posttoday
เจาะลึกองค์กรซ่อนเงื่อน? วิกฤตศรัทธา ป.ป.ช.-กกต. ใต้เงาระบบอุปถัมภ์

เจาะลึกองค์กรซ่อนเงื่อน? วิกฤตศรัทธา ป.ป.ช.-กกต. ใต้เงาระบบอุปถัมภ์

31 พฤษภาคม 2569

สังคมจับตา ป.ป.ช. และ กกต. เผชิญวิบากกรรมศรัทธา หลังถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสในคดีใหญ่ ทั้งปมยกคำร้องซุกหุ้นและการตั้งอนุกรรมการซ้อนสอบคดีฮั้ว ส.ว.

KEY

POINTS

  • ป.ป.ช. เผชิญวิกฤตศรัทธาจากมติยกคำร้องคดีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซึ่งสวนทางกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และถูกตั้งคำถามถึงโครงสร้างภายในที่เอื้อต่อระบบอุปถัมภ์
  • กกต. ถูกจับตาในคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. ที่มีหลักฐานเส้นทางการเงินกว่า 300 ล้านบาท แต่กลับมีแนวโน้มยกคำร้อง ทำให้เกิดข้อกังขาเรื่องความเป็นอิสระในการทำหน้าที่
  • การปฏิบัติหน้าที่ของทั้งสององค์กรถูกมองว่าอยู่ภายใต้อิทธิพลของระบบอุปถัมภ์ ทำให้เกิดข้อเสนอให้ปฏิรูปโครงสร้างและแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อฟื้นฟูความน่าเชื่อถือ

สปอตไลต์ส่อง "องค์กรอิสระ" เมื่อความยุติธรรมถูกตั้งคำถาม

เมื่อองค์กรที่ควรทำหน้าที่เป็น "ไม้บรรทัด" ของแผ่นดินอย่าง ป.ป.ช. และ กกต. กำลังถูกสังคมตราหน้าว่าเป็น "องค์กรซ่อนเงื่อน" ฉากทัศน์ทางการเมืองไทยยามนี้จึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวิกฤตศรัทธา การทำหน้าที่ซึ่งค้านสายตาประชาชนกำลังกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ถูกมองว่า ระบบอุปถัมภ์และ "สัญญาณ" จากผู้มีอำนาจ ได้แทรกซึมเข้ามากัดกินความเป็นอิสระขององค์กรเหล่านั้นเสียเอง

ป.ป.ช. ในวงล้อมไฟสุม: มติสวนทางศาลรัฐธรรมนูญและวิบากกรรมถมดำ

กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อ ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกคำร้องคดี คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ โดยไม่มีการไต่สวนเต็มคณะ ซึ่งสวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในปมพฤติการณ์ซุกหุ้นอย่างสิ้นเชิง นำมาสู่การตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างภายในที่มีการตั้งอนุกรรมการดึงเอา "คนนอก" และ "คนใน" (เช่น นายต้น นายต่าย นายอ้วน) เข้ามามีบทบาทคัดกรองคดีและชี้ขาดสำนวนที่อัยการเห็นแย้ง จนถูกมองว่าเป็นระบบอุปถัมภ์ที่เอื้อต่อการ "สอดไส้"

บทเรียนประวัติศาสตร์ที่ต้องจดจำ

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพิ่งสั่งจำคุกอดีตกรรมการ ป.ป.ช. 2 ท่าน จากคดีปฏิเสธเปิดเผยเอกสารและ "ถมดำ" ปิดบังข้อมูลคดีนาฬิกาหรู แม้โจทก์จะขอถอนฟ้องแต่ศาลไม่อนุญาตเพื่อประโยชน์สาธารณะ

สะท้อนให้เห็นว่าแม้จะมีอำนาจล้นฟ้า แต่ต้องตรวจสอบได้ เช่นเดียวกับที่ อาจารย์วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งสัญญาณเตือนสติถึงกรณีในอดีตที่ "11 ป.ป.ช." ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะเพราะปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 พร้อมชี้ว่า ป.ป.ช. ปัจจุบันกำลังกลายเป็นระบบราชการที่หนีไม่พ้นระบบอุปถัมภ์

กกต. กับ "จุดวัดใจ" คดีฮั้ว ส.ว. 300 ล้าน

ทางด้าน กกต. ก็เผชิญบททดสอบแสนสาหัสในศึกเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เมื่อคณะทำงานชุดที่ 26 ร่วมกับ DSI ขุดพบหลักฐานขบวนการฮั้วบล็อกโหวตและเส้นทางเงินกว่า 300 ล้านบาท เกี่ยวพันกับคนนับพัน รวมถึงมี ส.ว. บางจังหวัดเข้าพรรครถยกจังหวัดในฐานเสียงพรรคใหญ่ แต่ทว่า กกต. กลับตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 ขึ้นมาซ้อน และมีกระแสข่าวว่ามีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องทั้งหมด

พฤติการณ์นี้ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับบรรทัดฐานของศาลฎีกา ที่เคยสั่งเพิกถอนสิทธิผู้สมัคร ส.ว. เพียงเพราะส่งข้อความไลน์ขอคะแนน สังคมจึงตั้งคำถามอื้ออึงว่า กกต. กำลัง "ทำเรื่องไม่ถูกต้อง เพื่อให้ถูกใจใครบางคน" หรือไม่?

ทางออกสุดท้ายของวิกฤตศรัทธาครั้งนี้ อาจไม่ใช่แค่การรอให้คลื่นลมสงบ เพราะหากองค์กรอิสระยังเลือกที่จะ "เลือกปฏิบัติ" เพื่อความอยู่รอดของตนเองมากกว่าความถูกต้อง

เสียงสะท้อนจากนักวิชาการและอดีตคนในอย่างอาจารย์วิชา ที่เสนอให้ "รื้อระบบ" และ "แก้ไขรัฐธรรมนูญ" ปฏิรูปโครงสร้างใหม่เพื่อเปิดให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ ก็อาจเป็นทางเดียวที่เหลืออยู่ เพื่อดึงให้องค์กรเหล่านี้กลับมา "หลังพิงกับความถูกต้องและภาคประชาชน"

...ก่อนที่ความน่าเชื่อถือจะหมดไปอย่างสิ้นเชิง.

ข่าวล่าสุด

รัฐบาล เพิ่มสถานบำบัดสุขภาพจิต ลดความเหลื่อมล้ำ เน้นใกล้บ้าน

รัฐบาล เพิ่มสถานบำบัดสุขภาพจิต ลดความเหลื่อมล้ำ เน้นใกล้บ้าน