มีสติอยู่กับตัว คือ ธรรมะ

วันที่ 27 พ.ย. 2559 เวลา 10:41 น.
มีสติอยู่กับตัว คือ ธรรมะ
โดย...ราช รามัญ

ในโลกแห่งเสรีนิยมในเรื่องของการทำการค้า โดยเฉพาะในยุคของโลกออนไลน์ บอกได้คำเดียวว่าบางคนอาจจะประสบความสำเร็จงดงามเพราะเขาเดินถูกทาง บางคนอาจจะเดินแล้วล้มพับ บางคนอาจจะลุ่มๆ ดอนๆ นั่นเป็นเพราะการเรียนรู้แสวงหาข้อมูลและวิธีการทำของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป ผลลัพธ์จึงต่างกัน

อย่างที่เคยกล่าวเสมอว่า พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้จน แต่สอนให้เป็นคนไม่โลภ นี่เป็นความจริงอย่างยิ่ง จะผ่านกาลเวลามาแล้วเน่ินนานกว่า 2,000 ปีเศษก็ตาม คำสอนไม่เคยล้าสมัย ที่สำคัญสามารถนำเอามาประยุกต์ใช้กับหลายหลากเรื่องราวในชีวิตจริงของผู้คน

นักธุรกิจหญิงดาวเด่นในแวดวงประกันภัย สาวิตรี ศิริโตมร หรือ ลิลลี่ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไอ-เซิร์ฟ อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ คนรุ่นใหม่ที่ทำงานประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี ด้วยความรู้ความสามารถทักษะชีวิตที่ทำงานด้านนี้มาเนินนาน แม้ว่าชีวิตจริงจะจบรัฐศาสตร์จากรั้วเกษตรศาสตร์มาก็ตาม

หลักคิดหนึ่งที่ได้ฟังแล้วทำให้อึ่ง...เมื่อถามเธอไปว่าใช้หลักธรรมอะไรในการทำงานในการใช้ชีวิต

“มีสติเมื่อไหร่...ก็มีธรรมะอยู่ในตัวเมื่อนั้น”

เป็นหลักคิดที่ฟังง่ายๆ แต่บางคนอาจมองว่าปฏิบัติยากจัง...

สำหรับลี่ เธอบอกว่า ทุกย่างบนโลกนี้ไม่ว่าจะศาสตร์อะไรก็ตาม ถ้าว่ายากก็ยากหมด ถ้าว่าง่ายก็ง่ายทั้งหมด จะยากหรือง่ายทุกอย่างอยู่ที่การเรียนรู้

คมมาก!

ผมถามว่าเคยขาดสติบ้างไหม...เธอยอมรับว่ามีบ้าง ตอนที่ขับรถแล้วโดนปาดหน้า เราก็เร่งสปีดรถของเราตามเลย ตามทันแน่นอน รถเราสปอร์ตทำไมจะไม่ทัน แต่พอสักระยะหนึ่ง สติมา...ก็หยุด ไม่เอาดีกว่า ไม่คุ้ม แต่ไม่เป็นบ่อย

แล้วเวลาทำงานใช้หลักอะไรยึด...เธอตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า สติมาสตางค์เกิด สติเตลิดสตางค์หาย ทำงานเกี่ยวกับเรื่องเงินเรื่องทองนี้ต้องใช้สติมากเป็นพิเศษ ไม่อย่างนั้นอาจจะตกหล่นได้ เพราะทุกอย่างเราขาดสติเมื่อไหร่ เราจะต้องพบกับความผิดพลาดในการใช้ชีวิต

เธอย้ำชัดๆ ว่า...การปฏิบัติธรรมของเธอ คือ การมีสติอยู่กับตัวเองตลอดเวลา ไม่ใช่หมายถึงการที่จะไปนั่งไปเดินอะไรในวัดเพียงอย่างเดียว บุญทานก็ทำไปตามกำลังศรัทธา ไม่ได้เน้นว่าต้องวัดไหน ทำทุกที่ที่มีโอกาส ทำทุกอย่างที่ที่พอเหมาะและสมควร

เพราะถ้าคิดว่าการปฏิบัติธรรมต้องเข้าวัดเพียงอย่างเดียว แบบนี้คนทำงานทำมาหากินก็หมดโอกาสในการปฏิบัติธรรม ศาสนาก็จะกลายเป็นอะไรที่แคบลงทันที ไม่เอื้อกับคนทุกประเภท ซึ่งไม่ใช่อย่างแน่นอน เราคนทำงานถ้าไม่มีเวลาไปวัดเราก็เอาสติมาใช้แบบนี้แหละ เพราะสุดท้ายธรรมะคำสอนก็ต้องการให้เรามีสติอยู่กับตัวเองตลอดเวลา

แน่นอนเรายังต้องมีความทุกข์ แต่ต้องดูว่าทุกข์เรื่องอะไร ถ้าทุกข์เรื่องงาน เช่น เวลาที่เกิดปัญหาในการทำงาน เราจะไม่เอาความคิด ความรู้สึกลงไปในงานนั้นเด็ดขาด เราจะโดดออกจากปัญหาทันที แต่ไม่ได้หนีปัญหา โดดออกมาเพื่อยืนดูและพิจารณาด้วยสติว่า เกิดขึ้นจากตรงไหน เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วควรจะแก้ตรงไหน ก็พระพุทธองค์สอนแล้วว่า

“ทุกอย่างต้องแก้ที่ต้นเหตุ”

แต่ถ้าเราไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หรือไปแก้ที่ผล รับรองแก้กันไม่จบ เพราะหมดจากจุดนี้ก็ไปโผล่จากจุดนั้น จะเป็นอย่างนี้ตลอดไป ดังนั้นเวลามีปัญหาจึงไม่เคยกลัวเลย ชอบต่อการแก้ปัญหามาก เมื่อไหร่ที่เราทำธุรกิจแล้วมีปัญหา เมื่อนั้นแสดงว่าธุรกิจยังไปได้ ถ้าไม่มีปัญหาเลยนี่น่ากลัว

นอกจากนี้ เธอยังทำธุรกิจทางด้านการประกันภัยแล้ว ยังมีธุรกิจความงามอีกด้วย นับได้ว่าเป็นไอดอลของคนรุ่นใหม่ได้ดี เป็นคนที่ทำอะไรแล้วทำจริงจัง ทุ่มเทแบบไม่ชนะไม่เลิก

ธรรมะจึงเป็นสิ่งที่ประเสริฐเหมาะกับคนทุกคนที่มีลมหายใจอย่างแท้จริง ที่สามารถน้อมนำเอาไปปฏิบัติ เพื่อทำให้จิตใจของเราสงบและมีสติในการดำเนินชีวิต เพราะธรรมะไม่ใช่ของสำหรับผู้ที่คิดจะหนีโลก หลบโลก แต่ธรรมะเป็นสิ่งที่สามารถนำเอาไปใช้ได้จริง นำเอาไปประยุกต์ให้เหมาะสมกับชีวิตของเราทุกคน และที่สำคัญธรรมะนั้น คุณลี่บอกว่า

“ธรรมมาค้าขึ้น”  เมื่อมีธรรมะเมื่อไหร่ ทำอะไรก็เจริญ ทำมาหากินอะไรก็สำเร็จ เพราะอาศัยธรรมเป็นเครื่องดำเนินชีวิต นี่คือสิ่งที่สังคมขาดหายไป เรามาช่วยกันเติมเต็มให้คนในสังคมมีธรรมมาเป็นเครื่องดำเนินชีวิตกันเถอะครับ