ขสมก.คิ๊กออฟรถเมล์สายแรกไร้เงินสด คนแห่ใช้ 4,000คน

วันที่ 09 เม.ย. 2562 เวลา 19:37 น.
ขสมก.คิ๊กออฟรถเมล์สายแรกไร้เงินสด คนแห่ใช้ 4,000คน
ขสมก.ประเดิมรถเมล์สาย 510 ใช้บัตรเติมเงินชำระค่าโดยสาร  ไม่รับเงินสดผลตอบรับวันแรกดี  เชื่อเป็นความก้าวหน้าของรถเมล์ไทย รอประเมินผล2ดือน จ่อขยายผลใช้กับรถเมล์สายอื่น

นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่าวันนี้ทดลองนำร่องรถเมล์สาย 510 ไม่รับเงินสดได้ผลตอบรับดีจากผู้โดยสาร เพราะมีผู้โดยสารใช้บัตรเติมเงินชำระค่าโดยสารแล้ว 4,000 คน จากผู้โดยสารที่ใช้บริการสาย 510 จำนวน 38 คัน มีประมาณ 10,000 คนต่อวัน ขณะที่มีผู้โดยสารใช้บริการรถเมล์ ขสมก. 1.2 ล้านคนต่อวัน ทั้งนี้ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ผู้โดยสารที่ยังไม่พร้อม ขสมก. อนุโลมให้จ่ายค่าโดยสารด้วยเงินสดได้ เพื่อให้ผู้โดยสรรเตรียมพร้อมและเรียนรู้ระบบ จากนั้นพยายามให้ผู้โดยสารจ่ายค่าโดยสารด้วยบัตรฯ 100%

อย่างไรก็ตาม ขสมก. จะประเมินผลทุกสัปดาห์ เพื่อนำมาปรับแก้ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้โดยสาร รวมทั้งผลการทดลอง 2 เดือนสิ้นสุดจะนำเสนอผลการทดลองให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด)ขสมก. ทราบในช่วงเดือนเดือน ก.ค. 2562 หากผลการทดลองประสบความสำเร็จจะขยายผลนำไปใช้กับรถเมล์สายอื่นๆ ต่อไป เพราะอนาคต ขสมก. จะไม่มีพนักงานเก็บค่าโดยสาร และต้องเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มตัว

ส่วนกรณีผู้โดยสารขาจรมาใช้บริกาาร นั้น สามารถขึ้นมาซื้อบัตรฯ และค่าโดยสารเหลือในบัตรฯ สามารถนำไปขอคืนได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา นอกจากนี้ยืนยันว่าสาย 510 ผู้โดยสารส่วนใหญ่เกือบ 99% เป็นผู้โดยสารประจำ ส่วนการซื้อบัตรฯ นั้นสามารถซื้อได้ที่พนักงานเก็บค่าโดยสาร 510 ทุกคัน และตามป้ายรถเมล์ใหญ่ๆ เช่น อนุสาวรีย์ชัยฯ และ บีทีเอสจตุจักร ซึ่งตอนนี้จะมีโปรโมชั่น ซื้อบัตรฯ 40 บาท จะมีมูลค่าบัตรฯ 50 บาท สามารถซื้อวันนี้ถึงวันที่ 30 เม.ย. นี้ ส่วนการเติมเงินบัตรมี 3 วิธี คือ เติมเงินผ่านโมบายแบงก์กิ้งของทุกธนาคาร เติมเงินผ่านตู้เอทีเอ็มของทุกธนาคาร และเติมเงินผ่านเคาท์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา โดยไม่กำหนดขั้นต่ำวงเงินในการเติมเงิน และเติมเงินได้สูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท

