ร่วมปฏิบัติธรรมสืบพระกรรมฐานวันวิสาขบูชาที่กรมทหารราบที่๑๑(ตอน๑)

  • วันที่ 10 พ.ค. 2554 เวลา 06:38 น.

ปุจฉา : มีคำถามเข้ามา “ขอทราบเรื่องรายละเอียดของงานวิสาขบูชา ปี ๒๕๕๔ ซึ่งพระอาจารย์อารยะวังโส ได้รับการนิมนต์ไปเป็นองค์ธรรมบรรยาย นำอบรมสมาธิจิต...”

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

วิสัชนา : ขอเจริญพรสาธุชนผู้มีความศรัทธาในพระธรรมคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า โดยเฉพาะผู้ติดตามอ่านวิสัชนาธรรมใน “ธรรมส่องโลก” มาโดยตลอด ขอจงถึงซึ่งความสุข ความเจริญโดยธรรม...

ก่อนจะวิสัชนาตามหัวข้อปุจฉา ขอนำเสนอความเห็นของสาธุชนผู้มีศรัทธา ซึ่งได้ส่งแสดงความเห็นเข้ามา จากกรณีปุจฉาของโยมเกศนี ที่ว่า “ทำอย่างไรพระพุทธศาสนาจึงจะไม่เสื่อม หรือไม่สูญหายไปจากประเทศไทย” ซึ่งอาตมาได้วิสัชนาไปตามแนววิถีธรรมที่ปรากฏมีอยู่จริง โดยอ้างอิงกับความเป็นจริงที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในแผ่นดินเกิดพระพุทธศาสนา ได้แก่ ชมพูทวีป (อินเดียเนปาล) โดยให้มองดูปัญหา หรือสภาพธรรมเหล่านี้ว่า เป็นเรื่องปกติ อันเป็นไปตามเหตุปัจจัย ซึ่งพระผู้มีพระภาคได้ทรงตรัสแสดงไว้แล้วว่า ด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้เกิดขึ้น พระพุทธศาสนาจึงสูญสิ้นไป หรือด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้ พระพุทธศาสนาจึงดำรงอายุสืบต่อไปได้... การให้แนวคำตอบนั้นเป็นเพียงการนำเสนอเพื่อจุดประกายธรรมในดวงจิตของสาธุชน ผู้มีศรัทธาให้เกิดประกายความคิดที่จะนำไปสู่การรู้จักพิจารณา ใคร่ครวญในเรื่องดังกล่าว เพื่อจะได้เกิดความรู้ ความเข้าใจ อันจะนำไปสู่การช่วยกันรักษา สืบทอดพระพุทธศาสนาให้มีอายุสืบเนื่องต่อไปนานเท่านาน เพื่อประโยชน์แห่งสัตว์ผู้มีวาสนาที่จะได้เข้าถึงอมฤตธรรม อันเป็นไปเพื่อการกำจัดเหตุปัจจัยที่ก่อให้เกิดความทุกข์ให้สิ้นไป เพื่อให้ถึงความดับทุกข์อย่างแท้จริง...

สำหรับโยมเกศนี อาตมาทราบว่าจบอักษรศาสตร์ จุฬาฯ มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนามาก และมีเจตนาอย่างยิ่งต่อความต้องการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตามกำลัง สำคัญคือ ความรู้คุณค่าของพระพุทธศาสนา มีคุณเป็นอเนกอนันต์ ไม่มีประมาณ ซึ่งดำริด้วยความเป็นห่วง ด้วยสภาพความจริงที่ปรากฏเกิดขึ้นในปัจจุบันของสังคม ที่เข้าสู่ยุคถดถอย ออกจากคุณความดีบนวิถีพุทธ โดยเฉพาะภัยหลายประการที่คุกคามทำลายพระพุทธศาสนา จึงมีความเป็นห่วงต่อสังคมไทยว่า “หากสถานการณ์ยังเป็นไปเช่นนี้ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่พระพุทธศาสนาจะสูญหายไป ดุจดังที่เคยเกิดขึ้นในชมพูทวีป ซึ่งในที่สุดพระพุทธศาสนาได้ถึงกาลสูญสลายไปในพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวพุทธควรศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเข้าให้ถึงความจริงแท้ว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น... และจะเป็นเช่นนี้ในแผ่นดินไทยได้หรือไม่...”

อาตมาขอนำรายละเอียด ใบแสดงความเห็นของโยมประเสริฐ กิตติจูงจิต ซึ่งนำเสนอแนวคิดสู่เวทีสาธารณะ “ธรรมส่องโลก” เพื่อประโยชน์ร่วมกันในการจุดประกายธรรม...

ใบแสดงความคิดเห็นต่อคอลัมน์ “ธรรมส่องโลก” (พระอาจารย์อารยะวังโส)

(๑) ก่อนอื่นขอให้เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาธรรมเป็น “ทำอย่างไร ประเทศไทยจึงจะไม่เสื่อมไปจากพระพุทธศาสนา”

(๒) ศีล ๒๒๗ ข้อ ของพระภิกษุมีมาก (และพระไม่เคร่งในพระวินัย) ไม่สามารถรักษาไว้ได้ครบ จึงทำให้ความเลื่อมใสศรัทธาของชาวพุทธผู้ครองเรือนลดน้อยลง

(๓) ศาสนาพุทธมีข้อประพฤติปฏิบัติที่ยาก เช่น การรักษาศีล ๕ เป็นต้น คนจึงเข้าหาสิ่งที่ง่ายกว่า เช่น การเคารพบูชาเทพเจ้า การบูชาพระเครื่อง เพราะเชื่อว่าบูชาและขอร้องต่อ “พระเครื่อง” อาจได้สิ่งที่ตนต้องการ (และเถรสมาคมก็ไม่ปรามการทำปลัดขิกขาย โดยคนห่มเหลืองอ้างว่าเพื่อสร้างโบสถ์ เป็นต้น)

(๔) กระแสโลก กระแสทุนนิยม กระแสกิเลส จากประเทศตะวันตกรุนแรงมาก ทำให้ยากที่จะฝืนกิเลสของตน

ส่งมาจากคุณประเสริฐ กิตติจูงจิต

๓๗/๑๐๔ หมู่บ้านเสรีวิลล่า ถนนศรีนครินทร์

หนองบอน ประเวศ กทม. ๑๐๒๕๐

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

 

ข่าวอื่นๆ