'หัวเว่ย' ประกาศก้าวสู่โลกอัจฉริยะแห่งอนาคต

  • วันที่ 18 ก.ย. 2562 เวลา 15:04 น.

'หัวเว่ย' ประกาศก้าวสู่โลกอัจฉริยะแห่งอนาคต

จัดงานใหญ่ 'Huawei Connect 2019 Atlas 900' เปิด 4 กลยุทธ์หลักรองรับตลาดคอมพิวติ้ง พร้อมเปิดตัว Atlas 900 คลัสเตอร์การเทรน AI ที่รวดเร็วที่สุดของโลก

รายงานข่าวเผยว่า หัวเว่ย (Huawei) ผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และ สมาร์ท ดีไวซ์ จัดงาน 'Huawei Connect 2019 Atlas 900' งานแฟล็กชิปประจำปี ซึ่ง หัวเว่ย จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไอซีทีระดับโลก

โดยงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม 'Advance Intelligence' ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 18 – 20 กันยายน 2562 โดย หัวเว่ย มุ่งหวังที่จะสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างและทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมได้ สำหรับลูกค้าและพันธมิตรต่างๆ เพื่อสำรวจโอกาสใหม่ๆ ให้โลกอัจฉริยะแห่งอนาคต

นาย เคน หู รองประธานกรรมการ หัวเว่ย (Huawei) กล่าวกล่าวปาฐกถาในงาน Huawei Connect 2019 Atlas 900 ว่า หัวเว่ย คาดการณ์ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า การประมวลผลเชิงสถิติจะกลายมาเป็นกระแสหลัก และ การประมวลผลของ AI (Artificial Intelligence) จะมีสัดส่วนมากกว่า 80% ของรูปแบบการประมวลผลที่ใช้กันทั่วโลก และเพื่อรองรับตลาดการประมวลผลในอนาคตซึ่งจะเป็นตลาดที่ใหญ่มาก มีมูลค่าสูงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดย 'หัวเว่ย' ได้เตรียมแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง จะเน้นใน 4 ด้านหลัก ดังนี้

  • นวัตกรรมด้านสถาปัตยกรรม โดยในปีที่ผ่านมา 'หัวเว่ย' ได้เปิดตัวสถาปัตยกรรม Da Vinci โครงสร้างสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์ใหม่ ที่ออกแบบมาให้เป็นทรัพยากรในการประมวลผลที่มั่นคงและกว้างขวาง แต่ให้บริการในราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่ง หัวเว่ย จะยังคงลงทุนด้านการวิจัยพื้นฐานนี้ต่อไป
  • การลงทุนในโปรเซสเซอร์ ที่รองรับการใช้งานทุกรูปแบบ หัวเว่ย มีโปรเซสเซอร์หลากหลายรูปแบบ เช่น Kunpeng (คุนเผิง) โปรเซสเซอร์สำหรับการประมวลผลอเนกประสงค์, Ascend (แอสเซนด์) โปรเซสเซอร์สำหรับ AI, Kirin (คิริน)โปรเซสเซอร์สำหรับสมาร์ทดีไวซ์ และ Honghu (หงหู) โปรเซสเซอร์สำหรับสมาร์ท สกรีน
  • ขอบเขตด้านธุรกิจที่ชัดเจน โดย หัวเว่ย จะไม่ขายโปรเซสเซอร์โดยตรง แต่จะส่งมอบให้แก่ลูกค้าในรูปแบบของบริการคลาวด์ และส่งให้บริษัทคู่ค้าในรูปแบบของชิ้นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการสนับสนุนโซลูชั่นแบบผสานรวม
  • สร้างระบบอีโคซิสเต็มที่เปิดกว้าง ในอีก 5 ปีข้างหน้า หัวเว่ยจะลงทุนงบประมาณอีก 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการสร้างนักพัฒนา เพื่อขยายโครงการให้รองรับนักพัฒนาอีก 5 ล้านคน และทำให้บริษัทคู่ค้าของหัวเว่ยทั่วโลกสามารถพัฒนาแอปพลิเคชั่นและโซลูชั่นรุ่นใหม่ๆ สำหรับอนาคตข้างหน้า

