อภิปรายในสภาจบ...แต่ Flash Mop นอกสภาไม่จบ

วันที่ 02 มี.ค. 2563 เวลา 07:07 น.
อภิปรายในสภาจบ...แต่ Flash Mop นอกสภาไม่จบ
ซักฟอกไม่ไว้วางใจรัฐบาลประชุม 4 วันกร่อยไม่ตื่นเต้นเหมือนตอนโฆษณาที่โหมโรงส่วนใหญ่เป็นมือสมัครเล่นเพราะตัวจริงถูกล็อคไว้ด้วยรัฐธรรมนูญ ขณะที่อดีตพรรคอนาคตใหม่ถูกสอยขาดหัวที่เหลือยังเป็นพวกหัดพูดกอปรกับพรรคร่วมฝ่ายค้านขาดเอกภาพเห็นได้จากตรีมเรื่องที่อภิปรายไปคนละทาง แย่งเวลา กันพูด

ตัวเก็งที่เตรียมมาอัดรัฐบาลด้านเศรษฐกิจบางคนพูดเหมือนนำเสนองานวิจัยปริญญาโท ขณะที่มือเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของรัฐบาลออกมาตอบโต้ก็ไม่ต่างกันเหมือนมาบรรยายเลคเชอร์ในเวทีสัมมนา การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลรอบนี้เสียของพรรคร่วมฝ่ายค้านขาดทำงานเป็นทีมบริหารเวลาไม่ได้ วันสุดท้ายตอนเย็นยังเหลือคนอภิปรายไม่ครบและรัฐมนตรีบางคนยังไม่ถูกซักฟอกเพราะเวลาหมดแค่ขอต่อเวลา 2 ชั่วโมงยังทำไม่ได้ ยังทำพลาดวันลงมติไปวอคเอ้าท์เหลือส.ส.แค่ 50 หรือ 54 คนทำให้คะแนนไว้วางใจนายกและรัฐมนตรีที่ถูกนำมาขึ้นเขียงผ่านฉลุยทำให้บิ๊กตู่ยิ้มแก้มปริเพราะได้อยู่ยาวแน่นอน

รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังปรับครม.ใหม่ ใช่จะอยู่ได้สบายๆ เพราะแรงกระเพื่อมในพรรคร่วมจะเพิ่มดีกรีจากพวกที่อกหักไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ขณะที่โจทย์ยากที่เป็นความท้าทายจะตามมาอย่างไม่หยุด กรณีไวรัสโควิด-19 เล่นภาคท่องเที่ยวซึ่งเป็นภาคส่วนที่เกี่ยวกับประชาชนฐานรากจะทำให้เกิดคลื่นสึนามิตามมา กรณีตัวอย่างที่ชัดเจนคือตลาดหุ้นทั่วโลกช่วงปลายสัปดาห์ร่วงหนักทำให้ตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET) รีบาวด์ร่วงตามไปกว่า 200 จุดเป็นวิกฤตต่ำสุดในรอบ 5 ปีมูลค่าหายไปประมาณ 2.0 ล้านล้านบาท

ด้านอุตสาหกรรมกระทบจาก ส่งออกหดตัวต่อเนื่องมาจากปีที่เดือนมกราคมหากหักส่งออกทองคำก็ยังหดตัว ร้อยละ 1.5

ตามมาด้วยผลกระทบจาก "Short Support" โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่อยู่ในโซ่อุปทานกับจีนล่าสุดดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมด้านมกราคมหดตัวติดลบร้อยละ 4.59 เดือนกุมภาพันธ์จะหนักกว่าแต่อย่าไปเหมาหมดประชุมสภาองค์กรนายจ้างแห่งหนึ่งบางคนเขาบอกว่ายังอยู่สบายค้าขายได้คล่อง ปรากฏการณ์ที่เห็นอยู่ขณะนี้คือ คนไม่เดินทางทั้งในและต่างประเทศแม้แต่ราชการและส.ส. เริ่มมีการห้ามเดินทาง ผลกระทบที่นักท่องเที่ยวหายไปจะเริ่มเห็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องปิดตัวตามไป

ที่ตามมาคือสถาบันการเงินจะรับมืออย่างไร เริ่มเห็นสัญญาณโรงงานต่างๆ ทะยอยปิดตัวแต่รัฐบาลยังใช้สูตรเดิมๆ ว่าปิดน้อยกว่าเปิด ในอีกไม่ช้าจะเห็นตัวเลขการว่างงานทั้งคนที่อยู่ในระบบและแรงงานใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานในเดือนสองเดือนข้างหน้า แต่ตัวเลขการว่างงานของประเทศคงไม่สะท้อนสภาวะเป็นจริง ขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไปปรับเปลี่ยนวิธีการเก็บตัวอย่างมิฉะนั้นจะไม่สามารถใช้ดัชนีว่างงานเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจได้

