BOI ติดอาวุธให้ SMEs ไทย

Sponsored Content
วันที่ 14 ก.ค. 2559 เวลา 14:15 น.
BOI ติดอาวุธให้ SMEs ไทย
จากสถิติของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในปี 2558 พบว่า ผู้ประกอบการในประเทศไทยส่วนใหญ่ กว่า 2.74 ล้านราย หรือกว่าร้อยละ 99.7 เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นผู้ประกอบการที่เป็นกระดูกสันหลังทางเศรษฐกิจของชาติก็ว่าได้

แต่กลับพบว่า SMEs เป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางและได้รับผลกระทบจากสถานการณ์และเหตุการณ์ต่างๆ มากที่สุด ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดมักส่งผลกระทบต่อ SMEs ทั้งสิ้น

ทั้งความขัดแย้งทางการเมือง ค่าเงินบาทผันผวน การขึ้นค่าจ้างแรงงาน การขึ้นราคาพลังงาน การตรึงราคาสินค้า การบริโภคในประเทศลดลง หรือแม้แต่ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา ก็ล้วนส่งผลต่อผู้ประกอบการ SMEs

นั่นก็เนื่องจากผู้ประกอบการ SMEs มีสายป่านสั้น เมื่อลงทุนใดๆ ไปแล้ว การรอคอยผลกำไรที่ยาวนานเกินไป ทำให้กำลังใจเริ่มถดถอย การเงินก็ถดถอยลงตามเวลา จึงทำให้ SMEs ไทยไม่อาจแข่งขันได้ยาวนานนัก

ปัจจุบัน การช่วยเหลือและสนับสนุนกิจการ SMEs จากภาครัฐบาล เริ่มมีบูรณาการมากขึ้น แม้จะยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ SMEs ส่วนใหญ่อยากได้ แต่ก็ถือว่า เริ่มเดินมาถูกทางแล้ว

บีโอไอ หรือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนและส่งเสริม SMEs ไทยให้เติบโต ก้าวข้ามผ่านอุปสรรคไปให้ได้ ผ่านการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและยกเว้นอากรต่างๆ เท่าที่บีโอไอจะสามารถดำเนินการได้ตามที่กฎหมายกำหนด

ด้วยเหตุนี้ บีโอไอจึงประกาศ มาตรการเพิ่มขีดความสามารถของ SMEs เพื่อส่งเสริมศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งให้กับ SMEs ของประเทศ ให้สามารถก้าวสู่ระดับสากลมากขึ้น โดยการผ่อนปรนเงื่อนไขตามเกณฑ์ปกติมากเป็นพิเศษ ในการขอรับการส่งเสริมการลงทุน โดยแยกเป็น 2 เรื่อง คือ

1. มาตรการส่งเสริมการลงทุนแก่ SMEs

สิทธิประโยชน์ เช่น   • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เพิ่มอีก 2 ปี จากเกณฑ์ปกติที่ได้รับ   • ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ

ประเภทกิจการครอบคลุมธุรกิจ 38 ประเภท ใน 7 หมวดอุตสาหกรรม อาทิ กิจการผลิตผลิตภัณฑ์แก้วหรือเซรามิกส์ ของเล่น อัญมณีและเครื่องประดับ ชิ้นส่วนยานพาหนะ ซอฟต์แวร์ ผลิตยา สิ่งพิมพ์ การสร้างภาพยนตร์ เป็นต้น

เงื่อนไข   • เงินลงทุนไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน)   • ต้องถือหุ้นโดยบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน   • อนุญาตให้ใช้เครื่องจักรใช้แล้วในประเทศมาใช้ในโครงการ ไม่เกิน 10 ล้านบาท   • มีสินทรัพย์ถาวรสุทธิหรือขนาดลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนไม่เกิน 200 ล้านบาท   • ต้องยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2560

โดย SMEs มีขนาดการลงทุนเพียง 500,000 บาทขึ้นไป ก็สามารถขอรับการส่งเสริมฯ ได้ ในขณะที่โครงการปกติทั่วไป ต้องมีขนาดการลงทุน 1 ล้านบาทขึ้นไป จึงจะเข้าเกณฑ์

2. มาตรการส่งเสริม SMEs ให้ปรับเปลี่ยนเครื่องจักร

มาตรการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เพื่อการประหยัดพลังงาน การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การวิจัยพัฒนา เป็นต้น อันจะนำไปสู่การผลิตในระบบอัตโนมัติมากขึ้น ช่วยลดการใช้แรงงานไร้ฝีมือลง ขณะเดียวกันจะใช้แรงงานมีฝีมือมากขึ้น ช่วยลดความบกพร่องในการผลิต

ยิ่งไปกว่านั้น ยังครอบคลุมถึงการลงทุนเพื่อประหยัดพลังงาน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการผลิตลง ทำให้ SMEs มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้แล้ว บีโอไอยังมี หน่วย BUILD หรือ หน่วยพัฒนาการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการติดต่อ และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทรายใหญ่กับผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมรายย่อยในประเทศไทย เพื่อเป็นช่องทางในการรับช่วงผลิตระหว่างกันต่อไปในอนาคต รวมทั้งทำให้ผู้ผลิตไทยได้พัฒนาความสามารถด้านการผลิตมากขึ้น

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ บีโอไอคาดว่าจะกระตุ้นการลงทุนได้มาก เพราะ SMEs จะมีอาวุธคู่กาย ที่จะทำให้ได้เปรียบในเวทีการแข่งขันทุกเวที จากนี้ต่อไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 0 2553 8111Website : www.boi.go.thE-mail : head@boi.go.th