posttoday

ถกเคาะดีเดย์เลิกขายโซฮอล์91 เตรียมรับมือภัยแล้งกระทบเอทานอลตึงตัว

01 มีนาคม 2563

กรมธุรกิจพลังงาน เดินหน้าตามแผนน้ำมัน ผลักดันแก๊สโซฮอล์ออี20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน ยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91ขณะที่โรงงานเอทานอลห่วงภัยแล้งฉุดปริมาณอ้อยฯ- มันฯวูบ เร่งปรับแผนรับมือหวั่นเอทานอลตึงตัว

น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) เปิดเผยว่า  เตรียมหารือร่วมกับผู้ค้าน้ำมัน โรงกลั่น ผู้ผลิตและผู้ค้าเอทานอล รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง  ถึงแนวทางการกำหนดให้น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี20  เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐานของประเทศ ตามนโยบายของนายสนธิรัตน์ สนธิจรวงศ์ รมว.พลังงานและแผนน้ำมัน ซึ่งวางเป้าหมายจะประกาศใช้ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้เพื่อยกระดับราคาอ้อยและมันสำปะหลังที่เป็นพืชหลักในการนำมาผลิตเอทานอล

ทั้งนี้การกำหนดให้แก๊สโซฮอล์อี20  เป็นน้ำมันพื้นฐาน จะต้องมากำหนดวันให้ชัดเจน  เพราะลดการจำหน่ายน้ำมัน1 ชนิดของกลุ่มเบนซินลง   ซึ่งทางสมาคมผู้ค้าปลีกน้ำมันรายย่อยได้ส่งหนังสือมาที่กรมฯ ขอให้ลดประเภทน้ำมันลงเพื่อความสะดวกในการจำหน่ายน้ำมันในปั๊ม เพราะปัจจุบันไทยมีหัวจ่ายค่อนข้างมาก โดยความเห็นของผู้ค้าก็มีทั้งให้เลิกขายแก๊สโซฮอล์ 91 บางส่วนก็ให้เลิกแก๊สโซฮอล์ 95  แต่ทั้งหมดก็จะต้องมาหารือร่วมกัน

สำหรับปัญหาภัยแล้ง ที่อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณเอทานอลลดลงเนื่องจากผลผลิตอ้อยและมันสำปะหลังที่จะนำมาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอลมีผลผลิตลดลง  ต้องพิจารณาร่วมกันถึงปริมาณที่ชัดเจนก่อนที่จะประกาศเดินหน้า รวมถึงการพิจารณาในส่วนของโรงกลั่นน้ำมันที่ต้องบริหารจัดการน้ำมันเบนซินพื้นฐาน(Gasoline Base หรือ G-Base)  ที่ต้องให้สมดุลเพราะโรงกลั่นน้ำมันผลิต G-base 1 หรือน้ำมันพื้นฐานสำหรับผลิตแก๊สโซฮอล์ 91 เป็นส่วนใหญ่ หากยกเลิกขายแก๊สโซออล์ 91 โรงกลั่นต้องปรับกระบวนการผลิตให้สอดรับ เป็นต้น

ด้านนายพิพัฒน์   สุทธิวิเศษศักดิ์ นายกสมาคมการค้าและผู้ผลิตเอทานอลไทย กล่าวว่า  ผลผลิตอ้อยฤดูหีบปี 62/63 ที่กำลังทยอยปิดหีบมีแนวโน้มว่าปริมาณอ้อยของไทยจะลดลงจากฤดูหีบปีก่อนหน้าประมาณ 55 ล้านตันหรือผลผลิตอ้อยจะอยู่ที่ประมาณ 74-75 ล้านตันซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณกากน้ำตาล(โมลาส) ที่จะนำมาผลิตเอทานอลลดตามไปด้วยคาดว่าจะมีโมลาสประมาณ 3 ล้านตันจากปีก่อนที่ผลิตรวมได้ 4.6 ล้านตัน ซึ่งหากมีการบริการจัดการยังเชื่อมั่นว่าจะยังสามารถเดินหน้านโยบายรัฐตามแผนได้

“ไทยมีการผลิตเอทานอลได้ 1,650 ล้านลิตรต่อปี มาจากโมลาส 70% และมันสำปะหลัง 30% ขณะที่การใช้ก็จะอยู่ที่ราว 1,000-1,500 ล้านลิตรต่อปีขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจแต่ปริมาณอ้อยและมันสำปะหลังที่ลดลงเพราะภัยแล้งก็อาจจะดูเหมือนจะตึงๆ แต่โรงงานน้ำตาลบางส่วนสามารถดึงน้ำตาลทรายดิบมาผลิตได้ ประกอบกับปีนี้มองว่าเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโคโรนา(โควิด-19) ผู้ค้าน้ำมันเองก็มองว่ายอดใช้น้ำมันน่าจะลดต่ำลงเช่นกันก็จะทำให้เกิดความสมดุลระหว่างซัพพลายกับดีมานด์ได้”นายพิพัฒน์กล่าว

นอกจากนี้กระทรวงพลังงานจะมีการยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มเบนซินลง 1 ชนิดซึ่งจากการหารือส่วนใหญ่ สนับสนุนให้ยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 เพราะปัจจุบันรถ 30% สามารถใช้แก๊สโซฮออล์อี 20 ได้หมด  และมีจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว ดังนั้นรัฐสามารถใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาบริหารส่วนต่างราคาจำหน่ายได้ว่าจะให้ไปเร็วมากน้อยเพียงใดหากพบว่าปริมาณเอทานอลอาจตึงตัวระยะแรกก็ไม่ต้องทำราคาแก๊สโซฮอล์อี20 จูงใจการใช้ที่มากเกินไป เป็นต้น  อย่างไรก็ตามสมาคมฯได้มอบหมายให้โรงงานเอทานอลได้ทบทวนแผนการผลิตเพื่อที่จะทำให้เอทานอลไม่ขาดแคลนในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐให้เป็นไปตามเป้าหมาย

ข่าวล่าสุด

เคาะจ่ายเยียวยา 1.51 ล้านบาทต่อราย ผู้เสียชีวิตเครนถล่มทับรถไฟ