"ซูบารุ บีอาร์ซี"สปอร์ตดิบ-แรงดุดัน

วันที่ 10 ก.ย. 2557 เวลา 22:34 น.
"ซูบารุ บีอาร์ซี"สปอร์ตดิบ-แรงดุดัน
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

ขยับตำแหน่งที่นั่งให้ดีพร้อมมือกุมพวงมาลัยให้แน่น เตรียมหลังติดเบาะไปกับ "ซูบารุ บีอาร์ซี" (Subaru BRZ) ที่โดดเด่นเรื่องความจัดจ้านสไตล์สปอร์ตจากแดนปลาดิบ โดย บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ "ซูบารุ" ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

ย้อนประวัติกันเล็กน้อยสำหรับที่มาที่ไปของรถสปอร์ตคันนี้ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาร่วมกันระหว่าง โตโยต้า กับ ซูบารุ ซึ่งได้คลอดฝาแฝดออกจากโครงการดังกล่าวนี้ ได้แก่ "โตโยต้า 86" และ "ซูบารุ บีอาร์ซี"

เริ่มต้นเข้าเรื่องที่จุดเด่นจัดหนักกันก่อนที่หัวใจใต้ฝากระโปรงที่ผสานความสมดุลระหว่างพละกำลังกับประสิทธิภาพเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวด้วย เครื่องยนต์เบนซิน บ็อกเซอร์ (Boxer) 4 สูบแบบนอน 16 วาล์ว DOHC ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 205 นิวตัน-เมตร ที่ 6,400-6,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง

อารมณ์ตั้งแต่หย่อนตัวนั่งในตำแหน่งคนขับได้ฟิลลิ่งเสมือนนักแข่งที่ก้าวขึ้นนั่งบนรถเตรียมลงสนาม พร้อมเหยียบคลัชต์กดปุ่มสตาร์ทแว่วเสียงเครื่องยนต์ไล่เรียงผ่านท่อไอเสียแบบคู่ขนาดใหญ่โทนทุ้ม ทำให้เร่งเร้าความรู้สึกถึงเสียงสัญญาณ "Ready-Set-Go" ในสนาม

เท้าซ้ายเหยียบแป้นคลัชต์มือพลันขยับคันเกียร์ไปยังตำแหน่งเกียร์ 1 พร้อมออกตัว ให้น้ำหนักดีไม่แข็งไม่ ดีดเด้งมากเกินไป ง่ายต่อการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง แต่อาจจะต้องเหยียบลึกสักนิด เพราะตำแหน่งที่นั่งแนวสปอร์ตแบบกึ่งนั่งกึ่งนอนต้องเหยียบขาเกือบสุด

หลังจากนั้นความมันส์ก็บังเกิด เพราะการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ดุดันเร้าใจตอบสนองแบบตามสั่ง เพราะสามารถเรียกความเร็วลากรอบเครื่องยนต์ถึง เรดไลน์ได้สุด จนกระทั่งไฟชิฟไลท์ติดเตือนให้เปลี่ยนเกียร์เรียกเอี๊ยดของยางที่บดกับพื้นถนน เรียกได้ว่าในทุกย่านความเร็วสัมผัสได้ถึงความสนุกสนานได้เป็นอย่างดี ซึ่งความเร็วสูงสุดที่ทำได้ในช่วงลองขับทางตรงยาวแบบถนนโล่งได้ราวๆ 200 กม./ชม. ซึ่งยังคงไหลต่อเนื่องได้เรื่อยๆ แต่หมดโอกาสสุดทางถนนเสียนี่

ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังแบบดับเบิ้ลวิชโบน ให้ความมั่นใจในการขับขี่ได้ดีจากส่วนหนึ่งของการออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้การควบคุมและการทรงตัวดี แต่ก็มีบางจังหวะบางอาการในย่านความเร็วสูงที่ต้องจับพวงมาลัยให้มั่นสักนิด ส่วนน้ำหนักพวงมาลัยอยู่ในระดับโอเคไม่หนักไม่เบาเกินไป เพราะมีตัวช่วยผ่อนแรงด้วยระบบไฟฟ้า

สิ่งที่ต้องแลกมากับความสนุกสนานในการขับขี่คือ ความสบายที่หายไป สำหรับความนุ่มนวลของช่วงล่าง เพราะความโดดเด้งออกแนวแข็งด้วยซ้ำ ถ้าให้มองหากแลกมาด้วย สิ่งดังกล่าวแล้ว ถือว่าคุ้มค่าแต่ไม่แนะนำให้ขับทุกวัน เพราะอาจจะต้องเพิ่มงบประมาณเผื่อไว้ในการนวดบรรเทาอาการความเมื่อยล้าในภายหลัง (ฮา)

ด้านการออกแบบภายนอกถึงแม้จะหน้าตาละม้ายคล้ายกันมากกับ "โตโยต้า 86" เพราะการพัฒนาร่วมกันซึ่งหากมองเผินๆ เร็วๆ อาจจะเข้าใจผิดจำสลับกันได้ระหว่าง 2 คันนี้ แต่กระนั้นก็มีเอกลักษณ์ความโดดเด่นเฉพาะตัวตามแบบฉบับเป็นต้นด้วย ไฟหน้าแบบโปรเจกเตอร์โฉบเฉี่ยว เส้นสายรายละเอียดโค้งมน ลากยาวบรรจบถึงด้านหลังที่เด่นด้วย ไฟท้ายและท่อไอเสียแบบคู่พร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วลายเฉี่ยว ซึ่งสีของรถคันนี้ที่ได้นำมาลองขับน้ำเป็นสีฟ้าเอกลักษณ์ของซูบารุ และจากการออกแบบทำให้ดึงดูดสายตาได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ภายในห้องโดยสาร เรียบๆ ใช้งานง่ายไม่มีอะไรซ้ำซ้อน ที่ทันสมัยที่สุดภายในดูเหมือนจะเป็นระบบปรับอากาศแบบดิจิทัลแบบแยกปรับได้ส่วนนี้ แต่ก็ยังเน้นปุ่มกดกับปุ่มหมุนไว้ให้ได้สัมผัสอารมณ์รถแข่งไว้เช่นเดียวกับสีสันภายในคุมโทน ดำตัดเมทัลลิก เดินด้ายสีแดงที่พวงมาลัย เบาะ และในจุดต่างๆ ส่วนระบบความบันเทิงมีเสมือนไม่มี เพราะเวลาเปิดใช้งานคุณภาพเสียงจะไม่ค่อยบันเทิงเริงใจเท่าไร

สรุปสุดท้าย ... ด้วยราคาค่าตัว 2.56 ล้านบาท ของเจ้า "ซูบารุ บีอาร์ซี" คันนี้น่าจะสร้างความแตกต่างบนท้องถนนได้ด้วยความเป็น "ซูบารุ" อีกทั้งความสนุกสนานในการขับขี่เต็มอารมณ์ความสปอร์ตอย่างเร้าใจ ก็น่าจะพอเป็นตัวเลือกหนึ่งในลิสต์รายชื่อการตัดสินใจเมื่อเทียบรถในระดับเดียวกัน