นายประยูร กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบบัตรนั้น เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก ไม่ช้าก็เร็วประเทศไทยต้องใช้ ดังนั้นจึงอยากชี้แจงให้ประชาชนนั้นเปลี่ยนพฤติกรรมอย่าติดอยู่กับแค่การใข้เงินสด เพราะเทคโนโลยีใหม่สามารถเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารได้จริง ทั้งการลดเวลา รอทอนเงิน เพิ่มช่องทางชำระ ลดต้นทุน ลดพนักงานรถเมล์และต่อยอดไปสู่การเดินทางระบบขนส่งสาธารณะด้วยบัตรเพียงใบเดียว ตลอดจนต่อยอดไปยังบริการอื่นๆในอนาคตเป็นต้น ส่วนด้านการเติมเงินนั้นก็มีหลากหลายทั้งจากเคาน์เตอร์บริการ จากพนักงานรถเมล์และการเติมผ่านมือถือด้วยระบบ i-Banking ทุกธนาคารไม่มีค่าธรรมเนียม

ทั้งนี้สำหรับการซื้อบัตร นั้นสามารถซื้อได้ที่พนักงานเก็บค่าโดยสาร 510 ทุกคัน และจุดป้ายรถเมล์ ใหญ่ๆ ตามแนวเส้นทางที่สาย 510 ให้บริการรวม 4 จุด คือ ช่วงเช้าเวลา 06.00-08.00 น. จำนวน 2 จุด ได้แก่ ที่ป้ายรถเมล์หน้าห้างเมเจอร์ รังสิต และ ป้ายรถเมล์หน้าสนามบินดอนเมือง ส่วนช่วงเย็นเวลา 16.30-18.30 น. อีก 2 จุด ได้แก่ ป้ายรถเมล์เกาะพหลโยธิน อนุสาวรีย์ชัยฯ และ ป้ายรถเมล์บีทีเอสจตุจักร

ด้านนางรัชนี พวงรอด อายุ 50 ปี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน หนึ่งในผู้โดยสารที่ทดลองใช้ระบบบัตรโดยสารเป็นวันแรก กล่าวว่ารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นบริการรถเมล์ไร้เงินสดสายแรกของกรุงเทพ ส่วนตัวดีใจมากเพราะใช้บัตรรถเมล์รายเดือนอยู่แล้ว ยืนยันว่าการใช้บัตรชำระค่าโดยสารนั้นสะดวกสบายกว่าใช้เงินสดมาก เพราะไม่ต้องพกเงินสดหรือเหรียญบาทและเสียเวลาในการชำระน้อยกว่าอีกด้วย อย่างไรก็ตามรู้สึกยินดีที่ได้ทราบข้อมูลว่ากระทรวงคมนาคมกำลังผลักดันโครงการตั๋วร่วม หรือ การชำระค่าโดยสารขนส่งสาธารณะทุกระบบด้วยบัตรใบเดียว เชื่อว่าประชาชนทุกคนจะมีความสุขให้การตอบรับดีเพราะเป็นหนึ่งความก้าวหน้าของรถเมล์ไทย

นางรัชนีกล่าวต่อว่าหลังจากที่รัฐบาลทยอยนำรถเมล์เอ็นจีวีใหม่มาออกวิ่งบริการประชาชนนั้น รู้สึกดีใจมากที่ได้ใช้บริการรถใหม่เพราะตนเดินทางด้วยรถเมล์เป็นประจำ คงไม่ต่างจากคนอื่นที่ดีใจเมื่อได้ใช้รถเมล์ใหม่ สุดท้ายอยากฝากไปยังขสมก.และรัฐบาลว่ารถเมล์เอ็นจีวีใหม่นั้นมีพื้นต่างระดับภายในรถที่มากและมีความสูงพอสมควร ส่งผลให้คนอายุมากและคนชราไม่สามารถปีนเข้าไปยืนชิดในรถเมล์ได้ ทำให้ต้องมายืนรวมกันบริเวณโถงประตูทางขึ้น-ลง รถเมล์บ่อยครั้งเสี่ยงต่อความอันตราย