ในหลวงโปรดเกล้าฯเชิญสัญญาบัตรพัดยศและผ้าไตรถวายแด่พระเทพมงคลวชิรมุนี

วันที่ 09 มิ.ย. 2564 เวลา 16:36 น.
ในหลวงโปรดเกล้าฯเชิญสัญญาบัตรพัดยศและผ้าไตรถวายแด่พระเทพมงคลวชิรมุนี
ในหลวงโปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญสัญญาบัตรพัดยศและผ้าไตรถวายพระเทพมงคลวชิรมุนีในโอกาสตั้งพระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564 เวลา 13.20 น. ที่ วัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร ถวายแด่พระเทพมงคลวชิรมุนี (หลวงปู่หา สุภโร) ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการ โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ พระณาณวิสาลเถร เป็นพระเทพมงคลวชิรมุนี ภาวนาวิธีวราจารย์ ไพศาลศาสนกิจจาทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ สถิต ณ วัดสักกะวัน จังหวัดกาฬสินธุ์

พระเทพมงคลวชิรมุนี หรือหลวงปู่หา สุภโร เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ และอดีตรองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ มีนามเดิมว่า หา ภูบุตตะ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2468 ตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 8 ปีฉลู ที่บ้านนาเชือก ตำบลเว่อ ปัจจุบันเป็นตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ บิดาชื่อ นายสอ ภูบุตตะ มารดาชื่อ นางบัวลา ภูบุตตะ มีพี่น้องรวมกัน 7 คน

พระเทพมงคลวชิรมุนี หรือหลวงปู่หา สุภโร เป็นพระเถราจารย์ผู้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด เป็นที่น่าเคารพสักการบูชาของบรรดาศิษยานุศิษย์ เป็นที่ประจักษ์แก่พุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า และยังได้ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ ทำให้มีการขุดค้น โดยเป็นแหล่งไดโนเสาร์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย และยังมีการสร้างพิพิธภัณฑ์สิรินธร บริเวณที่ขุดค้นพบอีกด้วย