ยกเครื่องประเทศไทยทั้งระบบสู้โควิด

วันที่ 15 ก.ค. 2564 เวลา 19:14 น.
ยกเครื่องประเทศไทยทั้งระบบสู้โควิด
คอลัมน์ Great Talk

เห็นมาตรการของรัฐที่จัดการเรื่องโควิดล่าช้าไม่ทราบว่าจะจบสิ้นกันเมื่อไหร่คะ

จุ๊บแจง

ตอนนี้ขายของก็ไม่ได้ร้านอาหารก็เปิดไม่ได้เมื่อไหร่สถานการ์จะดีขึ้นครับตอนนี้ผมต้องเอารถมอเตอร์ไซค์ไปขายเพื่อเอาเงินมาประทังชีวิตแล้วครับ

ตั้ม

สวัสดีครับ คุณ จุ๊บแจง คุณ ตั้ม

ก่อนอื่นขอแสดงความเห็นใจกับทุกท่านด้วยครับที่ประสบกับปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้าและผมเชื่อว่าแทบทุกชีวิตในประเทศประสบปัญหาเดียวกันครับ ต่างกันที่จะยืนหยัดต่อเนื่องได้นานแค่ไหน ส่วนความเห็นผมตอนนี้ รัฐบาลต้องทำมาตรการ “ประกาศสงครามกับโควิด” ครับ

ซึ่งการประกาศสงครามในที่นี้หมายถึง คำประกาศอย่างเป็นทางการ กระทำโดยชาติใดชาติหนึ่ง เพื่อแสดงว่าสถานะทางกฏหมายของการสู้รบระหว่างประเทศได้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งในอดีต ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ประเทศสยามเคยประกาศสงครามต่อเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการีเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460

เป็นการประกาศว่า ข้านี่แหล่ะจะทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อปราบเอ็งให้ได้ ทั้งการปรับเปลี่ยนกฏหมายและทรัพยากรทั้งบุคคลากรและเงินทองที่มีทั้งหมดเพื่อชัยชนะ

เพราะหากไม่ทุ่มเททั้งหมดย่อมหมายถึงประเทศชาติของเราอาจถูกยึดครองโดย “สาธารณรัฐโควิด19”

ทุกสงครามย่อมมีผู้เสียชีวิต ประเมินกันว่าในสงครามโลกครั้งที่สองมีมูลค่าที่สูญเสียราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐและประเมินกันว่ามีผู้เสียชีวิตระหว่าง 50 ถึง 85 ล้านคน ด้วยประการทั้งปวง สงครามโลกครั้งที่สองจึงนับว่าเป็นสงครามขนาดใหญ่ที่สุด ใช้เงินทุนมากที่สุดและมีผู้เสียชีวิตสูงสุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยใช้เวลาเพียง6ปี คือตั้งแต่ 1939 ถึง 1945 

ขณะเดียวกันสถานการณ์โควิด19 มีผู้ติดเชื้อ 188ล้านคนมีผู้เสียชีวิตทั่วโลก 4.06 ล้านคน โดยใช้เวลาเพียง 2 ปีเริ่มตั้งแต่ 2019 จนถึงปัจจุบัน มีมูลค่าที่สูญเสีย 10.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวหากเราไม่จริงจังกับ สงครามโควิดครั้งนี้ ประเทศไทยอาจสูญเสียมากกว่านี้และอาจทำให้เราไม่อาจจะต่อสู้เรื่องเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านใดๆได้อีกเลย

หัวใจสำคัญของกลยุทธ์สงครามครั้งนี้ คือ เรื่องวัคซีนครับ เป็นกลยุทธ์ที่ชื่อว่า “ภูมิคุ้มกันหมู่” คือเราต้องเร่งฉีดวัคซีนให้คลอบคลุมคนไทย(ครบสองเข็ม)70% ของจำนวนคนไทยทั้งหมดหรือเท่ากับจำนวน 50ล้านคน โดยต้องใช้วัคซีนจำนวน 100 ล้านโดส

ซึ่งจากข้อมูลอัพเดตล่าสุด วันที่15 มิถุนายน 2564 มีจำนวนผู้ฉีดสะสมเข็มที่หนึ่ง ประมาณ10.3 ล้านคนและฉีดเข็มที่สองประมาณ 3.4 ล้านคนเท่ากับ เปอร์เซ็นฉีดสะสมปัจจุบันอยู่ที่ 15.74% ดังนั้นหากตั้งสูตรคำนวนว่าเราจะสามารถฉีดให้คนไทยในประเทศได้ครบ 70% ของประชากรทั้งหมดได้ถึงเมื่อไหร่จะคิดได้ดังนี้

70%ของประชากร 70ล้าน เท่ากับ 49ล้านคน ณ ปัจจุบันมีผู้ฉีดสะสมแล้วทั้งสิ้น 13.68 ล้านแสดงว่า ยังมีผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนจำนวน 35.31 ล้านคนปัจจุบัน ยอดเฉลี่ยของการฉีดวัคซีน วันจันทร์ถึงวันศุกร์อยู่ที่ ประมาณ 2แสนคนต่อวัน คูณ จำนวน 5 วัน เท่ากับประมาณ 1 ล้านคนต่อจันทร์ถึงศุกร์เสาร์อาทิตย์ ค่าเฉลี่ย 1แสนคนต่อวัน คูณจำนวน 2 วันเท่ากับ 2 แสนคนต่ออาทิตย์

ดังนั้น ใน7วันจะสามารถรองรับการฉีดวัคซีนได้ประมาณ 1.2 ล้านคน ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 171,429 คน นำไปหารกับ จำนวนผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนจำนวน 35.31 ล้านคน จะได้เป็นจำนวนวันเท่ากับ 206 วัน

ดังนั้น คำถามที่ว่า เศรษฐกิจประเทศไทยจะเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิดได้เมื่อไหร่ จึงได้คำตอบว่าจากวันนี้ ไปจนถึงอีก 7 เดือนข้างหน้าโดยประมาณครับ