พระมหาเจดีย์มหารัชมงคลวัดปากน้ำ หนึ่งเดียวที่มีเจดีย์แก้ว

  • วันที่ 30 พ.ค. 2554 เวลา 20:04 น.

ได้ยินได้ฟัง ไม่เท่ากับเห็นด้วยตา เมื่อมาสักการบูชาจะได้เป็นอนุสรณ์แห่งชีวิต ว่าครั้งหนึ่งได้มากราบและชมพระมหาเจดีย์วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ....

โดย...สมาน สุดโต

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (วรปุญญมหาเถระ) อายุ 86 ปี พรรษา 66 คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เปิดตัว “พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล” ต่อสื่อมวลชนเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 พ.ค. 2554 เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล ปูชนียสถานสำคัญแห่งหนึ่งของไทย และของวัดปากน้ำ พร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าชมและบูชาได้แล้ว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หลังจากใช้เวลาก่อสร้างมานาน 7 ปี ใช้งบประมาณที่มาจากศรัทธาสาธุชนไป 300 ล้านบาท

พระมหาเจดีย์ที่มีความสูง 80 เมตร สูงกว่าพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามที่สูง 78 เมตร เต็มไปด้วยอภินิหาร และความวิจิตรพิสดารแห่งศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมตั้งแต่โครงสร้างรูปลักษณ์พระเจดีย์ด้านนอก และด้านในที่ที่มีเจดีย์แก้ว จำลองแบบเจดีย์ใหญ่ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอีกส่วนหนึ่ง ทั้งองค์พระเจดีย์แบ่งออกเป็นชั้นๆ ถึง 5 ชั้น

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เล่าว่าเรื่องอภินิหารแห่พระเจดีย์ว่ามีผู้พบเห็น 2 ครั้ง หลวงพ่อเห็นเอง 1 ครั้ง กล่าวคือในเวลาพลบค่ำวันหนึ่ง กลุ่มคนงานเห็นเป็นสีทองเหลืองอร่ามทอประกายที่ยอดพระเจดีย์ ในขณะที่ตัวหลวงพ่อสมเด็จได้พบเห็นหนหนึ่งแต่เป็นช่วงเช้า ลักษณะที่เห็นเป็นประกายสีทองจับที่ยอดพระเจดีย์ เช่นกัน

ก่อนหน้านั้นพระธรรมศีลาจารย์ เมื่อยังมีชีวิต อดีตเจ้าอาวาสวัดหนังวรวิหาร กลับจากกิจนิมนต์ที่วัดปากน้ำ ขณะที่รถกำลังข้ามสะพานที่เยื้องๆ หน้าวัดนางชี มองมาที่พระเจดีย์ พบเห็นเหมือนดวงแก้วลอยออกมาจากยอดพระเจดีย์ เมื่อกลับไปถึงวัด ตริตรองอยู่นานว่าจะบอกดีไหม ในที่สุดก็บอกโดยเขียนเล่าเป็นลายลักษณ์อักษรถวายสมเด็จให้ทราบ

ส่วนความวิจิตรพิสดารนั้น พระมหาเจดีย์เป็นสถาปัตยกรรมภายนอก ผสมผสานระหว่างรัตนโกสินทร์และล้านนา ตั้งอยู่บนพื้นที่ 50 เมตร หรือ 1 ไร่เศษ (1 ไร่เท่ากับ 40 เมตร) ส่วนศิลปะรัตนโกสินทร์ เริ่มตั้งแต่ฐานล่างที่เป็นศิลปกรรมย่อไม้สิบสอง ขึ้นไปถึงกลางองค์เจดีย์ ถัดจากกลางองค์เจดีย์ขึ้นไปถึงยอดเป็นศิลปะล้านนา

ความคิดผสมผสานและศิลปะประยุกต์นั้น รวมถึงความคิดในการจัดสร้างพื้นที่ใช้สอยภายในองค์พระเจดีย์นั้นเกิดจากความคิดของหลวงพ่อสมเด็จเอง เพราะต้องการให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการศึกษา หาความรู้ ฝึกอบรม และสักการบูชาเพื่อเพิ่มศรัทธาปสาทะ

พระเจดีย์แก้วสีเขียว

จุดแรกที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พาคณะสื่อมวลชนชมคือชั้น 5 ที่มีเพดานทรงโดมสูง 10 เมตร ที่พื้นเพดานโดมมีดวงดาวสีและขนาดต่างๆ เป็นศิลปะจากการรังสรรค์ของฝีมือช่างชั้นครูทั้งสิ้น เช่น ภาพเขียนอนันตจักรวาลที่เพดานโดม รังสรรค์โดยอาจารย์จักรพันธ์ โปษยะกฤต ศิลปินแห่งชาติ มีดาวดวงใหญ่ โดดเด่นเป็นประธานศูนย์กลางจักรวาล แวดล้อมด้วยดวงดาวนับพันดวงที่สื่อถึงองค์อรหันต์ผู้ที่เป็นเอตทัคคะในแต่ละด้าน ดาวแต่ละดวงไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ทอแสงประกายระยิบระยับจากแก้วกายสิทธิ์เจียระไนสวารอฟสกี เสริมเติมสีด้วยสีทองคำ และเฉดสีต่างๆ ดูแล้วดื่มด่ำยิ่งนัก

