พันธมิตรแรงงานสนามบินฯ วอนรัฐดูแลพนักงานตามหลักสากล หลังแอร์ไลน์หยุดบิน
เครือข่ายพันธมิตรแรงงานคนทำงานสนามบิน ออกแถลงการณ์ ห่วงการจ้างงานของสายการบินหลังต้องหยุดให้บริการ ชี้นายจ้างอย่าซ้ำเติม วอนรัฐเข้ามาดูแลยึดหลักมนุษยธรรม ชง 4 ข้อเสนอหาทางออกร่วมกัน
สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิสัมพันธ์ (สรส.) และ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง ความห่วงใยต่อเพื่อนพี่น้องแรงงานในอุตสาหกรรมการบินภายใต้สถานการณ์โรคระบาดโควดิ-19 โดยมีสาระสำคัญว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ หรือโควิด-19 (Covid-19) ที่เริ่มมาตั้งแต่ ปลายปี พ.ศ. 2562 และระบาดมากขึ้น จนเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2563
ทางองคก์ารอนามยัโลกได้ประกาศให้เป็นโรคระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) เพราะนอกจากแพร่ระบาดไปนอกเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีนแล้ว ก็ยังระบาด ไปทั่วจีน และทั่วโลกมากกว่า 199 ประเทศและดินแดนต่างๆ จนมีจำนวนสะสมของผู้ป่วยมากกว่า 532,353 คน และ ผู้เสียชีวิตมากกว่า เสียชีวิตแล้ว 24,090 คน (ขอ้มูลวนัที่ 27 มีนาคม 2563)
สำหรับในประเทศไทย การแพร่ระบาดได้ทวี ความรุนแรง จนกระทั่ง รัฐบาลได้ออกประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เมื่อวนัที่ 26 มี.ค.2563 เพื่อควบคุมมิให้ไวรัสแพร่ระบาดออกไปในวงกว้าง ความหวาดหวั่นและความรู้สึกไม่ปลอดภัยจากโรคระบาด ทำให้มีผู้โดยสารสายการบินน้อยลง การห้าม ผู้โดยสารต่างประเทศเข้าประเทศ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นโยบาย Work from Home เพื่อให้ประชาชนอยู่กับบ้าน โดยไม่เดินทางที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายของไวรัสมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจสายการบินของประเทศไทยอย่างหนัก บริษทัสายการบินราคาประหยัดหลายบริษัทออก ประกาศลด/หยุดบินชั่วคราว
และล่าสุด บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) ได้ประกาศหยุดบินชั่วคราว ทั้งเส้นทางในภูมิภาค ยุโรปและ ออสเตรเลียจนถึงวันที่ 31 พ.ค.2562 เหตุการณ์เหล่านี้ กระทบต่อการจ้างแรงงานหลายหมื่นคน ตลอดทั้ง ห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการบิน ลูกจ้างสัญญาจ้างหลายแห่งถูกเลิกจ้าง พนักงานประจำถูกกดดันให้ลดเงินเดือน ค่าจ้าง
การประกาศหยุดบินชั่วคราวของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ส่งผลกระทบอย่างยิ่งการจ้างแรงงานที่เป็นพนักงาน ประจำ ของ การบินไทยจำนวน 20,000 คน และแรงงาน Outsource ของบริษทัวิงสแปน 4,900 คน ที่ส่งแรงงานไปปฏิบัติให้กับ การบินไทย
