
ศึกชิง 'น่านฟ้า' กรมฝนหลวง การเมืองรุกฆาตข้าราชการประจำ เขย่าธรรมมาภิบาล?
เจาะลึกปมเด้งอธิบดีฝนหลวง เมื่ออำนาจรัฐชนข้าราชการประจำ เปิดแผลจัดซื้อเครื่องบินและข้อครหาเครือญาติรัฐมนตรีแทรกแซง สัญญาณล้างบางขั้วเก่าสู่เกมชิงอำนาจเกษตรฯ
KEY
POINTS
- การสั่งย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงฯ อย่างกะทันหันถูกตั้งคำถามว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เนื่องจากใกล้เกษียณอายุราชการ และอาจมีเบื้องหลังเกี่ยวกับผลประโยชน์งบประมาณจัดซื้อและซ่อมบำรุงเครื่องบิน
- มีการใช้อำนาจทางการเมืองอย่างไม่เหมาะสม โดยเรียกอธิบดีไปหารือเรื่องงบประมาณที่ทำการพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นการทำลายหลักการธรรมาภิบาลและข้ามขั้นตอนการบริหารราชการ
- ความขัดแย้งนี้ถูกมองว่าเป็นเกมชิงอำนาจภายในกระทรวงเกษตรฯ ระหว่างพรรคเพื่อไทยที่ต้องการสถาปนาอำนาจใหม่ กับขั้วอำนาจเก่าของพรรคกล้าธรรม
กลายเป็นประเด็น "ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์" ที่สะเทือนไปทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับกรณีการสั่งโยกย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรแบบ "สายฟ้าแลบ" นำไปสู่การโต้ตอบที่เผ็ดร้อนระหว่าง "ฝ่ายการเมือง" และ "ข้าราชการประจำ" ที่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่การปรับทัพเพื่อสู้ภัยแล้งเสียแล้ว
"ศักดา นพสิทธิ์" นักวิเคราะห์การเมือง เปิดหน้าชำแหละปมขัดแย้ง วิเคราะห์เบื้องลึกเบื้องหลัง 5 ประเด็นร้อน สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวในระบบบริหารราชการแผ่นดินและเกมชิงอำนาจระหว่างพรรค
1. ฤดูกาลโยกย้ายหรือ "รายการเช็กบิล"?
ในแง่กฎหมาย รัฐมนตรีมีอำนาจเต็มในการบริหารงานบุคคลตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แต่คำถามที่สังคมคาใจคือ "ความชอบธรรม" เพราะนี่เป็นการโยกย้ายนอกฤดูกาล และที่สำคัญคือตัวอธิบดีเหลืออายุราชการอีกเพียงไม่กี่เดือน การขยับตำแหน่งในช่วงโค้งสุดท้ายเช่นนี้ หากไม่มีเหตุบกพร่องร้ายแรงย่อมถูกมองว่าเป็นการ "กลั่นแกล้ง" หรือ "ปิดปาก" เพื่อเคลียร์ทางให้ใครบางคนหรือไม่
2. "PM 2.5" บังหน้า หรือ "ซ่อมเครื่องบิน" บังตา?
ฝ่ายการเมืองอ้างเรื่องประสิทธิภาพงาน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ต้องการคนรุ่นใหม่มาขับเคลื่อน แต่ในซอกหลืบของกระทรวงกลับมีกระแสข่าวเรื่อง "เครือญาติรัฐมนตรี" ที่พยายามเข้าพบอธิบดีเพื่อคุยเรื่องงบซ่อมบำรุงอากาศยานและจัดซื้อเครื่องบินมูลค่ามหาศาล
"หากการโยกย้ายเกิดจากการที่ข้าราชการไม่เปิดประตูรับ 'นอมินีการเมือง' นี่คือวิกฤตจริยธรรมที่ร้ายแรงที่สุดของนักบริหาร"
3. ที่ทำการพรรค vs กระทรวง: เส้นแบ่งที่หายไป
ประเด็นที่น่าตกใจที่สุดคือการเรียกอธิบดีไปพบเพื่อดูงบประมาณปี 2570 ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย แทนที่จะเป็นที่กระทรวงฯ หรือผ่านปลัดกระทรวงตามขั้นตอนปกติ การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ข้ามหัวปลัดกระทรวง แต่ยังเป็นการทำลายหลักการแยก "การเมือง" ออกจาก "ราชการ" อย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเมื่อกรมฝนหลวงฯ มีโปรเจกต์จัดซื้อเครื่องบินขนาดใหญ่ที่หลายฝ่ายกำลังจับตามอง
4. เกม "เขย่า" ระหว่าง พรรคเพื่อไทย - พรรคกล้าธรรม
ต้องไม่ลืมว่ากระทรวงเกษตรฯ เคยเป็นฐานที่มั่นของ พรรคกล้าธรรม การเข้ามาล้างบางในครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองเพื่อสลายขั้วอำนาจเก่า และสถาปนาอำนาจใหม่ของเพื่อไทย ขณะเดียวกันพรรคกล้าธรรมในฐานะฝ่ายค้าน (หรือฝ่ายแค้น) ก็พร้อมจะใช้ข้อมูลวงในมาถล่มคืน เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในการกลับเข้าสู่สังเวียนรัฐบาลอีกครั้ง
5. ฉากทัศน์ถัดไป: "ถอย" หรือ "ถล่ม"?
อนาคตของศึกนี้มีเพียง 2 ทางเลือก:
ดีลลับจบสวย: หากมีการเจรจาผลประโยชน์ที่ลงตัว หรือ "ต่างฝ่ายต่างมีแผล" จนไม่กล้าเปิดศึกต่อ เรื่องจะเงียบหายไปตามระเบียบ
นิติสงคราม: หากอธิบดีมี "ไม้เด็ด" ไม่ว่าจะเป็นคลิปเสียง หรือหลักฐานการแทรกแซงจากคนใกล้ชิดรัฐมนตรี เรื่องนี้จะขยายผลไปสู่การตรวจสอบจริยธรรมนักเมือง ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้รัฐมนตรีหลุดจากเก้าอี้ได้
กรณีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการย้ายข้าราชการคนหนึ่ง แต่มันคือบทพิสูจน์ว่า "ธรรมาภิบาล" ในรัฐบาลชุดนี้ยังมีอยู่จริงหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วข้าราชการน้ำดีต้องยอมก้มหัวให้ทุนการเมือง เพื่อรักษาเก้าอี้ไว้จนวันผเกษียณ?
แหล่งที่มา : รายการคมชัดลึก (คลิกชม)







