posttoday
ชี้ช่องไทยเร่งแปรรูปผลไม้ รอส่งออกพ่วงเอฟทีเอ ขยายตลาดทั่วโลกช่วงวิกฤตโควิด-19

ชี้ช่องไทยเร่งแปรรูปผลไม้ รอส่งออกพ่วงเอฟทีเอ ขยายตลาดทั่วโลกช่วงวิกฤตโควิด-19

01 เมษายน 2563

‘กรมเจรจาฯ’ แนะเกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าผลไม้ มุ่งแปรรูปผลผลิตเพื่อส่งออก หนุนใช้เอฟทีเอช่วยขยายตลาด รับความต้องการที่เพิ่มขึ้นช่วงวิกฤตไวรัสโควิด-19

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในช่วงเกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้หลายประเทศมีความต้องการบริโภคอาหารที่เก็บไว้ได้นานโดยไม่เน่าเสียเพิ่มขึ้น จึงแนะนำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการในกลุ่มสินค้าผลไม้ปรับเปลี่ยนรูปแบบผลผลิต โดยเน้นการผลิตและส่งออกผลไม้แปรรูปมากขึ้น เช่น ผลไม้แห้ง ผลไม้กวน แยมผลไม้ น้ำผลไม้ และผลไม้กระป๋อง เป็นต้น

ทั้งนี้ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ผลไม้กระป๋องและผลไม้แปรรูปของไทยได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพ รวมถึงมีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสูงเป็นอันดับที่ 5 ของโลก รองจากสหภาพยุโรป จีน สหรัฐอเมริกา และสเปน ซึ่งความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ผลไม้กระป๋องและผลไม้ แปรรูปของไทยเติบโตได้ในตลาดโลก

ปัจจุบันมี 13 ประเทศที่เป็นคู่ค้าเอฟทีเอ ได้แก่ อาเซียน 9 ประเทศ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี และฮ่องกง ได้ยกเลิกภาษีศุลกากรที่เก็บกับสินค้าผลไม้กระป๋องและแปรรูปทุกรายการจากไทยแล้ว เหลือเพียง จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และเปรู ที่ยังคงเก็บภาษีนำเข้าบางรายการ

เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าการส่งออกผลไม้กระป๋องและแปรรูปของไทย ปีก่อนที่ไทยจะมีเอฟทีเอฉบับแรกกับอาเซียนในปี 2535 จนถึงปัจจุบัน พบว่าเอฟทีเอช่วยผลักดันการส่งออกสินค้าผลไม้กระป๋องและผลไม้แปรรูปของไทยให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 190%

นางอรมน  กล่าวว่า ตลาดผลไม้กระป๋องและแปรรูปมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคสมัยใหม่ที่ต้องการความสะดวกในการดำเนินชีวิตมากขึ้น และในช่วงที่สินค้าผลไม้สดกำลังเผชิญปัญหาการส่งออกชะงักงันจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงถือเป็นโอกาสที่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยจะเพิ่มการแปรรูปสินค้าผลไม้สด เป็นผลไม้กระป๋องและผลไม้แปรรูป โดยเฉพาะผลไม้เมืองร้อนที่เป็นจุดแข็งของไทย เพื่อขยายส่งออกไปตลาดที่ไทยมีแต้มต่อจากเอฟทีเอและตลาดโลก

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการควรรักษาคุณภาพและพัฒนามาตรฐานการผลิตสินค้า เพื่อลดอุปสรรคการกีดกันทางการค้าที่ประเทศผู้นำเข้านำมาบังคับใช้ เช่น มาตรฐาน HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) และมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) รวมทั้งมาตรการติดฉลากอาหาร เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ป่อเต็กตึ๊ง เปิด “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว” ใจกลางสาทร 25 พ.ค.นี้ สักการะฟรี

ป่อเต็กตึ๊ง เปิด “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว” ใจกลางสาทร 25 พ.ค.นี้ สักการะฟรี