วัดไทยพุทธคยา เปิดหอวิปัสสนานานาชาติ

วันที่ 29 ม.ค. 2560 เวลา 09:52 น.
วัดไทยพุทธคยา เปิดหอวิปัสสนานานาชาติ
โดย...สมาน สุดโต

วัดไทยพุทธคยา  รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ตั้งอยู่ใกล้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และพระมหาเจดีย์พุทธคยา ดินแดนที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ ได้ทำพิธีเปิดอาคารวิปัสสนาวีระภุชงค์ สถานที่ปฏิบัติวิปัสสนานานาชาติแห่งใหม่  เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2560 โดยพระธรรมวรนายก ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยพระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทธ์) หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ขณะที่ วินัย  วีระภุชงค์ ประธานมูลนิธิวีระภุชงค์ และ นวลละออ ภรรยาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส

ในการนี้ สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้นำคณะที่ปรึกษา กรรมการสถาบันฯ และครอบครัววีระภุชงค์ เข้าร่วมพิธีเปิดอาคารวิปัสสนาวีระภุชงค์ อย่างพร้อมเพรียง

อาคารวิปัสสนาวีระภุชงค์ หรือ International Meditation Center ตั้งในวัดไทยพุทธคยา เมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นวัดที่พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทธ์) หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ซึ่งท่านเล่าว่า อาคารวิปัสสนาวีระภุชงค์ เกิดต่อเนื่องจากโครงการบูรณะวัดที่ทรุดโทรม ผ่านเจ้าอาวาสมา 3 รูป (ในระยะเวลาประมาณ 60 ปี) คือรูปที่ 1.สมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์ ปุณณโก) รูปที่ 2.พระสุเมธาธิบดี (บุญเลิศ) และรูปที่ 3.พระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด ภูริปาโล) แต่ละรุ่นก็พัฒนามาโดยลำดับ เมื่อท่านมารับภาระต่อ ได้จัดโครงการบูรณะใหญ่ขึ้นมา โดยมี สุภชัย วีระภุชงค์ บุตรชายของพ่อวินัย แม่นวลละออ วีระภุชงค์ รับเป็นประธานโครงการ

อาคารวิปัสสนาวีระภุชงค์ อยู่ติดกับอาคารที่พักสงฆ์ สร้างประมาณปี 2500 - ภาพ : สมาน สุดโต
อาคารวิปัสสนาวีระภุชงค์ อยู่ติดกับอาคารที่พักสงฆ์ สร้างประมาณปี 2500 - ภาพ : สมาน สุดโต

 

รัฐบาลไทยอุดหนุนงบประมาณส่วนหนึ่งในการบูรณะอาคารต่างๆ ในวัด ที่สร้างมานานและทรุดโทรม ส่วนอาคารวิปัสสนาวีระภุชงค์นั้น มูลนิธิวีระภุชงค์สนับสนุนเงินทุนในการสร้างขึ้นมาใหม่ ทั้งหมดเป็นอาคารที่ออกแบบสถาปัตยกรรมแบบไทยร่วมสมัย มีขนาดความกว้าง 6 เมตร ยาว 35 เมตร สูง 3 ชั้น โดยแต่ละชั้นแบ่งพื้นที่ใช้สอยดังนี้ ชั้นใต้ดิน เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ และที่ตั้งสำนักงาน โดยในช่วงเข้าพรรษาจะใช้เป็นห้องเรียนภาษา และวิชาการต่างๆ ของพระธรรมทูต แม่ชี อุบาสก และอุบาสิกา ชั้นที่หนึ่ง แบ่งพื้นที่เป็นห้องรับรอง ห้องอาหารขนาดความจุ 100 คน และห้องครัว ชั้นที่สอง แบ่งพื้นที่เป็นห้องประชุม ห้องฝึกปฏิบัติการ และห้องโถงใหญ่ใช้สำหรับศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ขนาดความจุ 120 คน ชั้นที่สาม แบ่งพื้นที่เป็นห้องพักพระวิปัสสนาจารย์ จำนวน 8 ห้อง เป็นห้องน้ำในตัว และห้องน้ำแยกชาย-หญิงทุกชั้น ชั้นดาดฟ้า เป็นลานอเนกประสงค์ และเป็นที่ตั้งของศาลาเรือนไทย ทั้งนี้ใช้เวลาในการก่อสร้างกว่าสองปี ประสานภารกิจ สำเร็จด้วยทุนทรัพย์ประมาณ 38 ล้านรูปี (ประมาณ 19 ล้านบาท)

เมื่อเปิดให้บริการก็มีคณะปฏิบัติธรรมแจ้งความจำนงมาแล้วคือคณะจากประเทศอังกฤษ และจากประเทศเยอรมนี ส่วนจากประเทศไทยเป็นคณะจากวัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา

สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กล่าวถึงความเป็นมาในการฟื้นฟูและเผยแผ่พระธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ว่าเกิดจากการที่ได้บวชเพื่อถวายพระราชกุศลในวาระที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา เมื่อบวชแล้วก็ไม่อยากจะสึก วันที่สึกนั้นร้องห่มร้องไห้ แต่พระราชรัตนรังษี หรือพระธรรมโพธิวงศ์ ในปัจจุบัน บอกว่า เป็นฆราวาสจะทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาได้มากกว่าเป็นพระภิกษุ

สุภชัย วีระภุชงค์ พระครูนรนาถเจติยาภิรักษ์ (สมพงศ์) พระศรีโพธิวิเทศ (สุพจน์) และพ่อวินัย วีระภุชงค์
สุภชัย วีระภุชงค์ พระครูนรนาถเจติยาภิรักษ์ (สมพงศ์) พระศรีโพธิวิเทศ (สุพจน์) และพ่อวินัย วีระภุชงค์

 

อย่างไรก็ตาม ที่มาทำงานเพื่อพระพุทธศาสนานี้ ตนจะทำไม่ได้ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากพ่อวินัย และแม่นวลละออ เพราะทำงานในนามกงสี และบอกว่าตนโชคดีที่คุณแม่หล่อหลอมตั้งแต่เป็นเด็ก เช่น แม่นำพระพุทธรูปมาตั้งไว้ในที่เห็นได้ชัด รวมถึงที่โต๊ะกินข้าวด้วย ตนจึงเห็นแม่เป็นตัวอย่าง ในการเข้าถึงพระพุทธศาสนา

ส่วนการสร้างอาคารวิปัสสนาวีระภุชงค์ นั้น สุภชัยบอกว่าได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจิมแผ่นทองมงคลฤกษ์ เมื่อ 23 ก.พ. 2557 ซึ่งยังไม่ได้สร้างอาคารขึ้นมา

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้น

ที่ปรึกษาและกรรมการสถาบัน ถ่ายภาพที่พระอุโบสถวัดไทยพุทธคยา
ที่ปรึกษาและกรรมการสถาบัน ถ่ายภาพที่พระอุโบสถวัดไทยพุทธคยา