เจ้าท่าเชื่อเหตุเรือล่มภูเก็ตเอาผิดใครไม่ได้ จ่อแก้กฎหมายคุมเข้ม

  • วันที่ 14 ก.ค. 2561 เวลา 06:51 น.

เจ้าท่าเชื่อเหตุเรือล่มภูเก็ตเอาผิดใครไม่ได้ จ่อแก้กฎหมายคุมเข้ม

กรมเจ้าท่าเชื่อเหตุเรือล่มภูเก็ตเอาผิดใครไม่ได้ เตรียมแก้กฎหมายคุมเข้ม โอดโดนตัดงบส่งผลกระทบความเสี่ยงท่าเรือ ขาดแคลนบุคลากรกำกับดูแล ด้านเอกชนป่วนอีกปัดจ่ายค่ากู้ซากเรือหวังทิ้งเป็นขยะในทะเล

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์เรือล่มที่จ.ภูเก็ตว่า กระทรวงคมนาคมมีหน้าที่ต้องสร้างมาตรการเรื่องความปลอดภัยทุกระบบขนส่งสาธารณะให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยเรื่องการเดินเรือนั้นต้องปรับปรุงระบบติดตามเรือให้เป็นไปตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้นโยบายไว้ อย่างไรก็ตามในเรื่องการออกเรือนั้นทางบริษัทเจ้าของเรือต้องมีผู้รับผิดชอบที่เป็นผู้จัดการความปลอดภัย(safety manager) ร่วมกับกัปตันเรือ ในการรายงานข้อมูลผู้โดยสารให้กรมเจ้าท่า ซึ่งปัจจุบันมีการรายงานอยู่แล้ว แต่จากนี้ไปต้องเข้มงวดมากขึ้น โดยสร้างระบบที่เป็นระเบียบปฏิบัติชัดเจนในการลงไปตรวจสอบเรือก่อนเรือออกทุกอย่างต้องพร้อม โดยเฉพาะอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ที่สำคัญกัปตันจะออกเรือไม่ได้จนกว่าพนักงานจะชี้แจงขั้นตอนการปฏิบัติในการขึ้นเรือให้เรียบร้อยก่อน ทั้งนี้จะเร่งให้กรมเจ้าท่าแก้ไขระเบียบต่างๆให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อรองรับเทศกาลวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ 2562

ด้านนายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.)กล่าวว่าในอนาคตจะมีการออกระเบียบกรมเจ้าท่าเพื่อใช้บังคับตามกฎหมายในกรณีที่มีการแจ้งเตือนสภาพอากาศและการห้ามออกเรือ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการบังคับอย่างจริงจังเป็นเพียงดุลพินิตของกัปตันคุมเรือในการตัดสินใจออกเดินเรือ นอกจากนี้ในอนาคต ยังมีแนวคิดเรื่องกำหนดมาตรการความปลอดภัยในการใช้บริการเรือโดยสารให้เป็นในลักษณะเดียวกับการใช้บริการเครื่องบิน โดยจะวางระบบมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินเรืออย่างเข้มข้น ทั้งการตรวจสอบตัวเรือ การออกใบประกาศนียบัตรนายท้ายเรือ ตลอดจนการเพิ่มความถี่ในการตรวจเรือให้มากกว่าปีละ1ครั้ง พร้อมปรับปรุงระเบียบปฏิบัติต่างในการเดินเรือและข้อปฏิบัติการขึ้นเรือตลอดจนอบรมพนักงานและงานบริการผู้โดยสารคล้ายแอร์โฮสเตสที่คอยแนะนำการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยและทางออกฉุกเฉินให้ผู้โดยสาร โดยจะนำแนวทางไปปฏิบัติในจังหวัดท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยงทั่วประเทศ อาทิ เมืองพัทยาและจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ด้านแหล่งข่าวจากกรมเจ้าท่าเปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปเหตุการณ์และหาผู้รับผิดชอบคาดว่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า แต่ทั้งนี้ยอมรับว่าด้วยตัวกฎหมายยังไม่มีข้อบังคับชัดเจนจึงน่าจะยังเอาผิดทางกฎหมายกับผู้ประกอบการไม่ได้ ทำได้เพียงมาตรการเยียวยาความเสียหายทั่วไป อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นหนึ่งในสาเหตุมาจากที่กรมเจ้าท่าขาดแคลนพนักงานดูแลความปลอดภัยตามท่าเรือเพราะรัฐบาลไม่อนุมัติให้รับบุคลากรเพิ่มจึงขาดแคลนจำนวนมาก พอคนไม่พอก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ทั่วถึง นอกจากนี้ยังขาดแคลนงบประมาณบำรุงรักษาท่าเรืออีกด้วยเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยให้เกิดขึ้น โดยหลังจากที่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นนั้นฝ่ายนโยบายได้เริ่มพูดคุยถึงการเพิ่มงบประมาณบ้างแล้วเพราะเป็นสิ่งที่แก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนและทำได้เร็วกว่าการแก้กฎหมายหรือออกประกาศกรมฉบับใหม่ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ยังคงมีข้อพิพาทที่ต้องเคลียร์กับเอกชนคือการกู้ซากเรือที่จมลงไปนั้นเบื้องต้นทางเอกชนปฏิเสธที่จะออกเงินกู้เรือของตนที่จมลงไปนั้นด้วยการให้เหตุผลว่าความลึกที่จมลงไปราว 44 เมตรนั้นไม่กระทบกับการเดินเรือปกติบนผิวน้ำ

ภาพประกอบข่าว

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