บิ๊กตู่สั่งแก้ปมกดราคาสินค้าเกษตร

  • วันที่ 25 ก.ค. 2557 เวลา 21:10 น.

บิ๊กตู่สั่งแก้ปมกดราคาสินค้าเกษตร

พล.อ.ประยุทธ์สั่งพาณิชย์จัดระเบียบพ่อค้าคนกลางกดราคาสินค้าเกษตรตกต่ำเร่งแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ

เมื่อวันที่25ก.ค.57พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2557 เวลา 20.30 น.ว่า เรื่องสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรและแนวทางการกำกับดูแล กลุ่มสินค้าเกษตรที่มีราคาเพิ่มขึ้น จากสัปดาห์ที่ผ่านมามี 5 รายการ ได้แก่ ลำไยจากภาคเหนือ เนื่องจากโรงงานอบแห้งลำไยเข้ามารับซื้อ ทำให้ตลาดมีการแข่งขันสูงขึ้น คงต้องระมัดระวังเรื่องของพ่อค้าคนกลางอาจจะมีการกดราคาอยู่บ้าง ก็ขอให้แจ้งมายังกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการกระทรวงพาณิชย์ไปแล้วให้แก้ไขในเรื่องของการผูกขาด หรือการกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ต้องพยายามแก้ให้ได้ เรื่องทุเรียน เงาะ ลองกอง จากภาคใต้ เนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง เพราะฉะนั้น มาตรการในการรักษาระดับเพิ่มราคาสินค้าในกลุ่มนี้ ยังคงใช้มาตรการกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิตให้ได้ในช่วงที่มีผลผลิตมาก รวมทั้งการผลักดันส่งออกทั้งตลาดเดิมและการหาตลาดใหม่ต่างประเทศ เรื่องของกล้วยไม้ ขณะนี้แม้จะมีราคาเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ถือว่าเพิ่มขึ้นในเกณฑ์ต่ำ เพราะว่าตลาดต่างประเทศมีความต้องการลดลง เนื่องจากผู้บริโภคหันไปซื้อกล้วยไม้พันธุ์ฟาแลนจากสิงคโปร์แทน รวมทั้งคุณภาพกล้วยไม้ไทยยังไม่ค่อยได้มาตรฐาน จะส่งผลให้เกษตรกรขาดทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่สามารถจะซื้อปุ๋ย หรือพัฒนาพันธุ์ให้ดีขึ้นได้ สำหรับมาตรการในการรักษาระดับเพิ่มราคากล้วยไม้ ทางรัฐจะสนับสนุนการวิจัยและทดสอบเทคโนโลยีการปลูก การส่งเสริมการปรับปรุงพันธุ์ และลดภาษีในการนำเข้าผงวุ้น เพื่อการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ กลุ่มสินค้าเกษตรที่มีราคาคงที่ จากสัปดาห์ที่ผ่านมา มี 2 รายการ ได้แก่ มันสำปะหลัง  ราคาคงที่ เนื่องจากความต้องการซื้อมันเส้นและแป้งมันยังคงมีต่อเนื่อง มาตรการในการเพิ่มระดับราคาของมันสำปะหลัง เนื่องจากอยู่ในช่วงการเพาะปลูกสำหรับฤดูกาลใหม่  จะเน้นการให้ความรู้ในการดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ รวมทั้งปัจจุบัน คสช. ได้ตั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง และคณะอนุกรรมการพิจารณาระบาย ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เพื่อกำกับดูแลปริมาณ และเสถียรภาพราคา ให้เกษตรกรได้ผลตอบแทนเต็มที่ เหมาะสม เป็นธรรม และสอดคล้องกับการระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในสต๊อกของรัฐบาล เรื่องอ้อยราคายังคงที่ เนื่องจากเราใช้วิธี “การประกาศกำหนดราคาอ้อย”  ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)  อ้อยและน้ำตาลทราย ปีพ.