พระพยอม กัลยาโณ กับความทรงจำ‘พุทธทาสรำลึก’

  • วันที่ 24 ก.พ. 2562 เวลา 09:20 น.

พระพยอม กัลยาโณ กับความทรงจำ‘พุทธทาสรำลึก’

เป็นที่ทราบกันดีว่า พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอมกัลยาโณ) เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี เป็นพระนักเทศน์ระดับแถวหน้าของบ้านเรา ผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างชื่นชอบแนวทางการเทศน์ของท่าน ซึ่งใช้ภาษาง่ายๆ และยกเหตุการณ์ปัจจุบันมาเชื่อมโยงกับหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ นอกจากนี้ยังเป็นพระนักพัฒนาที่ช่วยเหลือคนด้อยโอกาสมาอย่างยาวนานเกือบ 5 ทศวรรษ นับแต่เข้าสู่ร่มกาสาวพัสต์เมื่อปี 2513 และเป็นศิษย์ผู้ใกล้ชิดของพระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินฺทปญฺโญ)หรือท่านพุทธทาสภิกขุ ผู้ก่อตั้งสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

โครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” จัดโดยบริษัท ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในประเทศไทย ได้นิมนต์พระพยอมมาบรรยายธรรม เรื่อง “พุทธทาสรำลึก” ซึ่งทางยูเนสโกได้ประกาศยกย่องให้ท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลก เมื่อปี 2549 เนื่องจากได้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่แก่นพระธรรมที่มีความร่วมสมัยและประยุกต์ใช้ได้กับผู้คนทุกระดับชั้น โดยได้รับคำสดุดีว่าเป็นมหาปราชญ์แห่งพุทธธรรม เนื่องด้วยเป็นผู้ใช้พุทธธรรมเพื่อนำสังคม

คำสอนที่โดดเด่นของท่านพุทธทาส คือ เรื่องการปล่อยวาง พร้อมทั้งมีงานเขียนในทางพระพุทธศาสนากว่า 350 เล่ม ชิ้นที่สำคัญคือ หนังสือชุด “ธรรมโฆษณ์” ตามรอยพระอรหันต์ และคู่มือมนุษย์

พระพยอม เล่าว่า ในช่วงที่จำพรรษาอยู่ที่สวนโมกข์ 7 พรรษา ทำให้ได้เรียนรู้แก่นหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้ง รวมถึงเกิดความมุ่งมั่นในงานเผยแพร่ศาสนาเพื่อให้ญาติโยมพ้นทุกข์ ไม่ให้ลุ่มหลงกับเปลือกภายนอก และท่านพุทธทาสนั่นเองที่เป็นแรงกระตุ้นให้ทำงานเพื่อสังคมมาจนถึงทุกวันนี้

เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว บอกว่า ท่านพุทธทาสปรารภว่าประเพณีบางทีบังสัจธรรมที่ควรจะรู้ เพราะเดี๋ยวนี้ชาวพุทธเน้นพิธีกรรม ทั้งที่มีหลักอยู่ว่าต้องเชื่อกรรม “กรรมวาที” เชื่อความเพียร “วิริยวาที” ถ้าเชื่อว่าอันนี้ดีแล้ว กระทำอันนี้ดีแล้ว พยายามทำให้เต็มที่ อาจจะอยู่เหนือโชคชะตาราศีดวงดาวอะไรก็แล้วแต่

อย่างที่ท่านพุทธทาสเขียนกลอนไว้ว่า “เราดีดีกว่าดวงดี เพราะดีมีที่เรา ดีกว่าไปมีที่ดวง ขยันทำดีทั้งปวง เชื่อว่าหน่วงเอาดีทั้งปวงมาทำให้ดวงเราดี โชคจะร้ายไม่ได้ตลอดปี ถ้าเรามีดีเป็นดวง”

พระพยอม ยังย้ำด้วยว่า คนยุคนี้ไปเน้นพิธีกรรมมากเกินไป เลื่อนเปื้อนเยอะ ทำอะไรกันแบบชนิดที่ไม่ควรทำด้วยซ้ำไป อย่างพิธีเผาศพเป็นการเผาทรัพย์ที่เยอะมาก ดังนั้นชาวพุทธถ้าสมองไม่ติดเครื่องกรองจะแย่ สำหรับผู้ที่ติดเครื่องกรองสมองยอดเยี่ยมที่สุด คือ หลวงพ่อพุทธทาส ถ้าไม่ได้ท่าน ชาวพุทธจะมีแต่สมองหัวลูกโป่ง มีแต่ลม ไม่มีความคิด ทำอะไรมาก็ทำไปอย่างนั้น ไม่เคยปรับปรุงแก้ไข

“พวกนั้นเรียกว่าสัจจาภินิเวส ต้องอย่างนี้อย่างนั้น อย่างอื่นไม่ได้ แต่เหตุปัจจัยมันเปลี่ยนได้ต้องเปลี่ยน ถ้าไม่เปลี่ยนอยู่กันไม่ได้ และผู้ที่เปลี่ยนสำคัญที่สุด หลวงพ่อพุทธทาสท่านเป็นที่สุดคือ เปลี่ยนเรื่องบุญให้เป็นกุศลให้มาก พระพุทธเจ้าสอนไว้อย่างไร หลวงพ่อพุทธทาสนำมาย้ำให้มากขึ้น โดยเฉพาะเราไม่สรรเสริญคนทำบุญเก่ง ให้เก่ง ให้เยอะ ให้มาก ให้ถี่ ให้บ่อย แต่เราสรรเสริญคนใคร่ครวญดีแล้วนำออกให้ คำบาลีว่า วิเจยยะ ทานัง สุคะตัปปะสัตถัง ต้องใคร่ครวญวิจัยก่อนถึงค่อยให้

