ผู้ว่าทางด่วนไขก็อก เซ่นปมค่าโง่แสนล้าน ปัดหนุนขยายสัมปทาน 15 ปี 8 เดือน

วันที่ 07 ม.ค. 2563 เวลา 18:49 น.
ผู้ว่าทางด่วนไขก็อก เซ่นปมค่าโง่แสนล้าน ปัดหนุนขยายสัมปทาน 15 ปี 8 เดือน
สุชาติ ยื่นใบลาออกผู้ว่าการ กทพ. มีผล 30 วันหลังวันที่ยื่น เพื่อแสดงความรับผิดชอบ กรณีไม่เห็นด้วยต่อการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน

รายงานข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ระบุว่า นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการ กทพ.ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการ กทพ.แล้ว โดยจะมีผล 30 วันหลังจากวันที่ยื่น ตามเงื่อนไขสัญญาจ้างผู้ว่าฯ กทพ. ซึ่งพนักงาน กทพ.ส่วนใหญ่รับทราบ

โดยเหตุผลในการยื่นใบลาออกคือเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบกรณีที่ไม่เห็นด้วยต่อการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน และได้แสดงความเห็นคัดค้านในที่ประชุมคณะกรรมการ กทพ. เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยที่ผ่านมาก็ได้มีความพยายามยื่นข้อเสนอให้ทางคณะกรรมการ กทพ. พิจารณาแนวทางยุติข้อพิพาทเฉพาะในส่วนที่ กทพ.แพ้คดีจากการตัดสินของศาลปกครองสูงสุดเท่านั้น

เนื่องจากคดีข้อพิพาทที่เหลือยังไม่มีการตัดสินจึงมองว่า กทพ.ยังมีโอกาสที่จะชนะคดีอยู่ในส่วนของแนวทางยุติข้อพิพาทระหว่าง กทพ.และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)(BEM) ที่มีการขอให้ทำการทบทวนนั้นมีการฟ้องร้องรวม 17 คดี มูลค่าความเสียหายจากข้อพิพาทประมาณ 58,000 ล้านบาท แลกกับสัมปทาน 15 ปี 8 เดือน ซึ่งทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการสั่งการให้ กทพ.พิจารณาแนวทางที่เหมาะสมไม่ใช่หาแนวทางยุติข้อพิพาท

ทั้งนี้นายสุชาติฯ ได้เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ กทพ.วันที่ 27 ก.ย. 2561 ต่อมาโดนคำสั่งย้ายตามมาตรา 44 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 10/2562 โดยเป็นคำสั่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 2562 กลับเข้ามาเป็นผู้ว่าการ กทพ.อีกครั้ง และจะครบวาระวันที่ 2ก.ค. 2563 รวมถึงทางคณะกรรมการ กทพ.ได้มีการตั้งคณะกรรมการสรรหาฯ ผู้ว่าการ กทพ.คนใหม่แล้ว โดยมีนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เป็นประธาน

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา นายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการ กทพ.ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมนัดพิเศษเกี่ยวกับแนวทางในการเจรจากับ BEM เพื่อยุติข้อพิพาทคดีทางด่วน ที่มีมูลค่าที่ 58,873 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขหลัก คือ ไม่มีการลงทุนก่อสร้างปรับปรุงทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck )

และยุติข้อพิพาททั้งหมดที่มีต่อกัน 17 คดี โดยจะมีการต่อขยายสัญญาโครงการทางด่วน เป็นระยะเวลา 15 ปี 8 เดือน ว่าในที่ประชุมได้มีมติอนุมัติเรียบร้อยแล้วและจะนำข้อสรุปเสนอคณะกรรมการกำกับฯ ตามมาตรา 43 ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเข้ากระบวนการแก้ไขสัญญาตามมาตรา 47 แห่ง พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 เพื่อเสนอกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรี ต่อไป

ทั้งนี้ผู้บริหารบางฝ่ายในกทพ.มองว่าการต่อขยายสัมปทาน 30 ปี พร้อมเงื่อนไขให้เอกชนลงทุนก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 มูลค่า 32,000 ล้านบาท จะเป็นประโยชน์กับประชาชนมากกว่า โดยเฉพาะการแก้ปัญหาจราจรติดขัดบนทางด่วนศรีรัช ซึ่งปัจจุบันมีปัญหารถติดตลอดทั้งวัน รวมถึงเป็นการหลีกเลี่ยงข้อพิพาทที่จะเกิดขึ้นกับ BEM หากมีเอกชนที่บริหารทางด่วน ชั้น 1 และ ชั้น 2 เป็นเอกชนคนละรายกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต