สมเด็จปิลันทน์ขาว พิมพ์ปรกโพธิ์ วัดระฆังโฆสิตาราม

วันที่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 08:44 น.
สมเด็จปิลันทน์ขาว พิมพ์ปรกโพธิ์ วัดระฆังโฆสิตาราม
โดย อาจารย์ชวินทร์ chavintapoti@gmail.com

มาชมพระเครื่องสกุลพระสมเด็จ ของวัดระฆังโฆสิตารามอีกองค์ครับ เหตุที่ได้ชื่อนำหน้าว่า สมเด็จนั้น เพราะผู้สร้างคือสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัด เสนีวงศ์) ในสมัยที่ท่านดำรงสมณศักดิ์ที่พระพุทธุปบาทปิลันทน์ ท่านเป็นศิษย์เอกของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อีกด้วย ในส่วนตัวนั้นถือว่าสมเด็จปิลันทน์ นี้สามารถใช้แทนสมเด็จวัดระฆัง ได้เลยทีเดียวครับ

พระสมเด็จปิลันทน์ องค์นี้ เนื้อหา มวลสารจัดจ้านเหมือนเนื้อสมเด็จวัดระฆังดูง่ายแถมหายาก เพราะพระสมเด็จปิลันทน์ขาว พิม์ปรกโพธิ์ สร้างจำนวนน้อยมาก หาชมได้ยาก พระองค์นี้สวยสมบูรณ์แบบ มีคราบไขจากการลงกรุ เป็นคราบไขที่ทำให้ดูง่าย คราบไขที่จับอยู่แน่น มีมากน้อยแล้วแต่องค์พระ ไม่เท่ากันทุกองค์ และที่สำคัญคราบไขต้องมันวาวไม่แห้งกระด้าน

เริ่มส่องจากด้านหน้าจาก เนื้อหามวลสารจัดจริงๆครับ  มวลสารที่ประกอบสำคัญของพระสมเด็จปิลันทน์ขาว ได้แก่ ปูนเปลือกหอยเป็นส่วนผสมหลักและผงวิเศษตามตำรับเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) คือ ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงตรีนิสิงเห ผงพุทธคุณ ผงมหาราช เป็นต้น

ซึ่งมวลสารเหล่านี้เหมือนมวลสารของสมเด็จวัดระฆัง โดยมีน้ำมันตังอิ๊วเป็นตัวประสาน เมื่อนำมาปิดทอง และบรรจุลงในกรุ ความร้อนที่อยู่ในกรุ ทำให้องค์พระเกิดการบิดตัวจากปฏิกิริยาของอากาศและความร้อน และมีคราบไขที่หนึกนุ่มเคลือบองค์พระทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ลักษณะสีเหมือนไขวัว นั่นเอง

และยังเห็นคราบทองเก่าที่ปิดมาแต่เดิมมาด้วย ด้านหลังนั้นยังปรากฏคราบกรุและคราบไขเป็นธรรมชาติ ทำให้ดูง่ายทันทีครับสำหรับองค์นี้ ด้านพุทธคุณของสมเด็จปิลันทน์นั้น ครบเครื่องเรื่องเมตตามหานิยมและ แคล้วคลาด คงกระพัน

พระสมเด็จปิลันทน์ ได้ชื่อว่าเป็น พระสองสมเด็จฯ เพราะมีการสันนิษฐานว่า ช่วงเริ่มต้นของการสร้างพระเครื่องชุดนี้นั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ยังมีชีวิตอยู่, พระพุทธุปบาทปิลันทน์ได้อาราธนาให้เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธาจารย์(โต) พรหมรังสี ซึ่งเป็นอาจารย์ของท่านร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกและขอผงวิเศษของเจ้าประคุณสมเด็จฯ มาเป็นมวลสารหลักด้วย คนรุ่นเก่าๆ ที่ทราบประวัติการสร้างจึงนิยมเรียกว่า พระสองสมเด็จ นั่นเอง

พระเครื่องสมเด็จปิลันทน์เป็นพระที่มีพิมพ์จำนวนมาก แต่จำแนกตามพิมพ์ที่สากลนิยมยอมรับกันได้ดังนี้

1.พระพิมพ์ซุ้มประตู 2.พระพิมพ์ครอบแก้วใหญ่ 3.พระพิมพ์ครอบแก้วเล็ก 4.พระพิมพ์เปลวเพลิงใหญ่ 5.พระพิมพ์เปลวเพลิงกลาง , 6. พระพิมพ์เปลวเพลิงเล็ก , 7. พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์ใหญ่ 8.พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์เล็ก , 9. พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์เล็ก ครอบแก้ว 10.พระพิมพ์ประทานพร หรือปฐมเทศนา 11.พระพิมพ์โมคคัลลาน์ – สารีบุตร ฯลฯ

สมเด็จปิลันทน์ ได้มีการพบครั้งแรกจากเจดีย์ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพระอุโบสถวัดระฆังฯ เมื่อประมาณปี พ.ศ.2471โดยคนร้ายได้ลักลอบขุดเจาะพระเจดีย์อย่างต่อเนื่อง และต่อมาในปีพ.ศ.2480 เจดีย์ได้ถูกคนร้ายลักลอบขุดอีกครั้ง ทางวัดจึงได้เปิดกรุอย่างเป็นทางการ พระที่ได้จากการเปิดกรุนั้น เกือบทั้งหมดเป็นพระเนื้อผงผสมใบลาน มีเนื้อสีเทาอมดำ เนื้อขาวมีน้อยมาก และในช่วงต่อมาได้เกิดสงครามอินโดจีนขึ้น ทางวัดจึงได้นำพระสมเด็จปิลันทน์บางส่วนมอบให้กระทรวงกลาโหมเพื่อแจกจ่ายให้กับทหารที่ออกรบในศึกสงครามอินโดจีนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

สมเด็จพระพุฒาจารย์( ทัด เสนีวงศ์) มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าทัด เสนีย์วงศ์ เป็นพระโอรสในกรมหลวงเสนีย์บริรักษ์ ( พระองค์เจ้าแดง )ในกรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ( วังหลัง ) ประสูติเมื่อปี พ.ศ. 2364 ตรงกับวันพุธแรม 9 ค่ำ เดือน 11 ปีมะเมีย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2  และ มรณภาพ เมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 7 ปีชวด ตรงกับวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2443