‘จีพีเอสซี’ คว้าดีลโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม 39.5 เมกะวัตตต์ ลุยเพิ่มพลังงานทดแทน

วันที่ 27 มี.ค. 2563 เวลา 15:03 น.
‘จีพีเอสซี’ คว้าดีลโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม 39.5 เมกะวัตตต์ ลุยเพิ่มพลังงานทดแทน
‘จีพีเอสซี’ เดินตามแผนยุทธศาสตร์พลังงานทางเลือก ซื้อโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ 9 แห่ง กำลังผลิต 39.5 เมกะวัตต์ หวังขยายพอร์ตรายได้พลังงานทดแทน รับรู้รายได้ไตรมาส2ปีนี้

นายชวลิต  ทิพพาวนิช  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ จีพีเอสซี (GPSC)   เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 มี.ค.  บริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล เพาเวอร์ จำกัด (Global Renewable Power Co., Ltd. หรือ GRP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ GPSC ได้เข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ในสัดส่วน 100% ใน 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอ็น.พี.เอส.สตาร์กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เวิลด์ เอ็กซ์เชนจ์ เอเชีย จำกัด, บริษัท พี.พี. โซล่า จำกัด และ บริษัท เทอร์ร่าฟอร์ม โกลบอล โอเปอเรติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้พัฒนาโซลาร์ฟาร์มรวมกัน 9 โครงการ กำลังผลิตรวมทั้งสิ้น 39.5 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ โครงการโซลาร์ฟาร์มทั้ง 9 โครงการ ตั้งอยู่ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี สุพรรณบุรี พิจิตร และ ขอนแก่น ปัจจุบันสามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยมีสัญญาซื้อขายไฟเป็นระยะเวลา 25 ปี จนถึงปี 2582 - 2583 โดยแบ่งเป็น สัญญาซื้อขายไฟฟ้าในรูปแบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า หรือ Adder ในอัตรา 8 บาทต่อหน่วย (สำหรับช่วง 10 ปีแรกของสัญญา) ในสัดส่วน 3.6 เมกะวัตต์ และ สัญญาในรูปแบบ Feed-in Tariff หรือ FiT อัตรา 5.66 บาทต่อหน่วย ในสัดส่วน 35.9 เมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้าทั้งหมดมีการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2557-2558

“จากการซื้อโรงไฟฟ้าครั้งนี้ ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้เต็มงวดตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 ซึ่งเป็นไปตามแผนการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า และการแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมพลังงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือก” นายชวลิตกล่าว

อย่างไรก็ตาม แผนการพัฒนากำลังการผลิตใหม่ในปี 2563-2566 บริษัทฯ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการส่วนต่อขยายของบริษัท ผลิตไฟฟ้านวนคร จำกัด (NNEG Expansion) โครงการบริหารจัดการขยะครบวงจร Rayong Waste to Energy (WTE) โครงการ เอนเนอยี รีคอฟเวอรี่ ยูนิต (ERU) และโครงการ SPP Replacement ของบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) ซึ่งขณะนี้ทุกโครงการมีความคืบหน้าในการพัฒนาตามแผน และมั่นใจว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้