พระวิทยากรสันติภาพ

  • วันที่ 28 ต.ค. 2561 เวลา 09:34 น.

พระวิทยากรสันติภาพ

โดย พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา 

มากกว่าเพื่อนคือกัลยาณมิตร มากกว่าวิธีคิดคือวิถีแห่งปัญญา คำแรกจากใจ คือ “ขอขอบคุณเวทีแห่งปัญญา” ที่ท่านปราโมทย์ได้หยิบยื่นให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้าร่วมสนทนากลุ่มเฉพาะ (Focus Group Discussion) รูปแบบการพัฒนาวิทยากรต้นแบบธรรมะโอดี โดยพุทธสันติวิธี ซึ่งเป็นงานดุษฎีนิพนธ์ของพระปราโมทย์ วาทโกวิโท (พันธพัฒน์) พระนิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ผู้เป็นกัลยาณมิตรตั้งแต่เมื่อครั้งเรียนรู้ฝึกหัด เรียนถูกลองผิดมาด้วยกันในฝ่ายบริการฝึกอบรม ส่วนธรรมนิเทศ มจร เมื่อเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา

จากวันนั้นถึงวันนี้ ความเพียรอันหนักแน่นของท่านยังไม่เสื่อมคลาย ยิ่งคมชัดและลึกดิ่งลงให้ข้ออรรถข้อธรรม ด้วยวัยวุฒิที่เจริญขึ้น สันติภายในของท่านยิ่งผลิบาน จากพระหนุ่มที่ไฟแรง มาถึงวันนี้คือพระเถระผู้งามนอกและเย็นใน งามนอกด้วยคุณวุฒิที่สูงขึ้น เย็นในด้วยสันติที่ท่านได้บ่มเพาะมาช่วง 5 ปี ในการเรียนสันติศึกษา

ผู้เป็นกัลยาณมิตรหลายรูปปรารภในทิศทางเดียวกันว่า “ท่านปราโมทย์เปิดใจหนักแน่น งานนอกก็เจริญงานในก็เยือกเย็น การได้นั่งร่วมสนทนาในวงเวทีของดุษฎีชน นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา ด้านวิจัย ด้านสันติวิธี ด้านกระบวนการอบรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ได้ร่วมเจียระไนเพชรให้ครบเหลี่ยมเปี่ยมด้วยวิชาและจรณะ นับเป็นเวทีที่อุดมด้วยปัญญาที่ฉายแสงให้ผู้วิจัยและผู้ร่วมสนทนาได้ของขวัญทางปัญญาเต็มเปี่ยมเกือบ 5 ชั่วโมง เสมือนได้อ่านหนังสือคัมภีร์วิทยากรและงานวิจัย 100 เล่ม และได้ฟังคำสอนของอาจารย์เป็น 100 ชั่วโมง

ขอถวายกำลังใจเพื่อนผู้เป็นกัลยาณมิตร ด้วยคำสอนอันเป็นพรธรรมในหลวงพ่อพระพรหมวชิรญาณว่า “คนชมอย่างเดียวไม่มี คนติอย่างเดียวไม่มี” ความโชคดีของนักเผยแผ่ คือทนกับความแตกต่างกับคนที่เราต้องทำงาน เราไม่สามารถเปลี่ยนทุกคนดั่งใจเราได้ การทำงานที่ดีคือทำงานร่วมกับคนอื่นได้ ไม่ใช่เก่งคนเดียว เพราะความท้าทายคือเราต้องสร้างความสุขและสันติเกื้อกูลแก่คณะสงฆ์และสังคม

การเผยแผ่และเผยแพร่ในสถานการณ์ เราต้องทบทวนว่าเราคิดไม่ใหญ่พอหรือทำได้ไม่ดีพอ ในบริบทสังคมที่กินเร็ว อิ่มเร็ว เราทำกับโมเดลเดิมๆ ไปต่อไม่ได้ แต่เราทำงานเดิมได้แต่วิธีการต้องเปลี่ยน เราฝึกทำงานให้เป็นวิถีจะได้มีวิธีในการทำงาน สถานการณ์อย่างนี้ดีที่สุดก็แค่ไปแย่งน้ำเพื่อนกิน แต่เราควรสร้างหรือหาบ่อน้ำแห่งใหม่ดื่มกินและแบ่งปันจะสง่างามกว่า ดังนวัตธรรมที่ท่านปราโมทย์กำลังสร้างบ่อน้ำแห่งปัญญาแก่พระวิทยากรธรรมะโอดีด้วยพุทธสันติวิธี

