กฟผ.สั่งโรงไฟฟ้า-เขื่อน ทั่วประเทศร่วมมาตรการลดฝุ่น PM 2.5

วันที่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 12:28 น.
กฟผ.สั่งโรงไฟฟ้า-เขื่อน ทั่วประเทศร่วมมาตรการลดฝุ่น PM 2.5
กฟผ.คลอด 5 มาตรการป้องกันภัยจากฝุ่นแก่ประชาชนและชุมชนโดยรอบพื้นที่ กฟผ. พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนคลี่คลายสถานการณ์ฝุ่นของประเทศ

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ติดตามสถานการณ์ปัญหาสภาวะฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างใกล้ชิ โดยออกมาตรการให้กับโรงไฟฟ้าและเขื่อน ของ กฟผ. ทั่วประเทศดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาฝุ่นให้กับชุมชนโดยรอบพื้นที่ กฟผ. และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองของประเทศไทย

ทั้งนี้ กฟผ. คำนึงถึงหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิด PM 2.5 คือ การเผาไหม้ ได้ออกมาตรการป้องกัน ดังนี้ 1.รณรงค์ประชาชนรอบเขื่อนและโรงไฟฟ้า ห้ามจุดไฟเผาป่าและวัชพืช 2.กฟผ. ร่วมกับชุมชนจัดตั้งทีมเฝ้าระวังไฟป่า เพื่อร่วมกันทำแนวกันไฟป่าและจัดทีมดับไฟป่าเพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจดับไฟป่า ให้สงบลงได้อย่างรวดเร็ว และ 3.จัดโครงการสร้างฝายชะลอน้ำรอบพื้นที่เขื่อนของ กฟผ. เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผืนป่าและลดโอกาสของการเกิดไฟป่า

4.เพื่อช่วยลดและบรรเทาปัญหาการฟุ้งกระจายของฝุ่นในบริเวณสำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี และพื้นที่ชุมชนโดยรอบอย่างเร่งด่วน กฟผ. จึงได้ออกมาตรการเปิดระบบพ่นละอองไอน้ำบนยอดตึก 20 ชั้นของ กฟผ. ซึ่งระบบดังกล่าวมีลักษณะเป็นหัวฉีดพ่นละอองไอน้ำจำนวนประมาณ 1,000 หัวและใช้น้ำประปาที่ผ่านเครื่องกรองมาฉีดพ่น โดยเปิดทำงานวันละ 3 ช่วงเวลา ช่วงละ 2 - 3 ชั่วโมง ซึ่งจะเปิดระบบอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์ฝุ่นจะคลี่คลาย

5.ได้ติดตั้งรถตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้ง กฟผ. ยังได้ออกมาตรการรณรงค์เพื่อให้ประชาชนรู้จักป้องกันตนเองจากภัยฝุ่น โดยเตรียมแจกหน้ากากป้องกันฝุ่นให้กับชุมชนโดยรอบพื้นที่สำนักงานใหญ่ กฟผ. และพนักงาน อีกด้วย

ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการลดปัญหาฝุ่นในระยะยาว จึงมีมาตรการมุ่งมั่นส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO2 จากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซล ตลอดจนลดการปล่อยมลพิษทางอากาศและ PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยปัจจุบัน กฟผ. มีรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (รถ EV) รถมินิบัสไฟฟ้าสำหรับใช้รับส่งพนักงาน กฟผ. และประชาชนที่มาศึกษาดูงานในพื้นที่สำนักงาน โรงไฟฟ้า เขื่อน และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. พร้อมติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า จำนวนทั้งสิ้น 23 สถานี รวมถึงพัฒนารถโดยสารประจำทางใช้แล้ว ของ ขสมก. ให้เป็นรถไฟฟ้าต้นแบบ และยังได้ขยายผลไปสู่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 5

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสาเหตุหลักของการเกิดฝุ่น PM 2.5 จะไม่ได้มาจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าและโรงไฟฟ้า เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีในการผลิตกระแสไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูง รวมทั้งยังมีการติดตั้งระบบดักจับฝุ่นด้วยไฟฟ้าสถิต (ESP)และระบบกำจัดมลสารอื่น ๆ แต่ โรงไฟฟ้าของ กฟผ. ทั่วประเทศ จะยังคงควบคุมดูแลการปลดปล่อยมลสารของโรงไฟฟ้า กฟผ. ให้อยู่ในระดับมาตรฐานของประเทศไทยและตรวจวัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จากผลการตรวจวัดบริเวณปล่องโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ทุกครั้ง พบว่า มีค่าที่ดีกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยประชาชนสามารถติดตามและตรวจสอบได้จากป้ายแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศและเว็บไซต์ของโรงไฟฟ้า กฟผ. ในพื้นที่

“กฟผ. พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ กฟผ. เตรียมออกกิจกรรมรณรงค์ประชาชน เพื่อร่วมลดฝุ่นในเร็ว ๆ นี้ ต่อไป” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวทิ้งท้าย