สมเด็จพระมหาธีราจารย์ : พระชราผู้มีวิสัยทัศน์ทันยุค

วันที่ 28 ก.พ. 2564 เวลา 11:17 น.
สมเด็จพระมหาธีราจารย์ : พระชราผู้มีวิสัยทัศน์ทันยุค
โดย อุทัย มณี

**********************

เมื่อเร็ว ๆ นี้ผ่านไปยังวัดยานนาวา แวะเข้าไปกราบพระบรมสาริกธาตุ พร้อมกับไปสนทนากับพระคุณเจ้า วัดยานนาวายุคภายใต้กันบริหารของ “สมเด็จพระมหาธีราจารย์” กรรมการมหาเถรสมาคมแปลกตาไปมาก

ยุคสมัยที่ผู้เขียนยังเป็นสามเณร ตั้งแต่ท่านเจ้าอาวาสรูปเก่าเคยไปนอนเล่นอยู่ในกุฎิเจ้าอาวาสเพราะมีเพื่อนเป็นสามเณรอุปัฎฐากท่าน ตอนนี้เพื่อนรูปนี้เป็นเจ้าคุณแล้ว และกลับไปพัฒนาบ้านเกิดที่จังหวัดกาญจนบุรี

หน้าวัดตึกที่เก่า ๆ ทรุดโทรม ปัจจุบันมีคลิกนิกรักษาโรคแบบแพทย์แผนโบราณ,มีนวด และด้าน ๆกับศาลจีนอะไรสักอย่าง ด้วยบารมีของสมเด็จพระมหาธีราจารย์..ขอคืนพื้นที่ของวัดได้มาเกือบหมดแล้ว..อาจเหลืออยู่บ้าง..ซึ่งก็ว่ากันไปตามกฎหมาย

แต่โดยกฎหมายที่ธรณีสงฆ์ไม่ว่าจะเป็นใคร รัฐบาลหรือนักธุรกิจมิอาจยึดเอาไปได้ พวกที่ยึดเอาไป เห็นมากต่อมากแล้ว..ชีวิตจบไม่สวยสักราย

ยุคหนึ่งสมเด็จพระมหาธีราจารย์..ขึ้นชื่อในบารมี สามารถเสกอธิบดีให้เป็นปลัดได้เสกนายพันให้เป็นนายพล ได้ด้วย

ผู้เขียนเคยสัมผัสกับสมเด็จพระมหาธีราจารย์ 2-3 ครั้ง เป็นพระเถระที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เป็นพระเถระที่ลุยงาน หากไม่เชื่อ ดูผลงานของท่านตอนช่วยน้ำท่วมพระภิกษุสงฆ์ทางภาคอีสาน ภาคใต้  แม้แต่ภาคเหนือก็ลุยขึ้นไปดู “พระธรรมจาริก” กลุ่มพระนักเผยแผ่ชาวดอย ชาวเขา

ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ท่านถือว่าชราแล้ว อายุเกิน 80 แล้ว..แต่ขยันยิ่งกว่าสมเด็จที่มีหน้าที่ในพื้นที่บางรูปอีก

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ในบรรดาพระสมเด็จทั้งหลาย น่าจะมี “ทีมงาน” ที่เข้มแข็งที่สุด มีทีมงานที่พร้อมที่สุด และอาจมีทีมงานที่ขยันที่สุด อาจเป็นเพราะ..สมเด็จพระมหาธีราจารย์มีบารมีและใช้คนเป็น หรืออีกนัยหนึ่งอาจเป็นเพราะ..ท่านไปอยู่ต่างประเทศมานาน เห็นมาเยอะ รู้มาเยอะ

ผลงานเลื่องลือของท่านนอกจากพัฒนาวัดยานนาวาให้รุ่งเรื่องทั้งเรื่องศาสนสถานแล้ว การเผยแผ่ก็ขึ้นชื่อ,เรื่องธรรมนูญพระสงฆ์ก็เกิดขึ้นจากวัดยานนาวา,เรื่องการศึกษาของพระเณรท่านก็ไม่ทิ้ง