ทั้งนี้พันธมิตรสหภาพแรงงานฯ มีความกังวลอย่างยิ่งต่อการจ้างงานแรงงานเหล่านี้ แม้ว่าวิกฤตครั้งนี้จะเกิดขึ้นทั่วโลก หลายประเทศได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมทั้งประเทศไทย แต่ไม่อยากให้มีซ้ำเติมชีวิตของแรงงานเหล่านี้ ด้วยการออกมาตรการความอยู่รอดของนายจ้าง เช่น การเลิกจ้าง เป็นต้น ซึ่งครั้งหนึ่ง ในอดีต ธุรกิจสายการบินได้สร้างผลกำไรให้เกิดขึ้นมากมาย และแรงงานเหล่านี้ก็มีส่วนในความสำเร็จเหล่านั้นของนายจ้าง เมื่อเกิดวิกฤตในครั้งนี้ จึงขอเรียกร้องให้นายจ้างและรัฐบาลช่วยดูแลแรงงานเหล่านี้ให้ผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน
ดังนั้น พันธมิตรสหภาพแรงงานคนทำงานสนามบิน สรส. และ ครสท. จึงขอเรียกร้องให้ รัฐบาลและนายจ้าง ทุกองค์กร ตลอดห่วงโซ่คุณค่าในอุตสาหกรรมการบินในประเทศไทย รวมทั้ง บริษัท การบินไทย และบริษัทวิงสแปน ปฏิบัติต่อลูกจ้างและพนักงาน ให้เป็นไปตามาตรฐานแรงงานในระดับสากล และหลักมนุษยชน
โดยมีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้ 1. ขอให้นายจ้างจัดให้มีเวทีปรึกษาหารือร่วมกับสหภาพแรงงาน เพื่อร่วมกำหนดนโยบายความอยู่รอดของ บริษัท หากนโยบายดังกล่าวกระทบต่อสภาพการจ้างของลูกจ้าง/พนักงานของบริษัทขอให้พิจารณากำหนดนโยบาย บนหลักการกฎหมายแรงงาน มาตรฐานแรงงานในระดับสากลและหลักมนุษยชน เพื่อให้ลูกจ้าง/พนักงานได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
2. ขอให้นายจ้างที่มีการประกาศหยุดงานชั่วคราว กำหนดกรอบระยะเวลาดำาเนินการที่ชัดเจน เพื่อเรียกลูกจ้าง/พนักงานกลับเข้าทำงานตามเดิม ภายหลังสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ดีขึ้น เพื่อป้องกันการบังคับใช้มาตรการที่นำไปสู่การเลิกจ้าง หรือลอยแพคนงาน อย่างไม่เป็นธรรม จากวิกฤตโรค ระบาดในครั้งนี้
3. ขอให้นายจ้าง โดยเฉพาะบริษัท Outsource หรือบริษัทที่รับเหมาช่วงเหมาค่าแรงทุกบริษัทในกิจการการบินดูแลลูกจ้างของบริษัท ซึ่งมีลักษณะงานไม่มั่นคง(Precarious work) ด้วยการปฏิบัติตามกฎหมาย คุ้มครองแรงงานอย่างเคร่งครัด โดยจะต้องไม่ข่มขู่ กดดัน หรือบังคับให้ลูกจ้างเขียนใบลาออกจากงาน เพื่อเจตนาหลีกเลี่ยงการเลิกจ้างและการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายให้แก่ลูกจ้าง โดยอาศัยสถานการณ์โรค ระบาดนี้ ในการละเมิดสิทธิแรงงานและปฏิบัติต่อคนงานแบบไร้มนุษยธรรม
4. ขอให้นายจ้างจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ หน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ป้องกันที่เพียงพอให้กับลูกจ้าง/ พนักงานที่ยังคงปฏิบัติงานที่สนามบินในการบริการแก่ผู้โดยสาร มีความปลอดภัยและลดความเสี่ยงที่ อาจจะไดร้ับไวรัสจากการปฏิบตัิงาน
ทั้งนี้พันธมิตรสหภาพแรงงานคนทำงานสนามบิน สรส. และ คสรท. เข้าใจถึงสถานการณ์ความยากลำบากที่ส่งผลกระทบกับ เศรษฐกิจ สุขภาพ ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน คนไทย และประชาชนทั่วโลกในครั้งนี้ และขอ เป็นกำลังใจให้ภาคธรุกิจการบินและคนทำงานสนามบินทุกคน ก้าวผ่านอุปสรรคและวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน ด้วยความเชื่อพลังความสามัคคีและพลังศรัทธาของพวกเราทุกคน


