ต่างชาติบุกหุ้นไทยเชื่อหลังเลือกตั้งเงินนอกกลับมาซื้อแสนล้าน

วันที่ 26 ม.ค. 2562 เวลา 06:15 น.
ต่างชาติบุกหุ้นไทยเชื่อหลังเลือกตั้งเงินนอกกลับมาซื้อแสนล้าน
ตลาดทุนเชื่อหลังเลือกตั้งเงินนอกกลับมาซื้อแสนล้าน ห่วงเรื่องเสถียรภาพรัฐบาลเพื่อความต่อเนื่องของนโยบาย “กรณ์” ชู 4 ปี หุ้นพุ่ง 2,500 จุด

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยในงานสัมมนานโยบายเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยภายใต้รัฐบาลเลือกตั้ง ที่จัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ซึ่งได้เชิญพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า การเลือกตั้งจะทำให้เม็ดเงินสะพัด 5 หมื่นล้านบาท และหลังเลือกตั้งเสร็จจะเห็นเงินต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 1 แสนล้านบาท หลังจากช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยกว่า 6 แสนล้านบาท ส่วนเป้าหมายดัชนีปีนี้อยู่ที่ 1,800 จุด

อย่างไรก็ตาม ตลาดทุนไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่มองความมีเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะหากหลังเลือกตั้งสามารถจัดตั้งรัฐบาลด้วยเสียงข้างมาก หรือได้เกินกว่า 300 เสียง ก็จะทำให้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ เพราะขณะนี้ต่างชาติยังไม่มั่นใจถึงอายุการทำงานของรัฐบาลใหม่ นักลงทุนคาดการณ์ว่าหากอายุรัฐบาลอยู่ไม่ถึงปีครึ่งก็จะสานต่อนโยบายได้ลำบาก

ทั้งนี้ คาดหวังให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับตลาดทุนให้มากขึ้น เพราะมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าตลาดเงินและตลาดสินเชื่อ เพราะตลาดทุนเป็นตลาดที่ใหญ่ และเป็นศูนย์กลางในการระดมทุน ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อีกทั้งยังเป็นแหล่งระดมทุนของเอสเอ็มอีหรือรายใหญ่ ทำให้ภาคธุรกิจมีต้นทุนการระดมทุนที่ต่ำมากกว่าการกู้เงินกับธนาคารพาณิชย์

“อยากฝากให้พรรคการเมืองเน้นการทำนโยบายระยยาว เน้นโครงสร้างพื้นฐาน หรืออีอีซี เพราะยังมีความจำเป็นอยู่ และสานต่อนโยบายเดิม หรือการสร้างเงินออมในระบบให้มากขึ้น เพราะในอนาคตเราจะเข้าสู่สังคมสูงวัยมากขึ้น แม้นโยบายประชานิยมหรือนโยบายระยะสั้นสามารถทำได้ แต่ไม่อยากให้เป็นนโยบายหลักของพรรคการเมือง เพราะปัจจุบันประเทศไทยยังมีปัญหาในเชิงโครงสร้างอยู่” นายไพบูลย์ กล่าว

ขณะที่ นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ภายในระยะเวลา 4 ปี ได้ตั้งเป้าหมาย คือดัชนีตลาดหุ้นทะลุ 2,500 จุด สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจกับประเทศคู่ค้าในต่างประเทศ ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในตลาดทุน พิจารณาเรื่องบริษัทจดทะเบียนที่รัฐวิสาหกิจมีอำนาจผูกขาด เพื่อไม่ให้อาศัยการได้ประโยชน์จากการถือหุ้นและเพิ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ แห่งที่ 2 หรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตลาดทุนเปรียบเสมือนคลังสมองของประเทศ ควรปลดล็อกศักยภาพของตลาดทุนให้เป็นตลาดทุนของคนไทยทั้งหมด (Capital Market for All) ให้ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก และเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยมีกองทุนที่จะไปลงทุนในวิสาหกิจชุมชนตั้งแต่สตาร์ทอัพถึงเอสเอ็มอี

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายเน้นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส ส่วนโครงการต่างๆ ของรัฐบาลเดิมที่เป็นประโยชน์พรรคก็พร้อมจะสานต่อ แต่อาจปรับปรุงให้เหมาะสม โดยเฉพาะโครงการอีอีซีที่ต้องปรับให้มีความสมดุล

บทความแนะนำ