ลองไปพิจารณาดูเถอะ งานหลายงานที่ปรากฎอยู่ในวงการสงฆ์ตอนนี้ ริ่เริ่มตั้งต้นมาจาก วัดยานนาวา หากผู้เขียนมีอำนาจจะมอบตำแหน่ง “เจ้าคณะหนใหญ่” คุมภาคใดภาคหนึ่ง

แต่ท่านมีถิ่นกำเนิดจากภาคอีสาน,เคยเป็นเลขานุการเจ้าคณะหนใหญ่ภาคตะวันออก น่าจะมอบหมายให้คุมอีสาน เพราะรู้ภูมิศาสตร์,มีฐานเครือข่ายและมีบารมีในภาคนี้

โดยเฉพาะภาคใต้..เจ้าคณะหนใหญ่ “เบื่อหน่าย” เคยทำหนังสือลาออกถึงมหาเถรสมาคมแล้ว.แต่ถูกยับยั่งเอาไว้..อาจถึงเวลาให้ท่านพักผ่อนแล้ว

ส่วนเจ้าคณะหนใหญ่บางรูปที่มีปัญหาสุขภาพ..ก็อาจต้องพิจารณาให้ท่านพัก เพื่อต่ออายุให้ยึดยาวขึ้น ไม่ต้องมานั่ง บริหารกิจการคณะสงฆ์ส่วนเจ้าคณะใหญ่บางรูป ตั้งแล้ว..ยังไม่มีผลงานอะไรเลยที่เป็นรูปธรรม ตั้งได้ก็ต้อง “ปลดได้”

ปัญหาที่ดินวัดในกรุงเทพมหานครวัดหลายวัดอยาก “ขอคืนพื้นที่ที่ธรณีสงฆ์”คืน แต่ชาวบ้านไม่ยอม คัดค้าน วัดที่มีปัญหา น่าจะไปศึกษารูปแบบวัดยานนาวาดูว่า ทำไมสมเด็จพระมหาธีราจารย์ทำได้

วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ มีแผนจะขอคืนทำสถานที่จอดรถ ทุกวันนี้ตารางเมตรเดียวยังขอคืนไม่ได้ วัดสังข์กระจายวรวิหาร ที่ได้คืนมานิดหน่อย เพราะไฟใหม้ และอีกหลายวัดที่ชาวบ้านรุกร้ำตั้งถิ่นฐาน ทุกวันนี้เจ้าอาวาส “ปวดหัว” เพราะให้ออกไม่ออก บางคนเช่าที่วัดปีละไม่กี่ร้อยบาท

แต่ปล่อย “ให้เช่าช่วง” ทำบ้านเช่าบ้าง ตึกพาณิชย์บ้าง กลายเป็น “เสือนอนกิน” ตอนนี้ทราบว่า “สรรพากร” จะเข้ามาช่วย คือ เป็นภาษีที่ดิน “ธรณีสงฆ์” เต็มอัตรา ทีนี้แหละ..เจ้าอาวาสกับชาวบ้าน คงเปิดศึกกันอีกรอบ

คุยกับพระคุณเจ้าในวัดยานนาวาเสร็จเดินไปคุยกับแม่ค้าขายพวงมาลัยหน้า ชื่นชอบการพัฒนาวัด ชื่นชอบสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เพราะค้าขายดีขึ้น วัดวาสะอาดสะอ้านขึ้น

ต่อจากนั้นวกกลับเดินเข้าไปในบริเวณวัด ไปดูตึกที่เคยไปนั่งคุยกับเพื่อนเรียน มจร  เดียวนี้เปลี่ยนไปหมดแล้ว สมเด็จพระมหาธีราจารย์.. เป็นพระนักพัฒนา มีวิสัยทัศน์ และมี บารมีคับจริง  ๆ