Food Delivery โตฉุดไม่อยู่ปีนี้มูลค่า3.5หมื่นล้านบาท
ธนาคารกสิกกรไทย ประเมิน Food Delivery เสริฟอาหารถึงบ้านขยายตัวแรงต่อเนื่อง ทำร้านอาหารได้ส่วนแบ่งรายได้ถึง 2.6 หมื่นล้านบาท
ธนาคารกสิกกรไทย ประเมิน Food Delivery เสริฟอาหารถึงบ้านขยายตัวแรงต่อเนื่อง ทำร้านอาหารได้ส่วนแบ่งรายได้ถึง 2.6 หมื่นล้านบาท
นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร ผู้บริหารสายงานบริหารกลยุทธ์และวิเคราะห์ข้อมูล ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การใช้บริการแอปพลิเคชันสั่งอาหาร (Food Delivery Application) เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี หรือ Digital Disruption ที่เข้ามามีก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อธุรกิจร้านอาหารในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนห่วงโซ่ธุรกิจร้านอาหาร ไปจนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค สะท้อนจากการขยายตัวของธุรกิจ Food Delivery ตั้งแต่ปี 2557 – 2561 ที่มีการขยายตัวเฉลี่ย 11% ต่อปี และในปี 2562 น่าจะมีมูลค่าสูงถึง 3.3 – 3.5 หมื่นล้านบาท และคาดว่าธุรกิจ Food Delivery จะยังคงสามารถขยายตัวต่อเนื่องได้อีก 2-3 ปี
ทั้งนี้ จากผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า 88% ของกลุ่มตัวอย่างเคยสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน แสดงให้เห็นความนิยมของผู้บริโภค ดึงดูดให้ผู้เล่นทั้งในและนอกธุรกิจร้านอาหารเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ธุรกิจนี้ กระตุ้นให้เกิดการกระจายตัวของรายได้ เนื่องจากการเปลี่ยนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยังร้านอาหารมาเป็นค่าจัดส่ง ซึ่งกระจายตัวไปยังผู้เล่นต่างๆ โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหารที่เป็นกลุ่มที่ได้รับส่วนแบ่งรายได้มากถึง 2.6 หมื่นล้านบาทจากมูลค่าธุรกิจจัดส่งอาหารทั้งหมด ซึ่งมีทั้งเครือข่ายร้านอาหารรายใหญ่และกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร SME ที่ได้ประโยชน์จากการขยายจำนวนฐานลูกค้าโดยไม่จำเป็นต้องเปิดร้านเพิ่ม ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการร้านอาหารที่จะปรับตัวเพื่อรองรับโอกาสที่เกิดขึ้นดังนี้
1. เลือกใช้แอปพลิเคชันให้เหมาะกับธุรกิจและต้นทุนของร้านอาหารของตน โดยพิจารณาถึงโครงสร้างและรูปแบบธุรกิจร่วมกับต้นทุนที่ต้องเสียไปเมื่อเทียบกับรายได้หรือโอกาสที่จะเข้ามา (Cost vs. Benefit) เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากแอปพลิเคชั่นชนิดนี้ภายใต้ต้นทุนที่สามารถจัดการได้
2. เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบในร้านให้สามารถสนับสนุน Food Delivery ได้มากขึ้น โดยอาจย้ายพนักงานบางส่วนที่อยู่หน้าร้านเข้ามาช่วยงานในครัวในช่วงที่มี Order ของ Food Delivery สูง
3. เพิ่มประเภทของสินค้าหรือจัด Segment ของสินค้าเพื่อเจาะตลาดกลุ่ม Food Delivery โดยเฉพาะกลุ่มที่นิยมทานอาหารที่จัดเตรียมเองได้ยาก เช่น อาหารเพื่อสุขภาพประเภทต่างๆ เป็นต้น
4. เพิ่มคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ให้สามารถคงรสชาติอาหารได้มากที่สุด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ปัญหารสชาติอาหารที่อาจแตกต่างไปเมื่อเทียบกับการนั่งทานในร้าน โดยทั้งสองไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม แต่ยังอาจมีส่วนช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการเองในระยะยาวอีกด้วย
นายวีรวัฒน์ กล่าวว่า แม้เทคโนโลยีจะมีข้อดี แต่ก็อาจส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการในบางด้าน เช่น ก่อให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้นของธุรกิจร้านอาหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ค่าคอมมิชชั่นที่อาจทำให้กำไรสุทธิลดลง รวมไปถึงปัญหาที่เกิดระหว่างขนส่งที่อาจส่งผลต่อชื่อเสียงของร้านอาหารอีกด้วย ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องมีการวางแผนธุรกิจให้รัดกุมครับ


