posttoday
เลื่อนโต๊ะสันติภาพใต้ เมื่อรัฐยังติดกับดักเจรจาไร้อำนาจ

เลื่อนโต๊ะสันติภาพใต้ เมื่อรัฐยังติดกับดักเจรจาไร้อำนาจ

31 กรกฎาคม 2569

ปณิธานชี้ การเลื่อนเจรจา BRN สะท้อนแรงกดดันจากความรุนแรง พร้อมเตือนรัฐต้องรื้อโครงสร้างความมั่นคงและสร้างยุทธศาสตร์ชนะบนโต๊ะเจรจา

KEY

POINTS

  • การเจรจาสันติภาพถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด หลังเกิดเหตุรุนแรงสังหารทหารพราน ซึ่งสร้างแรงกดดันจากสังคมต่อรัฐบาล
  • ปัญหาสำคัญคือการเจรจาอาจเป็นการ "เจรจาแบบไม่เจรจา" เนื่องจากตัวแทนบนโต๊ะเจรจาอาจไม่มีอำนาจควบคุมกองกำลังในพื้นที่ได้จริง
  • โครงสร้างรัฐที่ซ้ำซ้อนและขาดเอกภาพด้านข่าวกรองเป็นจุดอ่อนสำคัญ ทำให้การแก้ปัญหาไม่มีประสิทธิภาพ แม้จะเพิ่มกำลังหรือ งบประมาณก็ตาม

การเลื่อนเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทยกับผู้แทนขบวนการ BRN ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ไม่ได้เป็นเพียงการขยับกำหนดการทางการทูต หากเป็นสัญญาณว่ากระบวนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากเหตุรุนแรงในพื้นที่ ความรู้สึกของประชาชน และข้อจำกัดภายในโครงสร้างรัฐไทยเอง

 

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ มองว่า เหตุสังหารทหารพราน 5 นาย ได้กระแทกความรู้สึกของสังคมจนรัฐบาลไม่อาจเดินหน้าเจรจาตามแผนเดิมในเดือนกันยายนได้โดยไม่ทบทวนท่าที เพราะกระแสสังคมจำนวนมากไม่ต้องการเห็นรัฐพูดคุยกับกลุ่มที่ยังใช้ความรุนแรง การเลื่อนโต๊ะเจรจาจึงเปรียบเสมือนการ “พบกันครึ่งทาง” ระหว่างความจำเป็นต้องรักษาช่องทางสันติภาพ กับแรงกดดันให้รัฐแสดงความเด็ดขาดด้านความมั่นคง

 

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าจะเจรจาเมื่อใด แต่อยู่ที่รัฐกำลังเจรจากับใคร และผู้ร่วมโต๊ะมีอำนาจควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่จริงหรือไม่ รศ.ดร.ปณิธานเรียกสภาพนี้ว่า “เจรจาแบบไม่เจรจา” เพราะทั้งสองฝ่ายต่างระแวงว่าอีกฝ่ายกำลังซื้อเวลา ขณะที่ผู้แทนบนโต๊ะอาจไม่ใช่ตัวจริงที่สามารถสั่งการกองกำลังได้ กระบวนการพูดคุยจึงวนอยู่กับการสร้างบรรยากาศ แต่ไม่สามารถแปลงเป็นผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้

อีกด้านหนึ่ง รูปแบบการก่อเหตุได้เปลี่ยนไปสู่ “สงครามความอสมมาตร” กลุ่มปฏิบัติการมีขนาดเล็ก รักษาความลับได้ดี ฝังตัวในชุมชน และใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการเคลื่อนไหว ขณะที่ฝ่ายรัฐยังติดอยู่กับแนวคิดการใช้กำลังแบบเดิม ความไม่สมดุลนี้ทำให้จำนวนกำลังหรือขนาดของหน่วยงานไม่ใช่คำตอบ หากระบบข่าวกรองไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลและคาดการณ์ภัยคุกคามได้อย่างแม่นยำ