พระวิทยากรยุคโซเชียล อย่าหมดความหวัง ต้องฟังให้เป็น เชื่อมโยงประเด็น ปรับทุกข์เข็ญใจ เทศน์ทันสถานการณ์ ทำตนให้เป็นที่พึ่ง ปักธงให้ถูก สื่อธรรมทั้งกายและใจ อย่าตอบจากการคาดเดา ต้องทำงานเผยแผ่ให้หนักแน่น อดทนอดกลั้นต่อคำดูหมิ่นได้ดี ดังโบราณท่านเตือนใจเราว่า “ฟังคำสอนจากราชสีห์ ดีกว่าฟังเสียงเห่าหอนของสุนัข” บ่มเพาะความเพียรให้เต็มที่ เส้นทางที่ยาวไกลพิสูจน์หัวใจและความมุ่งมั่น ค้นหาให้เจอจุดบรรจบของความใช่ ภารกิจของคนเก่งคือเดินไปหาความพอดี

“วิชฺชา จรณ สมฺปนฺโน” พระวิทยากรที่ตอบโจทย์สังคมได้ในวันนี้คือ ผู้ถึงพร้อมด้วยวิชาและจรณะ กล่าวคือวิชาจะดีเพียงไรก็ขาดความประพฤติที่ดีไม่ได้ ดังคำของครูบาอาจารย์ว่า “คนดีทุกคนเป็นคนเก่ง แต่คนเก่งทุกคนอาจไม่ใช่คนดี” ดังคำสอนโบราณว่า “เป็นแค่เด็กถือย่าม อย่าหลงตัวว่าเป็นราชสีห์”

วิชาชีวิต วิถีพระเณร วิธีสันติ วิวิธจิตบริหาร คือคำตอบและปริญญาของพระวิทยากรพุทธสันติวิธี ดังโจทย์การเผยแผ่ในยุค 4.0 ว่า อะไรที่เราได้จากเทคโนโลยี อะไรที่เราจะนำเสนอในเทคโนโลยี และเราจะนำเทคโนโลยีมารับใช้การเผยแผ่และการเผยแพร่พระพุทธศาสนาได้อย่างไร ในภาววิสัยของพระนักเผยแผ่ตามพระธรรมวินัยเราจะได้คำตอบจากงานวิจัยดุษฎีนิพนธ์เล่มนี้

คนที่จะประสบความสำเร็จคือ ทำในสิ่งที่รัก แต่หากไม่สามารถทำได้ก็ขอให้รักในสิ่งที่ทำ การตรวจทานความตั้งใจ อย่าเผลอในสิ่งที่มีวันนี้ ความเชื่อมั่นที่ล้นเกินไป จะเป็นอุปสรรคต่อก้าวต่อไป

พระวิทยากรธรรมะโอดีโดยพุทธสันติวิธี ตามปณิธานอันงามยิ่งคือสิ่งที่ท่านปราโมทย์กำลังทำหน้าที่ของนายช่างวิศวกรสันติภาพที่กำลังออกแบบถนน ออกแบบโค้ง ออกแบบระบบไฟเขียว ไฟแดง และความเร็วของการใช้ถนน ส่วนการใช้รถ ใช้ถนนนั้น พระวิทยากรจะเลือกใช้ถนนคอนกรีต ถนนลาดยาง หรือลูกรัง สุดแต่บริบทในฉันทะและวิริยะของท่านพระวิทยากร แต่มีอุปกรณ์คอยเตือนสติเป็นกัลยาณมิตรคือ การเผยแผ่ธรรมตามรอยทางคือพระบรมศาสดาผู้เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายได้มอบมรดกธรรมแก่นักเผยแผ่ไว้คือโอวาทปาฏิโมกข์ หัวใจของพระนักเผยแผ่คือ หลักการ3 วิธีการ 4 อุดมการณ์ 6 และอุดมไปด้วยอริยมรรคมีองค์8 ผู้เขียนขอเรียนรู้และเติมเต็มด้วยความสามารถอันน้อยนิดและความรู้เท่าเพียงกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่งที่ช่วยรองรับความรู้ความสามารถและศักยภาพของผู้วิจัย ให้ท่านทำหน้าที่เจียระไนเพชรแห่งพุทธสันติวิธี และเกื้อกูลสังคมสืบไปด้วยสันติศึกษา พัฒนาชีวิตและสังคม อุดมสันติ

ขอบคุณความฝันที่เต็มเปี่ยมด้วยความเพียรอันบริสุทธิ์ของท่านปราโมทย์ที่ทำให้พระธรรมวิทยากรทั่วประเทศชื่นใจว่างานเผยแผ่ที่เราเรียนรู้ฝึกหัดกันมามีงานวิจัยมารองรับ และสามารถพัฒนาตามมรรควิธีพระมหาชนก คือ บ่มเพาะ บำรุงรากแก้ว ชำกิ่ง ทาบกิ่ง ต่อยอด ตอนกิ่ง รมควัน และส่งออก ในนามเพื่อนพ้องน้องพี่เครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี ขอถวายกำลังใจอีกครั้งว่า “งานดุษฎีนิพนธ์ของท่านปราโมทย์คืออีกหนึ่งความหวังและคำตอบของพระธรรมวิทยากร” วันที่ 29 ต.ค.นี้ การเดินทางของพระวิทยากรต้นแบบสันติภาพจะเริ่มโบยบิน

ข่าวอื่นๆ