ศ.2527  โดยการประกาศราคาล่าสุด เมื่อ 17 ธันวาคม 2556 ที่ราคาตันละ 900 บาท ส่วนของมาตรการในการเพิ่มราคาของอ้อย เราจะเร่งพัฒนาอ้อยพันธุ์ดี ให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งขยายอ้อยพันธุ์ดีให้เพียงพอกับความต้องการของชาวไร่อ้อย มีการแนะนำการปรับปรุงดิน การใช้ปุ๋ยเคมีที่จะต้องลดลง ให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ให้มากขึ้น มีประสิทธิภาพ และต้องเร่งพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตน้ำตาลในทุกระบบ สัปดาห์ที่ผ่านมา  กลุ่มนักธุรกิจภาคอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั่วโลกได้มาร่วมงาน ASIAN SUGAR NIGHT IN BKK 2014 และได้เข้าพบกับคณะ คสช. ซึ่งผมได้ชี้แจงอธิบายถึงสถานการณ์ของไทยและยืนยันกับเขาว่า การดำรงความสัมพันธ์และการค้าขายกับกลุ่มนักธุรกิจเหล่านั้น เราจะดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามนโยบายการผลิตและส่งออกอ้อยและน้ำตาลของไทยจะต้องพิจารณาความต้องการของผู้ซื้อจากต่างประเทศและผู้ผลิตน้ำตาลดิบของไทย ตลอดจนนโยบายของรัฐบาล และจะต้องดูแลเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่มีอยู่ประมาณ 3 แสนราย มีแรงงานอยู่เป็นล้านคน และโรงงานน้ำตาลมีถึง 50 โรงในปัจจุบันจะต้องดูแลควบคู่กันไปกับการผลิตที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอ และเหมาะสมกับความต้องการทั้งในประเทศ และกับประเทศผู้ค้าด้วย สำหรับกลุ่มสินค้าเกษตรที่มีราคาลดลง จากสัปดาห์ที่ผ่านมา มี 2 รายการ ปาล์มน้ำมัน  ราคาปรับลดลงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดน้ำมันปาล์มดิบมาเลเซียปรับตัวลดลง  ซึ่ง เป็นไปตามกลไกตลาด  แนวทางการกำกับดูแล ติดตามระบบการค้าในประเทศ เพื่อรักษาระดับราคาผลปาล์มให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันปาล์มสู่การบริโภค เรื่องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาปรับลดลง เนื่องจากข้าวโพดที่เก็บเกี่ยวในต้นฤดูฝนมีความชื้นสูง ในแนวทางการกำกับดูแล แนะนำ ให้ความรู้กับเกษตรกรเกี่ยวกับ วิธีการจัดเก็บ การเก็บรักษาเพื่อรักษาความชื้นของข้าวโพดให้อยู่ในระดับมาตรฐาน การกำกับดูแลสินค้าเกษตร ปัจจุบันได้มีการจัดตั้ง “ศูนย์ช่วยเหลือผลิตผลทางการเกษตร” และ“ศูนย์บริการประชาชนด้านการเกษตร”  เพื่อเป็นช่องทางการให้ความร่วมมือ และการให้คำแนะนำการแก้ปัญหาต่างๆ แก่เกษตรกรในทุกจังหวัด สำหรับผลผลิตทางการเกษตรของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ มังคุด และลองกอง ซึ่งในปีนี้ คาดว่าจะมีผลผลิตจำนวนมาก และล้นตลาดนั้น  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้รายงานขอแนวทางแก้ไขขึ้นมาแล้ว คสช. กำลังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ได้แก่ การหาหรือเพิ่มตลาด การกระจายผลผลิตไปยังพื้นที่อื่น ๆ เรื่องปัญหาราคายางตกต่ำ สำหรับปัญหาที่พี่น้องเกษตรกรสวนยางพาราประสบอยู่ในปัจจุบัน ในเรื่องปัญหาราคายางตกต่ำ เนื่องจากผลิตผลทั่วประเทศเพิ่มขึ้นจากการรณรงค์การเพาะปลูกยางตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมานั้น คสช. ได้ให้ส่วนราชการเกี่ยวข้องไปพิจารณาหาแนวทาง ทั้งมาตรการทั้งระยะสั้น ระยะยาว เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