‘มายด์เซ็ท’ เป้าหมายเปลี่ยนงานใหม่

วันที่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 12:51 น.
‘มายด์เซ็ท’ เป้าหมายเปลี่ยนงานใหม่
คอลัมน์ Great Talk

อยากถามคุณเกรทว่า ตอนนี้ผมทำงานไม่มีความสุขเลย

ก่อนหน้านั้นผมทำงานหนัก เงินน้อย เพื่อนร่วมงานดี แต่มีที่ใหม่ให้เพิ่มเยอะ ก็เลยไปทำ ปรากฎว่า งานไม่ดีเท่าไหร่ เพราะว่าเป็นทีมใหม่  ต้องไปฝ่าฟันกับคนเก่า ๆ หัวเก่า ไม่ยอมรับวิธีการใหม่  

ส่วนเจ้านายเรียกได้ว่าเลวเลยทีเดียว เรื่องงาน เรื่องส่วนตัวบนกันมั่วไปหมด แถมไปทะเลาะกับหัวหน้าแผนกต่าง ๆ ไว้ทุกแผนก พอเวลาต้องดีลงาน ลูกน้องก็เลยทำงานลำบากมาก  มีแต่ทีมอื่น ๆ คอยขัดขวาง   ผมเข้าไปก็รู้ว่าพลาดแล้ว ถึงขั้นโทรกลับไปของานที่เดิม

แต่ก็อย่างว่าออกมาแล้ว  จะกลับไปก็ใช่ว่าง่าย  ตอนนี้หากมีโอกาสผมไม่สนเรื่องตำแหน่งแล้ว ขอให้ได้ย้ายงานเป็นพอ เราจะทำอย่างไรดีครับ 

ขอบคุณครับ

สมัยตอนที่ผมเรียนจบ อายุ 20 กำลังจะ 21 คือผมเรียนเร็วปีนึงเข้าก่อนเกณฑ์ละก็จบปริญญาตรี 3ปีครึ่ง ตอนนั้นก้อเลยเป็นเด็กน้อยวัยรุ่นที่เปรี้ยวมาก มั่นใจในตัวเอง ไปสมัครงานที่แรกคือเจอ คำถามว่า 

“เรายังเด็กอยู่และเรียกเงินเดือนเท่านี้(ตอนนั้นเรียกไป10,000 บาท) พี่ว่าเรายังไม่เหมาะสม ดูซิคนที่เขาพึ่งจบมาอายุ 22-23  กันแล้ววุฒิภาวะเยอะกว่าเราตั้งเยอะถ้าเราได้รายได้เท่าเขา พี่ว่ามันไม่สมควรนะ”

ผมเจอคำถามนี้คืออึ้งเลย คิดในใจว่านี่เราผิดหรอวะเนี้ย ที่จบตอนอายุยังน้อย นี่เราต้องเรียนให้ตัวเองแก่หรอวะเนี้ย เพื่อให้เราจบมาอายุเท่าเขา

ผมเลยตั้งเป้าเลย ว่า หากเราจะทำงานที่ไหน มีเป้าอยู่

  1. เจ้านายต้องเก่ง เพราะต้องการคนเก่งเพื่อมาสอนให้เราเก่ง
  2. บริษัทต้องใหญ่ เพราะบริษัทใหญ่จะมีเรื่องราวให้เรียนรู้
  3. เงินเดือนต้องดี เพราะอยากรวยขึ้นเรามันคนจนตังค์ไม่ค่อยมีอยากมีตังค์

ผมตั้งเป้าแบบนี้โดยไม่ได้บอกใครตั้งแต่เริ่มทำงานที่แรกและเอามาเป็นหลักการทุกครั้งที่ผมย้ายบริษัท เพราะเคยเล่าให้เพื่อนฟังเพื่อนบอกมึงมันบ้า จะทำงานเงินต้องเยอะก่อนสิวะ เงินเยอะแล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากัน เจ้านายไม่ดีช่างมัน

พอทำงานได้ประมาณ 5 ปี เริ่มมีความต้องการมากขึ้นและกลายเป็นข้อสำคัญสุดคือ งานต้องท้าทายและสิ่งที่ทำต้องมีความหมายกับองค์กร หลังจากนั้นมาก็เรียง 1,2,3 ตามเดิม

หลังจากผ่านชีวิตการเป็นลูกจ้าง 8 ปี เมื่อผมเปิดทำธุรกิจของตนเอง ผมแชร์แนวคิดนี้ให้กับลูกน้องในบริษัทของตัวเองและบริษัทที่ผมไปเป็นที่ปรึกษา 

เชื่อไหมครับว่า เปิดบริษัทมา9 ปี เป็นที่ปรึกษาให้บริษัทใหญ่ๆมา 8 บริษัท บริษัทsme มาประมาณ5 บริษัท พนักงานหลายคนไปจนถึงผู้บริหาร ทุกคนคิดเรื่องเงินเดือนเป็นข้อแรก มีแค่ สี่คน ที่คิดเรื่องเจ้านายต้องเก่งและปัจจุบันสี่คนนี้เป็นผู้บริหารในบริษัทที่ผมเคยเป็นที่ปรึกษาให้เขา

อันที่จริงผมเองก็ไม่สามารถตอบได้ว่าการกำหนดกฏเกณฑ์เป้าหมายในการทำงานแบบไหนผิดแบบไหนถูกหรือแบบไหนดีกว่ากัน เพราะทุกวันนี้ผมก็ไม่ได้คิดว่าผมประสบความสำเร็จอะไรมากมาย จึงไม่กล้ายืนยัน100% ว่าความคิดผมถูก

แต่อย่างน้อยตั้งแต่เริ่มทำงานจนถึงวันนี้ผมไม่เคยเสียใจกับการเริ่มต้นใหม่และผมก็รู้สึกได้ว่าความสามารถเรามันเพิ่มขึ้นในทุกๆวันจริงๆ