posttoday

คมนาคมเปิด 5 แนวทางจ่ายชดเชย"โฮปเวลล์"

01 พฤษภาคม 2562

รมว.คมนาคมเผยเตรียม 5 แนวทางในการจ่ายชดเชยให้บริษัท โฮปเวลล์ กว่า 1.2 หมื่นล้านจากการบอกเลิกสัญญา หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา

รมว.คมนาคมเผยเตรียม 5 แนวทางในการจ่ายชดเชยให้บริษัท โฮปเวลล์ กว่า 1.2 หมื่นล้านจากการบอกเลิกสัญญา หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่ากระทรวงคมนาคมได้รายงานความคืบหน้ากรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กระทรวงคมนาคม และ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จ่ายชดเชยแก่ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด จากการบอกเลิกสัญญา เป็นเงิน 11,888.75 พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบมีแนวทางทั้งหมด 5 เรื่อง ได้แก่

1.ให้คำนวณวงเงิน พร้อมดอกเบี้ยให้ชัดเจน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยแม้จะต้องจ่าย 7.5% ในเรื่องค่าตอบแทน ค่าธรรมเนียมออกหนังสือค้ำประกัน แต่ระยะเวลาคิดดอกเบี้ยไม่เหมือนกัน ที่ต้องดำเนินการตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดให้ชัดเจน ทั้งนี้ขอให้ศาลปกครองสูงสุดระบุจำนวนตัวเลขในส่วนนี้ให้ ขณะนี้ รฟท. มีหนังสือถึงสำนักงานคดีปกครองเพื่อตรวจสอบวงเงินดังกล่าวด้วยอีกทางหนึ่ง

2.เจรจากับบริษัทโฮปเวลล์ เพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดและลดผลกระทบต่อภาครัฐ โดยเฉพาะเรื่องวงเงินที่ต้องดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ดอกเบี้ยและระยะเวลาการชำระคืน

3.ให้กำหนดแนวทางและแหล่งเงินที่เหมาะสมในทางปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปรายละเอียด

4.ให้แต่งตั้งคณะทำงานโดยให้มีองค์ประกอบจากคณะทำงานจากผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงคมนาคม รฟท. สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน. ) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อพิจารณาตามข้อ 1-3 รวมทั้งการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับคำพิพากษาสูงสุด และเป็นประโยชน์กับภาครัฐ โดยคณะทำงานชุดนี้จะดูทั้งวงเงิน แนวทางเจรจาหารือกับโฮปเวลล์ และแนวทางชำระกรณีที่ค่าใช้จ่ายที่จ่ายคืนบริษัทได้ โดยเฉพาะแหล่งเงินที่ใช้ในการชำระ ซึ่งมีหลายทางเลือก

5.กระทรวงคมนาคมและ รฟท.ร่วมกันแต่งตั้งคณะกรรมการสอบความรับผิดทางละเมิดเพื่อดำเนินการให้เป็นกฎหมาย กฎระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง โดยต้องไปไล่ดูรายละเอียดโครงการในเรื่องข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และมีบุคคลที่เกี่ยวข้องบ้าง ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการและบอกเลิกสัญญาจนทำให้เกิดผลกระทบจนถึงปัจจุบัน

นายอาคม กล่าวอีกว่า ยืนยันว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้เกิดในรัฐบาลชุดนี้ แต่รัฐบาลชุดนี้ต้องมาแก้ไข อย่างไรก็ตามมีเวลาภายใน 180 วัน ขณะนี้ได้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมแล้วดำเนินการให้เร็ว ส่วนการลดหย่อนต้องพิจารณาประเด็นที่จะสามารถร้องต่อศาลได้อีก ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกำชับให้ดำเนินการอย่างรอบคอบ


สำหรับโครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่ดำเนินการมา 30 ปี ผ่านมา 9 รัฐบาล ตั้งแต่ ครม. อนุมัติปี 2532 เป็นคดีความอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้เริ่มต้นโครงการไม่มีการทำโครงการศึกษาความเหมาะสม โดยเกิดขึ้นเนื่องจากรัฐบาลมีนนโยบายแก้ปัญหาการจราจร และกระทรวงได้เสนอโครงการนี้ให้ก่อสร้างทางยกระดับและรถไฟวิ่งด้านบาน ส่วนด้านล่างพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ตามหลักทั่วไปโครงการต่างๆ ที่เสนอต่อรัฐบาลนั้น กระทรวงต้องศึกษาความเหมาสมก่อนตามหลักการ แต่โครงการนี้ผิดแปลกไปจากโครงการอื่น ซึ่งอาจมีความจำเป็นเร่งด่วนการแก้ปัญหาจราจร และหวังว่าโครงการนี้จะช่วยการเดินทางสู่สนามกีฬาแข่งขันของเอเชี่ยนเกมส์ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปี 40 โดยจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต

ทั้งนี้ที่ผ่านมา ครม. มีมติไม่ให้ภาครัฐทำโครงการที่มีลักษณะออกแบบ แล้วขออนุมัติแบบ คำนวณวงเงินที่ต้องจ่าย แล้วค่อยก่อสร้าง ซึ่งมีข้อโต้แย้งจำนวนมาก และให้ดำเนินการการออกแบบรายละเอียดมากกว่า เพื่อไม่เป็นข้อถกเถียงกัน ระหว่างการก่อสร้าง

ข่าวล่าสุด

พรรคกล้าธรรมเปิดเวทีนครสวรรค์ ชูนโยบายที่ดิน–ราคาเกษตรเป็นธรรม