รอบๆ โดมเป็นภาพเขียนพระพุทธเจ้า ที่เป็นตัวแทนแห่งอดีตพุทธ 28 พระองค์ รวมทั้งพระสมณโคดม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เราชาวพุทธกราบไหว้ทุกเมื่อเชื่อวันอีกด้วย

พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ประทับนั่งบนบัลลังก์ที่บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ภายใต้ต้นไม้ที่ระบุตามประวัติแห่งพระพุทธศาสนาเช่นต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่พระสมณโคดมตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นต้น

จุดเด่นและสำคัญยิ่งที่ชั้น 5 แห่งนี้คือ พระเจดีย์แก้วสีเขียวมรกตที่จำลองมาจากพระมหาเจดีย์องค์ใหญ่ฯ สร้างจากกระจกที่มีความหนา 1 เซนติเมตร แกะสลักด้วยมือ นำมาวางซ้อนกันจำนวน 800 ชั้น แต่ละชั้นผนึกแน่นด้วยกาวพิเศษที่สั่งจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความใสจนไม่เห็นรอยกาว สัณฐานวัดโดยรอบ 7 เมตร ความสูงจากฐานถึงยอด 8 เมตร ด้านยอดของเจดีย์แก้วจะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมทั้งจะมีการสร้างเจดีย์ทองคำครอบบนยอดของเจดีย์แก้วด้วย ขณะที่ฐานของเจดีย์แก้วจะให้กระจกแกะสลักเป็นรูปพญานาคจำนวน 80 ตัว เท่ากับอายุของพระพุทธเจ้า ติดอยู่รอบฐานของเจดีย์แก้ว โดยใช้งบในการสร้างเฉพาะเจดีย์แก้วประมาณ 20 ล้านบาท

เจดีย์แก้วสีเขียวมรกตนี้ แวดล้อมด้วยพญานาค 80 ตัว เพื่อให้จินตนาการว่าเจดีย์แก้วเขียวมรกตนี้ผุดขึ้นมาจากสะดือมหาสมุทร และถือว่าเป็นเจดีย์แก้วขนาดใหญ่องค์เดียวในโลกที่สร้างด้วยแก้วล้วนๆ บัดนี้สร้างเสร็จเรียบร้อย จะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในโอกาสต่อไป ที่ยังสร้างไม่เสร็จคือส่วนของพญานาค และสร้างเจดีย์ทองครอบเท่านั้น

เจดีย์มหารัช

พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล เป็นนามที่สมเด็จฯ ได้ตั้งขึ้น คำว่า “มหารัช” แปลว่า “แผ่นดินที่ยิ่งใหญ่” กล่าวคือ รัชกาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ประเทศชาติ พระศาสนาและประชาชนได้อย่างยิ่งใหญ่ไพศาล อีกทั้งความหมายหนึ่งยังหมายถึงนามสมณศักดิ์ของเจ้าประคุณสมเด็จฯ อีกด้วย

วัตถุประสงค์การก่อสร้าง

- เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา

- เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

- เพื่อบูชาพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพ่อวัดปากน้ำ

- เพื่อเป็นอนุสรณียสถาน เจริญศรัทธาของ พุทธศาสนิกชน

- เพื่อเชิดชูศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ และเพื่อเป็นอนุสรณ์ของสมเด็จฯ เองว่าในชีวิตหนึ่งได้สร้างสิ่งยิ่งใหญ่นี้ไว้ในพระพุทธศาสนา

ต้นแบบของพระมหาเจดีย์

รูปแบบมหาเจดีย์ได้จากโลกโมฬี ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 21 ประมาณ พ.ศ. 2071 สมัยพระเมืองเกษเกล้า เจ้าเมืองเชียงใหม่ พระองค์ที่ 15 ราชวงศ์มังราย

โดยสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมไทย ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง เป็นเจดีย์ประยุกต์ผสมผสานระหว่างศิลปะยุครัตนโกสินทร์กับศิลปะยุคล้านนาเข้าด้วยกัน ตอนล่างถึงส่วนกลางเป็นศิลปะยุครัตนโกสินทร์ ตั้งแต่ส่วนกลางขึ้นไปถึงยอดพระมหาเจดีย์ เป็นศิลปะยุคล้านนา ความสูงจากฐานถึงยอด 80 เมตร ขนาดกว้าง และยาวด้านละ 50x50 เมตร