ตอนนี้ที่วัดพอนึกถึงคำสอนของหลวงพ่อพุทธทาส อาตมาต้องล็อกบุญ ไม่เช่นนั้นโยมก็ทำบุญกันเลื่อนเปื้อน ที่วัดใครจะมาสร้างเจดีย์ บอกไปสร้างวัดอื่น ถ้าจะสร้างเมรุบอกไปวัดอื่น ที่วัดพระต้องอยู่กับคนเป็น ต้องสอนเด็ก ต้องสอนคนที่มาที่วัดทั้งวัน”

ใครที่ไปสวนโมกข์ ไฮไลต์ที่สำคัญคือโรงมหรสพทางวิญญาณ ซึ่งพระพยอมระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เทศน์ให้บรรยายได้คล่อง เพราะที่นั่นมีพระปริศนาธรรม มีคำพังเพย อย่างกินบนเรือนขี้บนหลังคา ฯลฯ และมีแท่นวัชรอาสน์ คือมีต้นโพธิ์แล้วก็มีแท่นว่าง ไม่มีพระพุทธรูป มีความหมายลึกซึ้งว่าพระพุทธเจ้าไม่มีตัวตน ไม่มีอัตตา ไม่มีอีโก้ เมื่อพุทธสรีระสูญไปแล้วก็เหลือแต่พุทธสภาวะเป็นความว่าง

พระพยอมย้อนอดีตช่วงที่อยู่สวนโมกข์อีกว่า มีอยู่ช่วงหนึ่งอาตมาร้อนวิชา ตอนนั้นได้อ่านข่าวพระไม่ดี จะทนไม่ได้ ทำไมพระองค์นี้ทำอย่างนี้ ไปบ่นให้ท่านฟัง หลวงพ่อพุทธทาสหลุดปากออกมาแบบเหลือเชื่อเลย

“พยอม อยากเป็นพระหรืออยากเป็นสัปเหร่อเขาตายเน่าไปแล้ว จะเอาเขามาชำแหละทำไม พระที่เป็นข่าวนะ เขาตายเน่าไปแล้ว ไปนั่งชำแหละเขาทำไม”

นอกจากนี้ หลวงพ่อพุทธทาสยังสอนเณรที่ฉีกของที่เป็นห่อ โดยไม่ตัดไม่แกะว่า “ถ้าแกะของหยาบอย่างนี้ จะเข้าถึงนิพพานละเอียดอ่อนได้อย่างไร นิพพานเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แกะหยาบๆ ฉีกทิ้ง ทำไมไม่ค่อยๆ แกะ แล้วนำเชือกไปใช้ผูกของอย่างอื่น และท่านเป็นผู้ที่เน้นย้ำความมากเกิน ส่วนเกิน กินเกิน ใช้เกิน”

“อีกอย่างเรื่องหนึ่ง เวลาพระทะเลาะกัน ไม่มีองค์ไหนในประเทศไทยเหมือนท่าน พระ ก.ทะเลาะกับพระ ข.มาโทษว่าพระ ข.ไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ท่านบอกที่นี่มีพระ ข.อยู่ด้วยหรือ ไม่เห็นมีเป็นตัวเป็นตน เป็นองค์นั้นองค์นี้ ท่านไปอุปโลกน์ให้เขาเป็นนั่นเป็นนี่ทำไม และไม่พอ ยังเป็นศัตรูกับเขาอีก ทำไมมาเปลี่ยนมิตรเป็นศัตรู”

พร้อมกันนี้ หลวงพ่อพุทธทาสได้ฝากฝังให้ทำงานชิ้นสำคัญ ซึ่งพระพยอมจดจำได้เป็นอย่างดีและทำจนประสบสำเร็จตามที่ได้รับปากไว้ ดังที่เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วย้อนอดีตให้ฟังว่า

“หลวงพ่อพุทธทาสพูดว่า พยอมอยู่กับเรามานานแล้ว สวนโมกข์มันไกล คนกรุงเทพฯ จะมาสวนโมกข์ 600 กิโล มันก็ลำบาก คุณลองไปสร้างสวนโมกข์ไว้ชานเมืองสักแห่งจะได้ไหม บ้านเกิดเมืองนอนพอมีไหม ตอนนั้นอาตมารู้สึกหนักอึ้งเลยจะหาที่ที่ไหนได้เป็น 10 ไร่ 20-50 ไร่ ที่ดินมันแพงจะตายที่เมืองนนท์ แต่ท่านเหมือนกับขอร้องให้ไปสร้าง อาตมาบอกไปว่าจะพยายาม ไม่นึกเลยว่าบัดนี้ซื้อที่ได้ 999 ไร่ หมดไป 1,700 ล้าน เหมือนกับที่รับปากท่าน และตอนนี้กำลังจะทำสวนธรรม”

ข่าวอื่นๆ