ในหลวงโปรดเกล้าฯพระราชทานสัญญาบัตร-พัดยศ-ผ้าไตรถวายพระวชิรญาณโสภณ

วันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลา 20:20 น.
ในหลวงโปรดเกล้าฯพระราชทานสัญญาบัตร-พัดยศ-ผ้าไตรถวายพระวชิรญาณโสภณ
ในหลวงโปรดเกล้าฯองคมนตรีเชิญสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตรถวายแด่พระวชิรญาณโสภณ หลังได้รับการโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ

เมื่อวันที่ 11มิ.ย.64 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เชิญสัญญาบัตรพัดยศ และผ้าไตรไปถวายแด่พระเทพวชิรญาณโสภน ซึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระราชวิสุทธิมุนี เป็น พระเทพวชิรญาณโสภณ โกศลศาสนกิจบริหาร ภาวนาวิธานธุราทรยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสีพระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ สถิต ณ วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 5 รูป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.2564 ประกาศ ณ วันที่ 7 พ.ค.2564 เป็นปีที่ 6 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระเทพวชิรญาณโสภณ (เยื้อน ขันติพโล) สิริอายุ 69 ปี พรรษา 49 ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะ จาโร บ้านจรัส ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ มีนามเดิมว่า เยื้อน หฤทัยถาวร เกิดเมื่อวันที่ 12 เม.ย.2495 ที่บ้านระไซร์ ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ บิดา-มารดา ชื่อ นายมอญและนางฮิต หฤทัยถาวร มีพี่น้อง 9 คนเป็นบุตรคนแรก จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านระไซร์ ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์มีพระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระรัตนากรวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ฝ่ายธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดบูรพาราม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสถิตยสารคุณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูวิมลสีลคุณ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “ขันติพโล” อันมีความหมายเป็นมงคลว่า “ผู้มีความอดทน”เริ่มศึกษาพระปริยัติธรรมและปฏิบัติภาวนากับหลวงปู่ดูลย์ ทดสอบจิตทำความสงบ สามารถปฏิบัติภาวนาได้รวดเร็วมีจิตสงบนิ่ง หลวงปู่ดูลย์จึงได้สนับสนุนให้ปฏิบัติธรรม โดยกล่าวว่า “จิตเข้าสู่โลกุตรธรรมแล้ว ไม่ต้องเรียนหนังสือ ให้ปฏิบัติธรรมต่อไป”

ต่อมา ฝากให้เข้ารับการศึกษาอบรมข้อวัตรปฏิบัติกับหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2516 อยู่ฝึกปฏิบัติกัมมัฏฐานอย่างมุ่งมั่นมุมานะ กาลเวลาล่วงเลยมาจนถึงปี พ.ศ.2536 ร่วมกับ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบ.กกล.สุรนารี (ในขณะนั้น) เป็นผู้ริเริ่ม ผลักดัน และส่งเสริมให้อนุรักษ์และปกป้องผืนป่าผืนใหญ่เป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรีในขณะนั้น มีมติให้กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขณะนั้นประกาศให้บริเวณพื้นที่ป่า เป็นเขตพุทธอุทยาน

สำหรับวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร มีเนื้อที่ครอบคลุมประมาณ 10,865 ไร่ เป็นเขตพุทธอุทยาน ดำเนินโครงการส่งเสริมพระพุทธศาสนา เพื่ออนุรักษ์ป่าไม้และพัฒนาสิ่งแวดล้อม โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) สมเด็จพระสังฆราช ขณะนั้นทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ ผืนป่าดังกล่าวสืบมา.