พระราชทานโกศ หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต เท่ารองสมเด็จ

  • วันที่ 24 มี.ค. 2562 เวลา 10:02 น.

พระราชทานโกศ หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต เท่ารองสมเด็จ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปในการพระราชทานเพลิงศพพระคุณเจ้าหลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต

ณ เมรุชั่วคราว วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ในวันพฤหัสบดีที่ 21 มี.ค. 2562 เวลา 15.00 น.

เทียบเท่าพระราชาคณะชั้นรองสมเด็จ

เมื่อหลวงปู่บุญฤทธิ์ มรณภาพเมื่อเวลา 22.22 น. ของวันที่ 14 พ.ย. 2561 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริอายุ 104 ปี หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. 2561

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงสรงศพ โกศแปดเหลี่ยม ฉัตรเบญจาตั้งประดับ ปี่กลองชนะประโคมเวลาสรงน้ำศพ เป็นเกียรติยศแก่สรีรสังขาร องค์หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต เป็นกรณีพิเศษ

เกร็ดความรู้เรื่องโกศแปดเหลี่ยม โกศแปดเหลี่ยม จัดอยู่ในลำดับชั้นที่ 13 ที่พระมหากษัตริย์พระราชทานให้กับพระราชาคณะชั้นเจ้าคณะรอง คุณท้าวนางสนองพระโอษฐ์ เจ้าจอมมารดา หม่อมเจ้าที่ไม่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ถ้าจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศจะได้รับพระราชทานโกศแปดเหลี่ยม ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือกขึ้นไป/ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ และขุนนางชั้นพระยาพานทอง หรือเทียบเท่า

โกศแปดเหลี่ยม รัชกาลที่ 1 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างทำด้วยไม้แกะสลักลวดลายทรงแปดเหลี่ยมฝายอดทรงมณฑป ปิดทองล่องชาด ประดับกระจกสี สำหรับฉัตรเบญจาเป็นฉัตร 5 สี ซึ่งหมายรวมไปถึงฉัตรที่เขียนลายที่เรียกว่า “ฉัตรกำมะลอ” ด้วยฉัตรชนิดนี้ใช้สำหรับเชิญตั้งหรืออัญเชิญเข้าร่วมขบวนแห่ในงานศพ

ประวัติหลวงปู่บุญฤทธิ์ปัณฑิโต

หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต เป็นพระนักปฏิบัติที่มีจริยางดงาม อดีตเป็นนักศึกษาจบปริญญาจากต่างประเทศ เป็นข้าราชการหนุ่มที่มีอนาคตสดใส แต่ด้วยความเลื่อมใสปฏิปทาพระป่าสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จึงลาออกจากราชการ แล้วออกบวชและปฏิบัติธรรมแบบถวายชีวิตต่อพระศาสนา ออกธุดงค์อยู่ตามป่าตามเขาโดยตลอด หลวงปู่บุญฤทธิ์เป็นศิษย์สำคัญองค์หนึ่งของหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ที่ทั้งพระและโยมในวงพระธุดงค์กรรมฐานรู้จักเป็นอย่างดี และเป็นศิษย์กรรมฐานของพระอาจารย์กู่ ธัมมทินโน หลวงพ่อลี ธัมมธโร และออกป่าติดตาม หลวงปู่ชอบ ฐานสโม นานถึง 9 ปี

หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต เป็นบุตรชายของคุณหลวงพินิจจินเภท ต้นตระกูลจันทรสมบูรณ์ มารดาชื่อนางพินิจจินเภท (แส จันทรสมบูรณ์) เกิดวันพฤหัสบดีที่ 18 ก.พ. 2457 อายุ 96 ปี ปีขาล ขึ้น 5 ค่ำ อ.พิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์

ชีวิตเยาว์วัยโยมมารดา เป็นผู้มีความศรัทธาในบวรพุทธศาสนา วัยสาวเคยเข้ารับการอบรมในวัง ชอบอ่านหนังสือ ทำอาหาร งานศิลปะต่างๆ ได้ถ่ายทอดลักษณะนิสัย ระเบียบชีวิต แนวคิดต่างๆ ให้หลวงปู่อย่างสมบูรณ์ สอนให้หลวงปู่สวดมนต์ไหว้พระ อ่านหนังสือธรรมะ วารสารความรู้ต่างๆ จนติดเป็นนิสัย

อายุเข้าเกณฑ์เรียน เรียนที่โรงเรียนสตรีประจำ จ.อุตรดิตถ์ ชั้นประถมมัธยมอายุ 10-11 ขวบ หลวงปู่ถูกส่งตัวเข้ามาเรียนที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล กทม. รุ่น 1 อาศัยอยู่กับคุณพระโสภณเพชรรัตน์ จนจบ ม.8 ภาษาฝรั่งเศส หลวงปู่เคยได้รับรางวัลเขียนประกวดเรียงความชนะเลิศจาก จอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งเป็น รมต.กลาโหม สมัยนั้น หลวงปู่สอบชิงทุน (ก.พ.) ได้ไปศึกษาต่อที่ฮานอย ประเทศเวียดนาม พ.ศ. 2475 กลับจากเวียดนามรับราชการที่หอสมุดแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และภายหลังเป็นทูตที่พระตะบอง

หลวงปู่ได้บรรพชาอุปสมบทในปี 2489 ที่วัดศรีเมือง จ.หนองคาย โดยมีพระธรรมไตรโลกาจารย์ อายุ 95 ปี เป็นพระอุปัชฌาย์

ปี 2491 หลวงปู่ไปจำพรรษากับท่านพระอาจารย์ลี ธัมมธโร วัดป่าคลองกุ้ง

ปี 2492 หลวงปู่ไปจำพรรษาที่วัดเจดีย์หลวงพบหลวงปู่แหวน สุจิณโณ หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม หลวงปู่ชอบฐานสโม

ปี 2493 หลวงปู่ไปจำพรรษาที่วัดป่าบ้านยางผาแด่น อุปัฏฐากรับใช้หลวงปู่ชอบอยู่หลายเดือน เริ่มจากตี 5-5 โมงเย็น ตักน้ำ ต้มน้ำ ล้างบาตร จัดอาสนะ พอเย็นถวายอาบน้ำ ถวายขัดตัวท่าน กวาดวิหารไม้ไผ่ เตรียมจัดอาสนะให้ท่านนั่ง และออกธุดงค์ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ในการปฏิบัติ พระป่าต้องมีสติในทุกอิริยาบถ

พูดได้ 6 ภาษา

ด้วยความเลื่อมใสปฏิปทาพระป่าสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านจึงลาออกจากราชการแล้วออกบวช โดยบรรพชาอุปสมบทในปี 2489 ที่วัดศรีเมือง จ.หนองคาย และปฏิบัติธรรม ออกธุดงค์อยู่ตามป่าตามเขาโดยตลอด จนกลายเป็นศิษย์ของหลวงปู่ชอบ ฐานสโมและจำพรรษาด้วยกัน อุปัฏฐากรับใช้หลวงปู่ชอบอยู่หลายเดือน จากนั้นหลวงปู่บุญฤทธิ์ ได้เป็นพระธรรมทูต เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศกว่า 30 ปี เช่น เม็กซิโก สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ จีน เยอรมนี สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ซึ่งหลวงปู่พูดได้ถึง 6 ภาษา กระทั่งจำพรรษาที่สำนักปฏิบัติธรรมสวนทิพย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ก่อนมีอาการอาพาธ ต้องรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง และได้ละสังขารเมื่อวันที่ 14 พ.ย. เวลา 22.22 น. ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริอายุ 104 ปี

ข่าวอื่นๆ