กลับมาที่การเมืองอดีตพรรคอนาคตใหม่รังแตกกลุ่มหนึ่งเลือกย้ายไปอยู่พรรคร่วมรัฐบาลแต่ก็มีอดีตแกนนำเริ่มออกไปเล่นนอกสภาไปผสมโรงกับ "Flash Mop" ที่เป็นม๊อบของกลุ่มนักศึกษาสถาบันต่างๆ มีการรวมตัวเชื่อมโยงกับโซเซียลมิเดียกลายเป็น "e-Mop" อย่ามองเป็นเรื่องเด็กๆ ไม่รู้เรื่องการเมืองกรณีม็อบฮ่องกงเป็นตัวอย่างได้ดีแม้แต่รัฐบาลกลางจีนยังไม่กล้าทำอะไรเพราะกลัวบานปลายและเป็นประเด็นโลก เด็กพวกนี้เป็นพวกมีการศึกษาไม่มีอุดมการณ์ยึดติดพรรคการเมืองปล่อยให้เขาทำกิจกรรมไปตามแนวคิดตราบเท่าที่ยังไม่รุนแรง

การชุมนุมแบบเช้าไปเย็นกลับหรือแฟลชม็อบต่างกับพวกเสื้อเหลือง-เสื้อแดงซึ่งเป็นการจัดตั้งบวกอุดมการณ์ปักหลักลงถนนกลายเป็นจราจลยืดเยื้อ แต่เด็กพวกนี้เขามีความรู้สึกว่าพรรคการเมืองและนักการเมืองที่ชื่นชอบถูกรังแกไม่เป็นธรรมก็ออกมาแสดงความรู้สึกเหมือนที่เขาทำกับดาราดังๆ ที่ชื่นชอบบางครั้งมีนักร้องดังๆ ก็แห่กันไปรับที่สนามบิน

การปฏิบัติต่อพวกเขาต้องมีความเข้าใจอย่าใช้วิธีรุนแรงอย่างเช่นกรณีนายตำรวจใหญ่ใส่เครื่องแบบเต็มยศทะเลาะกับเด็กเรื่องขอดูบัตรประชาชนไปขู่จะจับเป็นภาพไม่น่าดูและไม่ควรจะเกิดขึ้นอย่าให้เป็นแค่น้ำผึ้งเพียงหยดเดียว

ผมเคยผ่าน "14 ตุลาคม 2516" พอรู้ว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงขณะกำลังสอบทิ้งห้องสอบออกมาเดินมีนักศึกษาเต็มถนน เดินไปม.ธรรมศาสตร์สองข้างทางมีประชาชนเป็นแสนออกมาเชียร์ให้น้ำ-อาหารและเงินเต็มกระสอบที่สุดนายกรัฐมนตรีสมัยนั้นมีอำนาจเด็ดขาดมากกว่ายุคนี้ยังต้องบินหนีไปต่างประเทศ เด็กนักศึกษาที่ออกมาประท้วงพวกเขามีพ่อมีแม่-มีญาติพี่น้องหากเป็นอะไรจะจุดชนวนตั้งแต่เกษตรกร คนชั้นกลาง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ กระบอกปืนและรถถังจะเปลี่ยนข้างไปเล็งที่ทำเนียบรัฐบาล "Flash Mop" ควรดูอยู่ห่างๆ ปล่อยไปตามความคิดของคนรุ่นใหม่ที่เป็นยุคเจนแซดที่คิดต่างออกไปการเมืองในอนาคตอยู่ในมือของพวกเขาที่วันนี้อาจยังมองโลกสวย

เวลาที่เปลี่ยนไปคนเหล่านี้ก็จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เหมือนพวกเราที่ผ่านมาก่อนและสามารถแยกแยะไส้ในของนักการเมืองที่ฟอร์มดี-พูดดีใช่ว่าจะเป็นคนดีทุกคน

ผมไม่อยากให้ปัญหาความขัดแย้งบานปลายกลับเป็นจราจลจะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจที่บอกได้ว่าอาจ ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 23 ปีนับแต่วิกฤตต้มยำกุ้งเพราะเครื่องยนต์เศรษฐกิจดับหมดยังไม่รู้ว่าจะสตาร์ทเครื่องได้ด้วยวิธีอะไรและเมื่อไร แม้แต่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนออกมาบอกว่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้หนักสุดในรอบ 70 ปีนับแต่ตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจต้องไม่เป็นแบบรายวันและใช้นโยบายประชารัฐจนมากเกินพอดีแบบน้ำแล้งให้งบไปขุดบ่อหรือไปทำฝนหลวง

การแก้ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้ยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้อาจต้องทบทวนใหม่เพราะโจทย์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ที่สำคัญต้องประคับประคองอย่าให้มีภาวะแทรกซ้อนการเมืองข้างถนนด้วยการไปปลุกปั่นประชาชนซึ่งเปลี่ยนวิธีไปดึงเด็กและเยาวชนออกมาเคลื่อนไหว ต้องไม่ลืมว่าอาวุธของคนรุ่นใหม่ คือ "โซเซียลมีเดีย" ที่เป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดของศตวรรษที่ 21 การดำเนินการอะไรต้องคำนึงว่าข้างหลังแฟลชม็อบก็คือพวกพ่อแม่ญาติ-พี่น้องเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศและเป็นคนชั้นกลางที่หากเขาไม่เอารัฐบาลไม่ว่ารัฐบาลไหนก็อยู่ไม่ได้

การแก้ปัญหาต้องละมุนละม่อมหันไปดูเหตุการณ์ในอดีตที่ผู้นำของไทยที่หลงติดในอำนาจหลายคนไม่มีแผ่นดินจะอยู่....ประวัติศาสตร์มักซ้ำรอยครับ

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)