พิษโควิด-19ทุบส่งออกไทยเดือนก.พ.ติดลบ 4.47 % ลุ้นข่าวดีครึ่งปีหลัง
ส่งออกไทยยังน่าเป็นห่วง 2 เดือนแรกติดลบ 0.81% จากผลกระทบไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ต้องเร่งเครื่องดันส่งออกช่วงครึ่งปีหลัง เชื่อสินค้าไทยังเป็นที่ต้องการของหลายประเทศ
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดเป็นวงกว้างทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกชะงักลง กระทบต่อเศรษฐกิจและการส่งออกของหลายประเทศรวมถึงไทย ส่งผลให้การส่งออกไทยเดือนก.พ. มีมูลค่า 20,642 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดลบ 4.47 % จากราคาน้ำมันที่ลดลง และฐานตัวเลขส่งออกหมวดงอาวุธในการซ้อมรบในปีก่อน เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย การส่งออกของไทย ขยายตัว1.51%
ขณะที่การส่งออกเฉลี่ยในช่วง 2 เดือนแรก(ม.ค.-ก.พ.) ติดลบ 0.81% คิดเป็นมูลค่า 40,267 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการส่งออกไทยเดือนก.พ.ที่ยังติดลบเนื่องจาก ไม่สามารถขนส่งสินค้าไปยังประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย รวมไปถึงตลาดในภูมิภาคเอเชีย ทั้งสิงคโปร์,เกาหลีใต้และญี่ปุ่น
ทั้งนี้ท่ามกลางสถานการณ์ความเสี่ยงที่ทั่วโลกเผชิญ จุดแข็งของไทยทั้งด้านความหลากหลายของสินค้าและการกระจายตัวของตลาด จะช่วยให้ผ่านความท้าทายนี้ไปได้ การส่งออกสินค้าจำเป็น (Essential goods) อาทิ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และของใช้ในบ้าน ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ตอบสนองแนวโน้มความต้องการความมั่นคงทางอาหารและสินค้าจำเป็นอื่นๆ เพื่อการยังชีพที่ทวีความสำคัญเพิ่มขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด ประกอบกับภาพลักษณ์การเป็น Kitchen of the World ที่มีมาตรฐานและการยอมรับระดับสากล โดยมีสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง อาหารทะเลแช่แข็งและกระป๋อง ผัก/ผลไม้กระป๋องและแปรรูป สิ่งปรุงรสอาหาร ผลิตภัณฑ์ข้าว นมและผลิตภัณฑ์นม เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เครื่องนุ่งห่มและเครื่องแต่งกาย
อย่างไรก็ตามแรงกดดันจากสถานการณ์ไวรัส Covid-19 ชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก ในระยะสั้น-กลาง และราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ ยังเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกของไทย โดยมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ในหลายประเทศ อาทิ มาตรการปิดเมือง/พรมแดน อาจส่งผลกระทบด้าน supplychain ในอุตสาหกรรมส่งออกไทยอันเนื่องมาจากการขาดแคลนวัตถุดิบ ทั้งนี้ สถานการณ์การในจีนที่เริ่มคลี่คลายอาจบรรเทาผลกระทบลงได้บ้าง
น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า การส่งออกไทยยังมีปัจจัยบวกจาก 1.จุดแข็งและศักยภาพไทยในอุตสาหกรรมเกษตรอาหารและสินค้าจำเป็น (Essential goods) อาทิ เครื่องนุ่งห่ม และของใช้ในบ้าน เพื่อการตอบสนองแนวโน้มความต้องการความมั่นคงทางอาหารและสินค้าเพื่อการยังชีพ ที่ทวีความสำคัญเพิ่มขึ้นในหลายประเทศและไทยยังมีกำลังการผลิตเพิ่มเติมเพียงพอสำหรับการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก 2. แนวโน้มการฟื้นตัวของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ซึ่งมีสัดส่วนต่อการส่งออกรวมถึง 14%
3. ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงกว่าช่วงก่อน 4. หลายประเทศทั่วโลกต่างใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินและการคลังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจช่วยลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมและรักษาระดับการค้าโลกให้ทรงตัวต่อไปได้ อาทิ การบรรเทาปัญหาสภาพคล่องของภาคธุรกิจ การลดอัตราดอกเบี้ย การสนับสนุนรายได้และค่าใช้จ่ายเพื่อพยุงกำลังซื้อของภาคเอกชน
“ยังหวังว่าหากผลักดันมูลค่าการส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ 20,598 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวมการส่งออกตลอดทั้งปีจะเป็นบวกได้ หรือถ้าทำได้เฉลี่ยเกินเดือนละ 21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีโอกาสที่การส่งออกจะขยายตัวได้ 2% เนื่องจากสินค้าไทยจำนวนมากเป็นที่ต้องการของตลาดโลก เชื่อว่าเมื่อปัญหาโรคโควิด-19 สามารถควบคุมได้ภาวะตลาดโลกจะกลับมาดีขึ้น ที่คาดว่าโอกาสในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ส่งออกของไทยจะขยายตัวได้แน่นอน”น.ส.พิมพ์ชนก กล่าว


