‘เซ็นทรัล วิลเลจ’ พักเรื่องฟ้องร้อง หันโฟกัสขยายเฟส 2 ในพื้นที่เหลืออีก 30%

วันที่ 26 พ.ย. 2562 เวลา 16:34 น.
‘เซ็นทรัล วิลเลจ’ พักเรื่องฟ้องร้อง หันโฟกัสขยายเฟส 2 ในพื้นที่เหลืออีก 30%
ดึง มิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย นักพัฒนาอสังหาฯระดับโลก ถือหุ้น 30% ควักเงินลงทุนอีก 1,000 ล้านบาท ปูทางดึงแบรนด์เนมญี่ปุ่นใส่เพิ่ม ปั้นสู่ ลักชัวรี เอาท์เล็ต เฉียบสุดในอาเซียน

นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ผู้บริหารโครงการอสังหาริมทารัพย์ค้าปลีก ศูนย์กาค้าเซ็นทรัล และ เซ็นทรัล วิลเลจ เปิดเผยว่าหลังจากที่บริษัทฯ ยื่นฟ้อง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและกระทำละเมิด กรณีตั้งสิ่งกีดขวาง บริเวณทางเข้าออกโครงการฯ 

โดยศาลปกครองกลางมีวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ทำการรื้อถอนสิ่งกีดขวางใดๆ ออกไปจากเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 บริเวณทางเข้า-ออกหน้าโครงการเซ็นทรัลฯ ไปเมื่อ30 ส.ค.ที่ผ่านมา และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ตามขั้นตอน

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้เดินหน้าขยายธุรกิจโดยร่วมกับพันธฒิตรประเทศญี่ปุ่น บรืษัท มิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย หนึ่งในบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท จำกัด(มหาชน)  ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ระดับโลก มีบริษัทในเครือเป็นผู้พัฒนาเอาท์เล็ต ที่มีสาขากว่า 9 แห่งในญี่ปุ่น อาทิ โกเทมบะ ริงกุ ชิชุย ฯลฯ

โดยบริษัท ซีพีเอ็น และ มิตซู เอสเตทฯ ร่วมลงนามเซ็นสัญญาเข้าถือหุ้นในโครงการ “เซ็นทรัล วิลเลจ” ลักชูรี เอาท์เล็ต ในสัดส่วน 70:30 โดย ซีพีเอ็น ถือหุ้นใหญ่ และได้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 ล้านบาทเข่้ามายังไทย โดยทั้งสองฝ่ายร่วมวางเป้าหมายผลักดันให้ เซ็นทรัล วิลเลจ ก้าวสู่การเป็น ลักกชัวรี เอาท์เล็ต ที่ดีที่สุดในระดับภูมิภาคอาเซียนร่วมกัน ถือเป็นโมเดลความสำเร็จในรูปแบบ ‘Two Nations, One Success’  ภายใต้แนวคิด World-Class Outlet with Thai-Japanese Hospitality  

“เซ็นทรัล วิลเลจ ถือเป็นแพล็ตฟอร์มใหม่ค้าปลีกลักชัวรี เอาท์เล็ต มอลล์ มาสู่ไทยเป็นครั้วงแรก ซึ่งการร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่นในครั้งนี้ จะยิ่งตอกย้ำความแข็งแกร่งของธุรกิจมากขึ้น” นายปรีชา กล่าาว

สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับนอกเหนือจากการที่ประเทศไทย ได้รับเม็ดเงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาทเข้ามาใส่ในระบบเศรษฐกิจแล้ว อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ ผ่านโครงการเซ็นทรัล ลักชัวรี วิลเลจ  และนำไปสู่การเป็นประเทศจุดหมายปลายทางแห่งการชอปปิง ระดับโลก ได้ในที่สุด 

ขณะที่ เซ็นทรัล วิลเลจ จะได้รับจากการร่วงลงทุนกับพันธมิตรญี่ปุ่นในครั้งนี้ จะมีทั้งด้านโนว์-ฮาว (Know-How)ประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการจากมิตซูบิชิ เอสเตท การเพิ่มมูลค่าเอาท์เล็ตไทยทัดเทียทกับเอาท์เล็ตระดับโลก  และ การส่งเสริมแบรนด์ไทย และ การนำแบรนด์สินค้าญี่ปุ่นที่มีจุดแข็งเข้ามาให้บริการภายในศูนย์ฯมากขึ้น 

 

โดย บริษัทมีแผนขยายเฟส2 โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ที่ขณะนี้มีพื้นที่เหลืออีก 30% ซึ่งในเฟสแรกใช้พื้นที่ไปแล้ว 70% จากพื้นที่รวม 100  ไร่ ซึ่ง โดยในส่วนของเฟส2 นั้นอยู่ระหว่างศึกษา ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเริ่มดำเนืนการขยายในช่วงใด ซึ่งในเบื้องต้นมีแผนรองสินค้าลักชัวรี อีกไม่ต่ำกว่า 50-60 แบรนด์?

บทความแนะนำ