 

เลื่อนโต๊ะสันติภาพใต้ เมื่อรัฐยังติดกับดักเจรจาไร้อำนาจ

 

จุดอ่อนสำคัญจึงอยู่ที่โครงสร้างรัฐ ซึ่งมีหน่วยงานและคณะกรรมการจำนวนมากทับซ้อนกัน การสั่งการขาดเอกภาพ และข้อมูลข่าวกรองของแต่ละฝ่ายคานกันเอง เมื่อไม่มีฐานข้อมูลร่วม การตัดสินใจเชิงนโยบายย่อมล่าช้าและเสี่ยงเดินผิดทิศ ต่อให้เพิ่มกำลังหรือเพิ่มงบประมาณ ก็อาจเป็นเพียงการขยายระบบเดิมที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้

 

ข้อเสนอที่น่าจับตาคือการดึงสิงคโปร์เข้ามามีบทบาทถ่วงดุลกับมาเลเซีย รศ.ดร.ปณิธานประเมินว่า สิงคโปร์มีทั้งความเชี่ยวชาญด้านข่าวกรอง ระบบไบโอเมตริกซ์ และความสามารถในการคัดกรองบุคคลสองสัญชาติ อีกทั้งยังมีแรงจูงใจทางเศรษฐกิจจากความกังวลว่า ความไม่สงบจะกระทบต่อการลงทุนและภาพรวมของภูมิภาค

 

การมีสิงคโปร์ร่วมวงยังอาจสร้างแรงกดดันให้มาเลเซีย ซึ่งเผชิญความซับซ้อนระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐทางตอนเหนือ ต้องประสานงานกับไทยอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น ขณะที่การหวังพึ่งอินโดนีเซียเพียงฝ่ายเดียวอาจไม่เกิดผลมากนัก เพราะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับปัญหา

แต่การเพิ่มผู้เล่นภายนอกจะไม่มีความหมาย หากรัฐบาลไทยยังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน รศ.ดร.ปณิธานจึงเสนอให้รัฐสร้าง “ยุทธศาสตร์เอาชนะบนโต๊ะเจรจา” กำหนดเงื่อนไขและผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่ใช่เพียงเข้าร่วมการพูดคุยแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นผู้กำหนดทิศทาง

 

เลื่อนโต๊ะสันติภาพใต้ เมื่อรัฐยังติดกับดักเจรจาไร้อำนาจ

 

รัฐบาลยังต้องกล้าพิจารณาการแยกปีกการเมืองออกจากปีกกองกำลัง รวมถึงการใช้มาตรการทางกฎหมายและแรงกดดันสากลต่อกลุ่มที่ใช้ความรุนแรง ควบคู่กับการปฏิรูปโครงสร้างความมั่นคง ลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน และปรับกำลังให้กลมกลืนกับประชาชนในพื้นที่มากขึ้น

 

การเลื่อนเจรจาอาจซื้อเวลาให้รัฐบาล แต่ไม่อาจซื้อทางออกได้ หากเวลาที่ได้มาไม่ถูกใช้เพื่อรื้อระบบข่าวกรอง สร้างเอกภาพในการสั่งการ และกำหนดยุทธศาสตร์ที่ประชาชนเข้าใจ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีความชอบธรรมมากพอที่จะบอกความจริงว่า ปัญหานี้ไม่มีคำตอบง่าย แต่การยอมรับข้อบกพร่องของรัฐและกล้าตัดสินใจ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการหยุดวงจรความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานกว่า 20 ปี

แหล่งที่มาประกอบเนื้อหา : รายการคมชัดลึก 

ข่าวล่าสุด

OpenAI ลดราคา AI สูงสุด 80% ชิงลูกค้าองค์กรจากคู่แข่งสัญชาติจีน

OpenAI ลดราคา AI สูงสุด 80% ชิงลูกค้าองค์กรจากคู่แข่งสัญชาติจีน