั้งนี้ ภาครัฐได้แจ้งให้ล้งมีมาตรการป้องกันควบคุมการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อาจเกิดขึ้นกับคนงานและลูกค้าอย่างรัดกุมแล้ว

ด้านนายสุชัย กิตตินันทะศิลป์ ผู้อำนวยการ สศท.6 กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ ตลาดปลายทางต่างประเทศยังไม่มั่นใจกับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19ในไทยอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติม นอกเหนือจาก GAP และ GMP เช่น มาตรฐานตรวจรับรองการปลอดเชื้อของสินค้าและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีมาตรการรองรับการบริหารจัดการหากเกิดปัญหาการส่งออก โดย ส่งเสริมการบริโภคสดภายในประเทศ เน้นจำหน่ายตรงกับผู้บริโภค 

การจำหน่ายผ่านหน่วยงานราชการหรือวิสาหกิจชุมชนต่างๆ การแปรรูปสินค้าซื้อขายผ่านกลไกสหกรณ์การเกษตร รวมถึงตลาด Modern Trade ตลาดกลางสินค้าเกษตรต่างๆ และการซื้อขายผ่านระบบ online ทั้งนี้ข้อมูลเอกภาพของไม้ผลตะวันออก ปี 2563 ได้นำไปใช้บริหารจัดการผลไม้แต่ละจังหวัดแล้วการบริหารจัดการผลไม้ปีนี้คงต้องติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด