"สนธิรัตน์" แจงสหภาพ กฟผ.กรณี LNG 1.5 ล้านตัน

วันที่ 06 ก.ย. 2562 เวลา 17:47 น.
"สนธิรัตน์" แจงสหภาพ กฟผ.กรณี LNG 1.5 ล้านตัน
จับเข่าคุยได้ข้อสรุปเป็นที่พอใจ ยืนยันนโยบายชะลอการนำเข้า LNG 1.5 ล้านตันออกไปก่อนเพื่อรักษาผลประโยชน์ กฟผ. มอบปลัดกระทรวงฯทบทวนจุดอ่อนทั้งหมด ให้ทันสถานการณ์ตลาดโลกและต้องตอบโจทย์ค่าไฟฟ้าถูกลง พร้อมเจรจาสร้างความเข้าใจมาเลเซียแล้ว

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้เปิดประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) ที่เดินทางมายื่นข้อเรียกร้องคัดค้านมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 ที่เปลี่ยนนโยบายเรื่องการนำเข้า LNG จำนวน 1.5 ล้านลิตรเป็นให้ซื้อ LNG ในตลาดจร (Spot) แทน ณ ห้องประชุมชั้น 25 กระทรวงพลังงาน

สำหรับการหารือร่วมกับแกนนำสร.กฟผ.ครั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปด้วยดีเกิดความเข้าใจที่ตรงกันถึงภาพรวมนโยบายด้านพลังงานของประเทศ โดยหลักการสำคัญ คือ นโยบายการนำเข้าก๊าซ LNG เสรี จะยังคงเดินหน้าต่อไป แต่ปรับเปลี่ยนในรายละเอียดบางประการ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ได้แก่ 1. สถานการณ์ราคา LNG ของโลก 2. การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานระยะยาว และ 3. ต้นทุนค่าไฟฟ้าของประชาชนที่จะต้องถูกลง

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การเลื่อนระยะเวลาเปิดนำเข้าออกไปก่อนจะเป็นประโยชน์กับทาง กฟผ.เอง เพื่อให้ได้รับเงื่อนไขที่ดีที่สุด และมั่นใจว่ากระบวนการพิจารณาจะไม่ช้าจนเกินไปและไม่เกิดความเสียหายใดๆ ซึ่งขณะนี้ได้มอบให้ ปลัดกระทรวงพลังงาน ดำเนินการให้เกิดความชัดเจน ตอบโจทย์นโยบายอย่างรอบด้าน และให้ กฟผ. เป็นองค์กรสำคัญนำไปสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลาง LNG ในภูมิภาค

ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญที่มีนโยบายชะลอแผนการนำเข้า LNG 1.5 ล้านตันดังกล่าวออกไป เนื่องจากมองว่าเป็นสมมติฐานเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 3-4 ปีก่อน แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป อาทิ แนวโน้มราคาก๊าซในตลาดโลกระยะยาวมีแนวโน้มต่ำลงมาก และการนำเข้าปริมาณที่สูงควรให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ในประเทศ อาจเกิดปัญหาล้นตลาดและเงื่อนไขผูกมัด กฟผ. ก็จะส่งผลต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าได้

"จุดยืนเรื่องการเปิดเสรีการนำเข้า LNG ขณะนี้ ถือว่าตรงกันทุกฝ่ายแล้ว แต่เพื่อประโยชน์ที่ กฟผ. จะได้รับจึงต้องพิจารณาให้เกิดความรอบด้าน ไม่ให้สัญญามีจุดอ่อนในระยะยาว และที่สำคัญคือประชาชนควรมีต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ถูกลง ไม่ใช่แพงขึ้น"

สำหรับการยกเลิกการลงนามในสัญญากับบริษัท PETRONAS LNG จากประเทศมาเลเซียนั้น ยังได้แจ้งให้ทางสหภาพฯ มั่นใจได้ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการลงนามสัญญาการดำเนินการจึงไม่ส่งผลกระทบหรือเกิดความเสียหายกับ กฟผ. และได้หารือในเบื้องต้นกับทางมาเลเซียในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ครั้งที่ 37 แล้ว

ส่วนกรณีสัญญาเช่าแทงค์กับ บริษัท ปตท. นั้น ก็จะไม่มีผลกระทบเดียวกัน ด้านแกนนำสหภาพรัฐวิสาหกิจกฟผ. นำโดย นายปิยะพงษ์ อนันตสุรกาจ ประธาน สร.กฟผ. และนายศิริชัย ไม้งาม อดีตประธาน สร.กฟผ. ได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องความเชื่อมั่น

เนื่องจากการประมูลได้เสร็จสิ้นไปแล้ว แต่หลังการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ทำให้เกิดความเข้าใจตรงกันว่าการเลื่อนทำสัญญากับบริษัท PETRONAS LNG ครั้งนี้ จะไม่เกิดความเสียหายกับ กฟผ. แต่อย่างใด และขอขอบคุณที่นายสนธิรัตน์ ได้มอบให้ปลัดกระทรวงพลังงาน มาเป็นประธานบอร์ด กฟผ. ร่วมทำงานเชิงนโยบายยกระดับความเชื่อมั่นของ กฟผ. ได้มากขึ้น