พระหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค พิมพ์หนุมานหาวเป็นดาวเป็นเดือน

  • วันที่ 29 ก.ค. 2562 เวลา 19:02 น.

พระหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค พิมพ์หนุมานหาวเป็นดาวเป็นเดือน

โดย อ.ชวินทร์ chavintapoti@gmail.com

หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระเกจิผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง พระเครื่องและเครื่องรางของท่านได้รับความนิยมจากนักสะสมทุกชนิด เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวเมืองกรุงเก่า วัตถุมงคลของท่านมีพุทธคุณเป็นเลิศในทุกด้าน

วันนี้มาชมพระหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค พิมพ์หนุมานหาวเป็นดาวเป็นเดือน ลักษณะเป็นพระเนื้อดินเผาทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เจียนมุมทั้งสี่ด้าน มีรูปแบบท่าทางคล้ายเหาะเหินในอากาศ อ้าปากกว้างเหมือนกำลังหาว เป็นดาวเป็นเดือน องค์ที่นำมาให้ชมนี้ถือว่า เป็นพระสวยดูง่าย มีจุดขาวๆ ที่วงการเรียกว่าขี้ยุงปรากฏอยู่และปรากฎเม็ดทรายเล็กๆ กระจายอยู่ทั้วทั้งองค์พระทั้งหน้าและหลัง ทำให้เป็นจุดพิจารณาง่ายขึ้นมาทันที

จุดพิจารณาของพิมพ์หาวเป็นดาวเป็นเดือน มีดังนี้- พระเกศมาลาอยู่ห่างจากเกล้าพระเมาลี- มุมขยักที่ตัว ‘อุ’ ด้านซ้ายขององค์พระเป็นเส้นขีดยาว- ลำพระองค์ทั้งสองด้านจะผายออกและเว้าโค้งด้านล่างปรากฏชัดเจน- มีติ่งแหลมคมชัดที่ด้านหลังศรีษะของหนุมาน- หัวตัว ‘อุ’ ด้านขวาขององค์พระมีเส้นแตกเป็นขีด- ด้านข้างของตัว ‘มะ’ ทางด้านขวาขององค์พระจะมีเส้นแตกเฉียงลางๆ- มีเส้นใต้คางตัวหนุมาน- หางหนุมานยาวจรดส้นเท้าขวา- ระหว่างขาทั้งสองของหนุมาน จะมีตุ่มนูนอยู่ที่พื้น

คติความเชื่อในการบูชาพระหลวงพ่อปาน แต่ละพิมพ์ทรงมีดังนี้ พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงไก่ เด่นทางทำมาค้าขาย เมตตามหานิยม พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงหนุมาน เด่นทางด้านการเป็นผู้นำด้านการปกครองแคล้วคลาด มักเป็นที่นิยมของกลุ่มข้าราชการ ตำรวจ ทหาร พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงครุฑ เด่นทางด้านอำนาจเป็นที่นิยมของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับสูง พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงเม่น เด่นทางด้านเกษตรกรรม และค้าที่ดิน พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงปลา เด่นทางด้านค้าขายทางน้ำ ธุรกิจทางเรือ พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงนก เด่นทางด้านอาชีพการสื่อสาร นักพูด นักแสดง นักกฎหมาย นักการทูต นักต่อรอง

พระเครื่องของหลวงพ่อปาน มีหัวใจสำคัญอยู่ที่ผงวิเศษ 3 ชนิด ที่นำมาบรรจุในองค์พระ คือ 1.ผงวิเศษหัวใจสัตว์ ท่านจะกระทำในอุโบสถ โดยนั่งสมาธิเข้าสมาบัติเขียนอักขระเลขยันต์หัวใจสัตว์ต่างๆทั้ง 6 ชนิด ที่ท่านเห็นในนิมิตแล้วลบผงวิเศษหัวใจสัตว์นี้ออกมาเป็นผงวิเศษ 2.ผงวิเศษจากยันต์เกราะเพชร โดยท่านจะนั่งสมาธิเขียนยันต์เกราะเพชรบนกระดานชนวน แล้วชักยันต์ขึ้นมาเสร็จแล้วลบผง

3.ผงสุดท้ายคือผงวิเศษ 5 ประการคือ ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงมหาราช ผงตรีนิสิงเห และผงพระพุทธคุณอันเป็นสูตรของสมเด็จพระพุทธาจารย์(โต)พรหมรังสี วัดระฆัง ท่านเขียนบนกระดานชนวนและลบผงเช่นกัน ทำให้เมื่อรวมกันแล้วมีพุทธคุณเอกอนันต์ ใช้งานสารพัดอย่างเป็นเลิศ เรียกว่าเป็น ‘กฤตยาคมแฝด’ ที่พระพิมพ์อื่นๆไม่มี

เนื้อหามวลสารพระเครื่องของท่านนั้น ท่านจะนำดินขุยปูและดินนวล ดินเหนียวในทุ่งนาที่ขุดลงไปค่อนข้างลึก เพื่อให้ได้ดินที่ละเอียดมากรองและบดให้เป็นเนื้อดินเหนียวที่นวล จะมีความละเอียดปานกลาง จึงปรากฎเม็ดทรายเล็กๆ ปรากฏทั่วองค์พระมากน้อยต่างกันไป และบางส่วนจมอยู่ใต้ผิวกลายเป็นแง่มุมดันเนื้อขององค์พระให้นูนเป็นตุ่มแหลมเล็กๆ อยู่ทั่วองค์พระ ต้องใช้แว่นขยายส่องดู โดยเฉพาะพระที่ไม่ผ่านการใช้เลย จะสังเกตเห็นได้ชัด เรียกว่า ร่องรอยสาก

ส่วนรอยอุดผงวิเศษนั้น สภาพเดิมเป็นสีเทาของซีเมนต์ ผสมกับสีขาวของผงวิเศษ หากองค์ไหนสภาพสมบูรณ์อยู่ครบ จะมีสีสันกลมกลืนงดงามมาก แต่ส่วนใหญ่ในอดีต ผู้ที่ได้พระมักจะแคะเอาผงวิเศษออก เพื่อนำไปรักษาโรค จึงหารอยผงวิเศษที่คงสภาพเดิมๆ ได้ยากยิ่งในปัจจุบัน

ความต่างระหว่างรอยอุดผงวิเศษของพระแท้กับพระปลอมจะเห็นได้ชัดเพราะมวลสารหลักคือ ซีเมนต์ที่ต่างกันตามกาลเวลา ของปลอมสารที่นำมาอุดจะเป็นสีขาวแข็ง หรือเป็นตุ่มนูนใหญ่ ส่วนของแท้นั้นหลังจากที่หลวงพ่อปานท่านนำพระมาสุมด้วยแกลบและปล่อยให้เย็น จึงนำมาบรรจุผงวิเศษในรูจนเต็มและใช้ซีเมนต์ผสมปิดทับ ดังนั้นเมื่อแห้งแล้วก็จะมีสีเทาของซีเมนต์กับสีขาวของผงวิเศษผสมกันทุกองค์ และมักจะล้นเปื้อนออกมาข้างนอก หรือเลอะเทอะออกเป็นแถบแบบธรรมชาติของการทำเปื้อน

จากกันด้วยพระคาถาปัจเจกะโปรดสัตว์ของหลวงพ่อปาน เป็นพระคาถาที่สวดเป็นประจำจะมีโชคลาภ มีเงินทองไม่ขาดมือ ท่องนะโม 3 จบ แล้วกล่าวพระคาถาดังนี้ พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสีวิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มาณี มามะ พุทธัสสะ สวาโหม

 

ข่าวอื่นๆ