ไขที่มา วัดป่าถ้ำวัว วัดวิปัสสนานานาชาติ

  • วันที่ 14 ต.ค. 2561 เวลา 09:05 น.

ไขที่มา วัดป่าถ้ำวัว วัดวิปัสสนานานาชาติ

โดย วรธาร ทัดแก้ว  

วัดป่าถ้ำวัว จ.แม่ฮ่องสอน เป็นวัดไทยสายปฏิบัติที่ชาวต่างชาติมากกว่า 140 ประเทศ รู้จักดี และเคยเดินทางมาปฏิบัติธรรมที่วัดปีละไม่ต่ำกว่า 4,000 คน โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ ฝรั่งมีมากถึง 80% ในจำนวนนี้มีเหล่าคนดังระดับโลก ทั้งศิลปิน นักร้อง นักแสดงและผู้สร้างภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด นักการเมือง นักการทูตนักธุรกิจ สื่อมวลชน ฯลฯ ทุกเชื้อชาติ ศาสนา

วัดป่าถ้ำวัว ตั้งอยู่ที่บ้านสุยะ ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เป็นวัดที่สะอาด สงบ ร่มรื่น และเป็นสถานที่สัปปายะเหมาะกับการปฏิบัติธรรมที่ดีที่สุดติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก มีที่พักรองรับสำหรับผู้ปฏิบัติธรรมได้มากถึง 300 คน/วัน ปัจจุบันมีพระครูวิมลภาวนานุสาสน์ หรือหลวงพ่อสายหยุด ปญฺญาธโร อายุ 66 ปี พรรษา 45 เป็นเจ้าอาวาส

เริ่มสร้างขึ้นในปี 2536 แต่ทว่าเริ่มสร้างอย่างจริงจังในปี 2540 แต่จุดเริ่มต้นของการสร้างวัดมาจากพระอาจารย์สายหยุด เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน หลังจากบวชพระเมื่อปี 2517 ได้มีโอกาสปฏิบัติสมาธิกับศิษย์ของพระอาจารย์ชา แห่งวัดหนองป่าพง รวมทั้งได้ศึกษาจากพระอาจารย์รูปอื่นๆ เช่น หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี หลวงพ่อพุธ ฐานิโย หลวงพ่อพุทธทาส ฯลฯ จากนั้นได้ออกเดินธุดงค์ไปทั่วประเทศเป็นเวลา 10 ปี ก่อนที่ต่อมาได้ธุดงค์มาที่ จ.แม่ฮ่องสอน อันเป็นสถานที่ตั้งวัดในปัจจุบัน

“สถานที่บริเวณนี้เป็นที่นาของชาวบ้าน เป็นสถานที่ที่สงบเงียบและร่มเย็นดี อาตมาได้ธุดงค์มากับพระเณร 2-3 รูป ปักหลักอยู่หลายวัน กำลังจะธุดงค์ต่อไปที่อื่น เพราะเห็นว่าบริเวณนี้เป็นที่นาชาวบ้าน กำลังจะออกเดินทาง ก็มีชาวบ้านมานิมนต์ให้อยู่ต่อบอกว่าใกล้ๆ ที่นี่มีถ้ำให้อยู่ปฏิบัติไปก่อน อยู่ไปๆ ก็มีชาวบ้านมาฝึกสมาธิด้วย

สมัยนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ชื่อ ประมวล รุจนเสรี (ดำรงตำแหน่ง พ.ศ. 2531-2533) ได้เข้ามานมัสการสนทนาธรรมและเห็นคุณค่าของการฝึกสมาธิว่ามีประโยชน์ต่อการทำงาน เช่น มีความอดทน หนักแน่น มีสติในการทำงาน ได้นำผู้ใหญ่บ้าน กำนันทั้งจังหวัดมาปฏิบัติธรรม สมัยก่อนเรียกแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง สมัยนี้เรียกอบรมคุณธรรมจริยธรรมสำหรับผู้นำ

ต่อมาท่านผู้ว่าฯ ประมวล ได้ประชุมข้าราชการ ชาวบ้าน ใครเห็นด้วยไหมที่จะสร้างวัด เอาเสียงส่วนใหญ่ ทุกคนยินดียกมือให้ พอดีเจ้าของนารายหนึ่งอยากขายที่นาจำนวนหนึ่ง ราคา 5 หมื่นบาท ท่านผู้ว่าฯ ก็ไปหาคนมาช่วยได้เงินมา 1 แสนบาท ก็มอบให้เจ้าของที่หมดเลย อีกเจ้าหนึ่งอยากขายเพื่อนำเงินส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยในราคา 3 หมื่นบาท พอดีมีโยมมาปฏิบัติธรรมซื้อถวายให้เงินมา 1 แสนบาท ก็มอบให้เจ้าของนาไปหมดเลย