Atlas 900 คลัสเตอร์การเทรน AI ที่รวดเร็วที่สุดของโลก

สำหรับ Atlas 900 ได้ถูกพัฒนาขึ้นจากเทคนิคขั้นสูง ซึ่ง หัวเว่ย ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา พร้อมนำพลังของโปรเซสเซอร์ Ascend หลายพันตัว โดย Atlas 900 จะใช้เวลาเพียง 59.8 วินาทีในการเทรน ResNet-50 ซึ่งเป็นมาตรฐานหลักในการวัดประสิทธิภาพการเทรน AI โดยสถิติใหม่นี้เร็วกว่าสถิติโลกเดิม 10 วินาที

โดย Atlas 900 ถือเป็น ขุมพลังของการประมวลผล AI และจะนำโอกาสใหม่ๆ มาสู่การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และการพัฒนาธุรกิจใหม่ต่าง ๆ อีกมากมาย ตั้งแต่ด้านดาราศาสตร์ การพยากรณ์อากาศ และการขับขี่อัตโนมัติ ไปจนถึงการสำรวจหาน้ำมัน

ทั้งนี้ หัวเว่ย ยังได้ติดตั้ง Atlas 900 ไว้ใน หัวเว่ย คลาวด์ อีกด้วย โดยเป็นบริการแบบคลัสเตอร์ ที่ทำให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ สามารถเข้าถึงพลังในการประมวลผลแบบพิเศษนี้ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ซึ่งหัวเว่ยได้เสนอบริการต่าง ๆ เหล่านี้ในราคาพิเศษแก่มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทั่วโลก

"มหาสมุทรแห่งศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดกำลังรอเราอยู่ แต่เราจะข้ามไปไม่ได้หากเรามีเรือเพียงลำเดียว วันนี้เราขอส่งเรือหนึ่งพันลำออกจากฝั่ง ขอให้เราทำงานร่วมกัน คว้าโอกาสครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ และยกระดับความอัจฉริยะขึ้นไปอีกขั้น" นายหู กล่าว

สร้างซุปเปอร์คอมพิวติ้ง AI เครื่องแรกของจีน

ด้านนายเกา เหวิน สมาชิกสภาวิศกรรรมแห่งชาติจีนและผู้อำนวยการสถาบันเผิงเฉิง ร่วมกล่าวปาฐกถาในงานฯ ว่า พันธกิจและวิสัยทัศน์ของสถาบันเผิงเฉิง และ การทำงานร่วมกับหัวเว่ยเพื่อสร้างระบบที่รวมซุปเปอร์คอมพิวติ้งและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เครื่องแรกของประเทศจีน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบประมวลผลระดับ Exascale โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มรุ่นใหม่สำหรับงานวิจัยและนวัตกรรม AI พื้นฐาน

อุตฯปัญญาประดิษฐ์ ขับเคลื่อนองค์กรยุคดิจิทัล

นาย เจิ้ง เย่ไหล ประธานบริหาร ของหัวเว่ยคลาวด์ กล่าวว่า จากประสบการณ์ของหัวเว่ย ในการประยุกต์ใช้ AI ในสถานการณ์ต่างๆ ในโครงการกว่า 500 โครงการ ในอุตสาหกรรมกว่า 10 สาขา สะท้อนให้เห็นถึงอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ ที่กำลังเปลี่ยนจากการใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงแคบสู่การเป็นขับเคลื่อนสำคัญเพื่อการปรับเปลี่ยนบริษัทสู่ยุคดิจิทัล และ ถือเป็นยุคใหม่ของการค้นคว้า

ภาพจาก

REUTERS/Aly Song

อมรเดช ชูสุวรรณ 

 

ข่าวอื่นๆ