posttoday

ผุดไอเดีย !! สแกนใบหน้าเช็คอินสนามบินไทย ร่นเวลาพิธีการ รอผลศึกษาเคาะ 1 เดือน

03 ตุลาคม 2562

คมนาคมสั่งตั้งคณะทำงานศึกษาระบบสแกนใบหน้าเช็คอินสนามบิน ชี้เร็วกว่าเช็คอินแบบเดิม 50% พร้อมนำร่องใช้ 4 สนามบิน นครพนม-ร้อยเอ็ด-บุรีรัมย์-น่าน

คมนาคมสั่งตั้งคณะทำงานศึกษาระบบสแกนใบหน้าเช็คอินสนามบิน ชี้เร็วกว่าเช็คอินแบบเดิม 50% พร้อมนำร่องใช้ 4 สนามบิน นครพนม-ร้อยเอ็ด-บุรีรัมย์-น่าน

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังผู้บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชียเข้าพบและร่วมหารือว่า สายการบินไทยแอร์เอเชียได้ขอนำเอานวัตกรรมการเช็คอินด้วยระบบจดจำใบหน้ามาใช้ในประเทศไทย ที่ในปัจจุบันมีใช้แล้วในประเทศมาเลเซียแล้ว สำหรับการเช็คอินด้วยระบบจดจำใบหน้านั้น เพื่อเป็นการพัฒนาการให้บริการ และดูแลลูกค้า ทั้งยังเป็นการลดระยะเวลาการเช็คอินด้วย

ทั้งนี้ได้แต่งตั้งคณะทำงานศึกษารายละเอียดต่างๆในเรื่องดังกล่าว โดยมอบหมายให้นายสมเกียรติ มณีสถิตย์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เป็นประธานฯ ในการพิจารณาถึงความเหมาะสม และรูปแบบในการดำเนินงาน รวมถึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกัน อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และสายการบิน เนื่องจากเรื่องดังกล่าวนั้น เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล และความมั่นคง ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาข้อกฎหมายต่างๆอย่างรอบคอบ

อย่างไรก็ตามได้กำหนดกรอบระยะเวลาให้ศึกษาแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ต.ค.นี้ และสามารถขยายระเวลาได้ครั้งละ 15 วัน โดยในเบื้องต้นตนต้องการให้พิจารณาไปทดลองใช้กับ 4 สนามบินภายใต้การกำกับดูแลของ ทย. ประกอบด้วย ท่าอากาศยานนครพนม, น่าน, บุรีรัมย์ และร้อยเอ็ด

ด้านนายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ระบบเทคโนโลยีในการระบบจดจำใบหน้าในการเช็คอิน โดยยืนยันว่ามีความปลอดภัยการยืนยันตัวบุคคล และสามารถลดเวลาเช็คอินลงได้ 50% จากเดิมการเช็คอินที่เคาท์เตอร์ใช้เวลา 90 วินาที จะเหลือไม่เกิน 45 วินาที

หากไทยนำระบบเช็คอินแบบจดจำใบหน้ามาใช้นั้น สายการบินไทยแอร์เอเชียจะถือเป็นสายการบินแรกที่นำมาให้บริการ เนื่องจากศักยภาพท่าอากาศยานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทำให้การเช็คอินของผู้โดยสารไม่สะดวกและมีความล่าช้า จากเดิมให้บริการเช็คอินที่เคาท์เตอร์ และตู้เช็คอินอัตโนมัติ ทำให้ลดเวลาในการเช็คอินได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร จึงได้ศึกษา

สำหรับกรอบระยะเวลาในการศึกษา 1 เดือนนั้น จะศึกษาความรอบคอบ ว่า กระบวนการนี้สามารถทำได้ โดยในเบื้องต้นได้หารือร่วมกับ ทย. รวมถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการเก็บข้อมูลบุคคล เมื่อผลการศึกษาแล้วเสร็จตามแผน หรือภายในวันที่ 31 ต.ค.นี้ รวมถึงได้รับการอนุมัติแล้ว จะนำมาทดลองที่ท่าอากาศยาน 3 แห่งของ ทย. ได้แก่ ท่าอากาศยานอุดรธานี, อุบลราชธานี และบุรีรัมย์ โดยจะใช้กับผู้โดยสารที่เดินทางภายในประเทศก่อนที่จะขยายไปยังผู้โดยสารระหว่างประเทศในอนาคต ในส่วนของวงเงินลงทุนระบบเช็คอินจดจำใบหน้านั้น ต้องรอผลการศึกษาก่อน เนื่องจากแต่ละท่าอากาศยานจะใช้วงเงินลงทุนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับขนาด และจำนวนผู้โดยสาร

ทั้งนี้ระบบเช็คอินดังกล่าว มีการใช้ในต่างประเทศและประสบความสำเร็จแล้ว เช่น ท่าอากาศยานชางงี ประเทศสิงคโปร์, ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรส์ อังกฤษ และ ท่าอากาศยานบังกาลอร์ อินเดีย เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด มาร์กเซย์ พบ ลิเวอร์พูล ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก วันนี้ 21 ม.ค.69