การสร้างวัดได้เริ่มในปี 2536 โดยทางกรมป่าไม้ได้ให้ที่มา 15 ไร่ ส่วนกรมศาสนาก็ไปจัดการเกี่ยวกับการสร้างวัดเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เริ่มการสร้างจริงจังในปี 2540 โดยผู้ว่าฯ สมัยนั้นชวนชาวบ้านมาพัฒนา เอาไม้ไผ่มาสร้างเป็นกระต๊อบหลังเล็กๆ มุงด้วยหญ้าคา จากนั้นก็เปิดอบรมสั่งสอนคุณธรรมจริยธรรมตั้งแต่นั้นมา ทุกหน่วยงานทั้งเอกชนและภาครัฐ คนก็เริ่มรู้จัก แต่ถ้าชาวต่างชาติจะรู้จักหลังจากปี 2545 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน”

พระอาจารย์สายหยุด เล่าว่า ช่วงปี 2545 มีฝรั่งคนหนึ่ง (ทราบต่อมาเป็นบรรณาธิการสื่อหนังสือพิมพ์ในประเทศเนเธอร์แลนด์) ได้หลงเข้ามาสนทนาธรรมและได้ปฏิบัติสมาธิด้วย พร้อมกันนี้ได้สัมภาษณ์และเขียนบทความเกี่ยวกับวัดและรูปแบบการปฏิบัติสมาธิของวัด โดยใช้เวลาเขียนนานถึง 7 วัน จึงเดินทางกลับประเทศ พร้อมลงบทความในหนังสือพิมพ์ของเขาเป็นเวลานานถึง 1 สัปดาห์ จากนั้นก็มีสื่อจากสหรัฐอเมริกาและจากประเทศในยุโรปหลายประเทศเดินทางมาสัมภาษณ์ทำสกู๊ปอยู่เป็นระยะ

“ด้วยอานิสงส์นี้ทำให้คนทั่วโลกเดินทางมาปฏิบัติธรรมที่วัดจำนวนมาก ช่วงแรกอาจจะวันละ 3-4 คน ต่อมาเพิ่มเป็น 10, 20, 30 ปัจจุบันวันละ 100 คนก็มี แต่ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 4,000 คนที่เป็นชาวต่างชาติ มีทุกเชื้อชาติศาสนา ทั้งยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีย ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน โดยเฉพาะญี่ปุ่นถือว่ามากที่สุดในเอเชียถ้าไม่นับไทย

ต้องยอมรับว่าคนตะวันตกสนใจสมาธิมาก โดยเฉพาะฝรั่งที่มาปฏิบัติมากถึง 80% ทุกคนมาแล้วชอบทุกคน เห็นได้หลังจากฝึกสมาธิเสร็จแล้วก่อนเดินทางกลับจะมีแบบสอบถามให้ทุกคนได้เขียน เขาเขียนจากประสบการณ์จากใจของเขาได้เยี่ยมมาก หลายคนบอกว่าถ้ารู้อย่างนี้ฉันฝึกสมาธิตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เยี่ยมมาก ทำให้เขามีความสุข ทำให้เขารู้จักปล่อยวาง รู้จักความเป็นจริงของชีวิต

บางคนเป็นโรคมะเร็งมาฝึกสมาธิ ปรากฏเวทนาทางกายมี แต่จิตไม่มีแล้ว คือ ป่วยแต่กายแต่ใจของเขาไม่ป่วย มีแต่ความสุขใจ บางคนคิดที่จะฆ่าตัวตาย แต่พอมาที่นี่ได้ฝึกสมาธิ ความคิดเปลี่ยน ชีวิตเปลี่ยน จากคนที่เคยคิดฆ่าตัวตายกลายเป็นคนที่มีความสุขและมีชีวิตในการสร้างประโยชน์เพื่อสังคมต่อไป”

พระอาจารย์สายหยุด กล่าวว่า คนเรามีธรรม 3 ประการประจำตัว คือ มีสติอยู่เสมอ เพราะสติจะทำให้งดงามทุกเวลา สอง มีสมาธิ รู้จักข่มใจ อย่าเป็นคนวู่วาม คิดอะไรต้องมีสติ ทำอะไรต้องให้ใจสงบ แล้วทุกอย่างจะเคลียร์ และสาม มีปัญญากลั่นกรองสิ่งดีและไม่ดี เรื่องดีสิ่งดีก็ทำไป ส่วนเรื่องไม่ดี ถ้าทำแล้วเสียหาย เกิดทุกข์ เกิดโทษ เบียดเบียนคนอื่น อย่าไปทำ ให้ใช้หลักเมตตาและปัญญาดีที่สุด โดยเฉพาะสติ ฝึกกันเยอะๆ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