
เงินเป็นเหตุ! UEFA ขู่คว่ำบาตร FIFA ปมขายสิทธิ์ฟุตบอลโลก
UEFA มีมติเอกฉันท์คว่ำบาตรทัวร์นาเมนต์ FIFA หากเดินหน้าขายหุ้นฟุตบอลโลกให้นักลงทุนเอกชน ด้าน CONCACAF และ AFC ร่วมคัดค้าน จุดชนวนวิกฤติครั้งใหญ่
สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) และสมาคมฟุตบอลสมาชิกทั้ง 55 ชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ประกาศคว่ำบาตรการแข่งขันทุกรายการของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) หากยังคงเดินหน้าแผนขายสัดส่วนการถือครองสิทธิ์การแข่งขันฟุตบอลโลกและทัวร์นาเมนต์ของ FIFA ให้แก่นักลงทุนภาคเอกชน ซึ่งอาจกลายเป็นวิกฤติครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การบริหารฟุตบอลโลก
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง FIFA ภายใต้การนำของประธาน Gianni Infantino เสนอแผนจัดตั้งบริษัทย่อยมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อบริหารการแข่งขันฟุตบอลโลกและรายการสำคัญขององค์กร พร้อมเปิดขายหุ้นส่วนน้อยให้กับนักลงทุนภายนอก
UEFA ระบุในแถลงการณ์ว่า ฟุตบอลโลก "ไม่ใช่สินทรัพย์เพื่อการลงทุน" และไม่ควรถูกโอนผลประโยชน์ให้กับนักลงทุนเอกชน พร้อมย้ำว่า หากข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ถูกยกเลิกโดยสิ้นเชิง ทีมชาติจากยุโรปจะไม่เข้าร่วมการแข่งขันใด ๆ ที่อยู่ภายใต้การจัดของ FIFA
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ที่ประชุมฉุกเฉินของ UEFA ลงมติ 55 ต่อ 0 สนับสนุนมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งจะส่งผลกระทบทันทีต่อการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิงปี 2027 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ และอาจลุกลามไปถึงฟุตบอลโลกชายปี 2030 ซึ่ง สเปน โปรตุเกส และโมร็อกโก จะร่วมเป็นเจ้าภาพ
แรงต้านไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในยุโรป โดยสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และแคริบเบียน (CONCACAF) ซึ่งมีสมาชิก 41 ชาติ ก็ประกาศปฏิเสธข้อเสนอของ FIFA เช่นกัน โดยระบุว่ากระบวนการพิจารณาขาดความโปร่งใส มีกรอบเวลาที่จำกัด และไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากกลไกกำกับดูแลของ FIFA อย่างเหมาะสม
ด้านสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ส่งหนังสือถึงสมาชิกทั้ง 47 ชาติ แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย พร้อมระบุว่า FIFA ไม่เคยหารือกับ AFC ก่อนประกาศแผนดังกล่าว และย้ำว่าโครงการนี้ไม่มีทางประสบความสำเร็จ หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากสมาพันธ์ฟุตบอลทั้ง 6 ภูมิภาค
ข้อเสนอของ FIFA ยังระบุว่า หากสมาคมฟุตบอลสมาชิกทั้ง 211 ชาติให้ความเห็นชอบภายในวันที่ 19 กันยายน จะได้รับเงินสนับสนุน 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อสมาคม จากแพ็กเกจรวม 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่จะเริ่มจ่ายตั้งแต่ปี 2027 แต่หากข้อเสนอถูกปฏิเสธ วงเงินจะกลับไปอยู่ที่ข้อเสนอเดิมรวม 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเฉลี่ยราว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อสมาคม
UEFA ระบุว่า การเปิดทางให้นักลงทุนภายนอกถือครองผลประโยชน์ในฟุตบอลโลก จะเปลี่ยนโฉมวงการฟุตบอลอย่างถาวร เพราะผลตอบแทนเชิงพาณิชย์จะกลายเป็นแรงกดดันหลักเหนือผลประโยชน์ของกีฬา และถือเป็นการละทิ้งหน้าที่ของ FIFA ในฐานะผู้พิทักษ์ฟุตบอลโลก
นอกจากนี้ FIFPRO ยังออกมาคัดค้าน โดยเตือนว่าแผนดังกล่าวจะเปลี่ยนโครงสร้างและแรงจูงใจของการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกอย่างไม่อาจย้อนกลับได้ และจะส่งผลกระทบต่ออาชีพของนักฟุตบอลในระยะยาว
ความขัดแย้งครั้งนี้สะท้อนการเผชิญหน้าครั้งสำคัญระหว่าง FIFA กับ UEFA ซึ่งแข่งขันกันด้านอิทธิพลและผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมฟุตบอลที่มีมูลค่ามหาศาล และอาจนำไปสู่วิกฤติการบริหารครั้งใหญ่ของวงการลูกหนังโลก หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้.