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺญมหาเถร ป.ธ.9) เป็นประธานประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์พระมหาเจดีย์เมื่อวันที่ 27 ส.ค. พ.ศ. 2547 เวลา 06.59 น ใช้งบประมาณการก่อสร้าง ประมาณ 300,000,000 บาท (สามร้อยล้านบาทถ้วน) หากไม่พอเพิ่มได้อีก 100 ล้านบาท โดยคุณศิริรัตน์ วัฒยากร บริจาคเริ่มแรก 5 ล้านบาท และบริจาคอีก 10 ล้านบาท ในการจัดงานอายุวัฒนมงคล 80 ปี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ นอกจากนั้นอาจารย์ตรีธา เนียมขำ แม่ชีธัญญาณี สุดเกษ เป็นฝ่ายจัดหาทุน อาจารย์กี ขนิษฐานันท์ เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ อาจารย์วิวัฒน์ ธรรมาภรณ์พิลาส เป็นวิศวกร พระวิเชียรกวี (พุ่ม อคฺคธมฺโม ป.ธ.4, น.ธ.เอก) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ และคุณดำเกิง จินดาหรา ไวยาวัจกร วัดปากน้ำ เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง

พื้นที่ใช้สอยพระมหาเจดีย์

สมเด็จฯ ได้พาชมจากชั้น 5 มาที่ชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นที่เตรียมจัดตั้งรูปเหมือนบูรพาจารย์ของวัดและของเจ้าประคุณสมเด็จ คือ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก (ปลด กิตฺติโสภณมหาเถระ ป.ธ.9) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก (ปุ่น ปุณฺณสิริมหาเถระ) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธรมหาเถร ป.ธ.9) วัดสามพระยา สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺญมหาเถร ป.ธ.9) วัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพ่อวัดปากน้ำ สร้างด้วยทองคำ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ วัดพระธรรมกาย ถวายพระครูบริหารบรมธาตุ (ป่วน เกสโร) วัดนางชี พระครูวิชิตสังฆภาร (ชิต แสงฉาย) วัดสังฆราชา พระครูศีลาภิรัต (ทอง) วัดลาดกระบัง พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล เป็นพระมหาเจดีย์ประยุกต์รัตนโกสินทร์และล้านนาเข้าด้วยกัน มีพื้นที่ใช้สอยภายในพระมหาเจดีย์ 5 ชั้น ดังนี้

ชั้นที่ 3 : เป็นพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์หรือจะเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของเจ้าประคุณสมเด็จก็ได้ เพราะจะรวบรวมสิ่งของต่างๆ ที่ญาติโยมถวายไว้ รวมทั้งไม้เท้า มากกว่า 100 อัน และของเก่าควรค่าแก่การศึกษา และรักษาจะนำมาตั้งไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

ชั้นที่ 2 : เป็นห้องเปิดโล่ง จุคนได้หลายร้อยคน เป็นพื้นที่ว่างสำหรับจัดประชุม ของคณะสงฆ์ และปฏิบัติธรรม ในโอกาสต่างๆ

ชั้นที่ 1 : เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ที่มีบุคคลต่างๆ นำของมีค่ามามอบให้บ้างแล้ว

นอกจากภายในที่มีลวดลายศิลปะงดงามตระการตาแล้ว เสาแต่ละต้นแต่ละชั้นเป็นศิลปะลายปูนปั้นปิดทองต่างยุคต่างสมัยอีกด้วย

ส่วนยอดสูงสุดพระมหาเจดีย์หรือปลียอดนั้น หุ้มด้วยทองคำน้ำหนักทั้งสิ้น 109,220.5 กรัม (ประมาณ 109 กก.) และยังมีแผ่นทองคำน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม เป็นแผ่นกว้าง 9.9 ซม. ยาวประมาณ 4.9 เมตร มีข้อความจารึกว่า

- สติ มตฺตญฺญุตา ชาตา
สติเป็นเหตุให้เกิดเศรษฐกิจพอเพียง

- ปญฺจสีลํ สุรกฺขิตํ โลกสฺสตฺถิ สนฺติสุขํ
ศีล 5 ที่รักษาดีแล้ว สันติสุขย่อมมีแก่ชาวโลก หุ้มปลียอดพระมหาเจดีย์ส่วนสุดท้าย

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวว่า พระมหาเจดีย์จะสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2554 กำหนดประกอบพิธีสมโภชในปี พ.ศ. 2555 ในการสมโภชจะประกอบบุญพิธีเพียงอย่างเดียว รวม 9 วัน

แต่ก่อนถึงวันนั้น เจ้าประคุณสมเด็จฯ เชิญชวนสาธุชนคนใจบุญมาเยี่ยมชมและสักการะพระมหาเจดีย์ได้ตั้งแต่บัดนี้ ท่านกล่าวว่า ได้ยินได้ฟัง ไม่เท่ากับเห็นด้วยตา เมื่อมาสักการบูชาจะได้เป็นอนุสรณ์แห่งชีวิต ว่าครั้งหนึ่งได้มากราบและชมพระมหาเจดีย์วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านจะได้ดีใจชื่นใจ จะทำให้ชีวิตจิตใจแช่มชื่นเบิกบาน และจะเป็นความสุขความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป

ข่าวอื่นๆ